|
พระสงฆ์กับอำนาจรัฐ

ไม่ใกล้เกินไป ไม่เดินหนี และไม่รวมกัน
หมอนไม้ เรื่อง
|

ธรรมะกับการเมือง เป็นสิ่งที่แยกกันไม่ได้
แยกกันเมื่อไร
การเมืองก็กลายเป็นเรื่องทำลายโลกขึ้นมาทันที
การเมืองที่แท้จริงสำหรับมนุษย์
ต้องตั้งรากฐานอยู่บนรากฐานทางศาสนา
ของทุกศาสนาที่มีอยู่ว่า
"สัตว์ทั้งหลายเป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย
ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น"
นักการเมืองที่มีธรรมสัจจะข้อนี้อยู่
ย่อมเป็นนักการเมืองของพระเจ้า
การเคลื่อนไหวของเขาทุกกระเบียดนิ้วมีแต่บุญกุศล
จนกระทั่งกลายเป็นปูชนียบุคคลไป
ขอภาวนาให้โลกเรา มีนักการเมืองชนิดนั้น
เป็นผู้จัดการเมืองของโลกโดยทั่วไปเถิด

พุทธทาสภิกขุ
|
 |
.... .... .... ....
มื่อยามบ่ายวันอาทิตย์ที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๔๕ กลุ่มพุทธทาสศึกษา, มูลนิธิโกมลคีมทอง, คณะกรรมการศาสนาเพื่อการพัฒนา (ศพพ.),เครือข่ายพุทธิกาเพื่อพระพุทธศาสนาและสังคม (คพส.) และสำนักพิมพ์สุขภาพใจ ร่วมกันจัดงาน "รำลึกครบรอบ ๙ ปีวันมรณภาพพุทธทาสภิกขุ" ขึ้น ที่ห้องประชุมอนุสรณ์สถาน ๑๔ ตุลา ๑๖ สี่แยกคอกวัว ถนนราชดำเนินกลาง กรุงเทพฯ ในงานมีวีดิทัศน์งานฌาปนกิจศพท่านอาจารย์พุทธทาสที่เรียบง่าย มีพิธีกรรมทางศาสนาโดยคณะแม่ชี และมีปาฐกถาเรื่อง "พุทธทาสภิกขุกับอำนาจรัฐ, คณะสงฆ์และสังคมไทย" โดย อาจารย์สุวรรณา สถาอานันท์ จากภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อีกทั้งเสวนาเรื่อง "ศาสนธรรมกับการเคลื่อนไหวทางสังคม" โดยมีวิทยากรร่วมอภิปรายหลายท่าน ทั้งพุทธ (อ.ประมวล เพ็งจันทร์) คริสต์ (บาทหลวงวิชัย โภคทวี) และอิสลาม (อ.จรัญ มะลูลีม) ผู้เข้าฟังในวันนั้นล้นหลามออกมานอกห้องประชุม ทั้งพระสงฆ์ แม่ชี นักบวช และฆราวาสในหลาย ๆ ศาสนา
.... .... .... ....
เนื้อหาของปาฐกถาที่อาจารย์สุวรรณาเป็นองค์ปาฐกซึ่งท่านเป็นคริสตศาสนิกชน มีหลายอย่างที่เรามิอาจผ่านเลย จึงขอนำบางส่วนมาฝากท่านผู้อ่านไว้ ณ ที่นี้
...ท่านอาจารย์พุทธทาสมีคุณูปการอย่างยิ่งของสังคมไทย ในแง่การจัดวางท่าทีของอำนาจรัฐคณะสงฆ์ และสังคมไทย ...มีหนังสืออยู่ชุดหนึ่งของท่านอาจารย์พุทธทาสที่ไม่ค่อยแพร่หลายมากคือชุด "ไกวัลยธรรม" ...ท่านพูด ท่านดูละเอียดไปถึงวิธีการดูดซับอาหารของพืชแต่ละชนิด การแย่งแสงแดดกัน และการเติบโตไปด้วยกันของพืชและสัตว์ทั้งหลาย
การเติบโตของชีวิตชีวิตหนึ่งมีผลต่อทิศทางการเติบโตของชีวิตอื่นอยู่ตลอดเวลา และข้อสังเกตที่สำคัญมากอีกประการหนึ่งในไกวัลยธรรมก็คือ ท่านมองว่า ชีวิตในธรรมชาติไม่มีการสะสม ท่านบรรยายลักษณะของต้นไม้ว่าถึงเวลาก็ทิ้งใบ ทิ้งแบบมหาศาล มโหฬาร ทิ้งทั้งต้นเลยก็มีในต้นไม้บางประเภท ไม่มีการยึดติดกับใบที่เพิ่งผลิมา เมื่อเหตุปัจจัยเอื้ออำนวยก็ผลิดอกออกใบใหม่
ท่านมองว่า ในธรรมชาติไม่มีลักษณะปัจเจก มีลักษณะเป็นสหกรณ์ เป็นรากฐานแห่งความจริงของธรรมชาติ
เวลาเราเข้าใจน้ำ เราต้องสามารถเห็นน้ำในโคลน ในแม่น้ำ ในมหาสมุทร น้ำในแจกันทรงกลม หรือในแจกันทรงเหลี่ยม บางครั้งเราซึ่งอยู่ในข้อจำกัดของวัฒนธรรมชุดหนึ่ง เราเห็นแต่น้ำที่อยู่ในแจกันทรงกลม เราเคยชินกับน้ำที่อยู่ในแจกันทรงกลม เวลาเห็นน้ำในแจกันทรงเหลี่ยมเราบอกว่าไม่ใช่น้ำ เพราะไม่ใช่รูปลักษณ์ที่เราเข้าใจ การที่เรามีความเข้าใจที่จำกัดแบบนี้ เพราะรูปทรงไปบิดเบือนและปิดบังความเข้าใจเกี่ยวกับน้ำของเราเอง
แน่นอน น้ำอยู่ในภาชนะบางอย่างเสมอ ไม่ว่าจะอยู่ในภาชนะที่มนุษย์สร้างขึ้นหรืออยู่ในธรรมชาติ แต่ไม่ใช่ความผิดของภาชนะที่ทำให้คนไม่เข้าใจน้ำ...
การเข้าใจว่าธรรมะคือธรรมชาติ เป็นการยืนยันความเป็นสากลของพุทธธรรม การผูกพันพุทธธรรมไว้ที่สถาบันใดสถาบันหนึ่งย่อมเป็นสิ่งจำเป็น แต่ก็มีขอบเขตจำกัด ดิฉันเชื่อว่า การเห็นความเป็นสากลของพุทธธรรมของท่านอาจารย์พุทธทาส ทำให้แนวทางพุทธปรัชญา พุทธศาสนาของท่านอาจารย์มีขันติธรรมสูง มีความใจกว้างที่โอบอุ้มศาสนาอื่นไว้ได้เป็นกัลยาณมิตร ไม่ว่าจะเป็นพุทธศาสนานิกายเซ็น พุทธศาสนานิกายมหายาน ศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม ท่านเห็นศาสนิกชนเหล่านั้นเป็นผู้แสวงหาสัจจะทั้งสิ้น แต่วิธีชี้ด้วยสัญลักษณ์หรือประวัติศาสตร์ของศาสนาต่าง ๆ เหล่านั้นอาจจะแตกต่างกัน แต่ความจริงที่เป็นสากลนั้นยิ่งใหญ่กว่าตัวสัญลักษณ์ที่ห่อหุ้มตัวสัจธรรมนั้น...
เวลาล่วงมาสองพันกว่าปีแล้ว ใครจะมาชี้ชัดโดยเด็ดขาดว่า ตะเกียงดวงไหนเป็นตะเกียงดวงเก่า และใครจะยืนยันได้ว่า ถ้าผิดจากตะเกียงดวงเก่าแล้ว มันจะไม่ให้แสงสว่าง ใครบ้างที่สามารถทำตะเกียงที่จุดขึ้นแล้วและไม่ให้มีแสงเสียเลยแม้แต่น้อย และใครบ้างจะคัดค้านว่า ถ้าใช้กระจกหน้าตะเกียงเป็นสีต่าง ๆ แล้ว จะหมดสภาพในการส่องถนนสำหรับคนเดิน
...ถ้าเราดูลักษณะความสัมพันธ์ของบรมศาสดากับอำนาจรัฐ ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ เราจะเห็นความเป็นไปได้ ๔๕ วิธีด้วยกัน คือ
๑.อำนาจรัฐกำจัดศาสดาทิ้งไปเลย เช่น กรณีโสเครตีสหรือพระเยซู
๒.อำนาจรัฐพยายามไปทำร้ายตัวศาสดา แต่ว่าบังเอิญกำจัดไม่สำเร็จอย่างกรณี ขงจื๊อ
๓.ศาสดาเดินออกไปจากอำนาจรัฐ คือ แบบเหลาจื๊อในแผ่นดินจีน
๔.ศาสดาทำให้อำนาจรัฐเป็นส่วนหนึ่งของศาสนา คือ ศาสนาอิสลาม พระศาสดามูฮัมหมัด
๕.ท่านศาสดาวางระยะห่างจากอำนาจรัฐให้พองาม ไม่ใกล้เกินไป ไม่เดินหนี และไม่รวมกัน คือ ศาสนาพุทธ
แน่นอนในสี่ห้าแบบที่ยกตัวอย่างมานั้นมีเงื่อนไขแวดล้อม และปัจจัยทางประวัติศาสตร์ที่สลับซับซ้อน ที่นำไปสู่ความสัมพันธ์ระหว่างศาสนากับอำนาจรัฐได้ในหลายลักษณะ...
การสอบได้เปรียญสามของอาจารย์พุทธทาสทำให้ท่านหันออกจากกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของอำนาจรัฐ ท่านหันกลับไปที่พุมเรียง ท่านไปอยู่วัดร้าง ๒ ปีก่อนที่ท่านไปตั้งสวนโมกข์ในปี ๒๔๗๕ ท่านตั้งชื่อเรียกตนเองว่า "พุทธทาส" คือทาสของพระพุทธเจ้า ท่านรับสมณศักดิ์ แต่ท่านไม่ใช้ จนทุกวันนี้ดิฉันจำไม่ได้ว่าสมณศักดิ์ท่านชื่ออะไร
พินัยกรรมในการจัดงานศพของท่านก็เป็นการจัดระยะห่างกับอำนาจรัฐที่พองาม ดิฉันเชื่อว่า เป็นความสัมพันธ์ชนิดที่รื้อฟื้นลักษณะความสัมพันธ์ของพุทธศาสนากับอำนาจรัฐ ที่พระพุทธองค์ได้ทรงวางไว้...
ในอดีตที่ผ่านมาในสังคมไทย คุณภาพของการเป็นศาสนิกชนขึ้นอยู่กับความเข้มแข็งของจารีตประเพณี และขึ้นอยู่กับอำนาจรัฐที่มีหิริโอตตัปปะ ในยุคปัจจุบัน เราพึ่งทั้งสองอย่างไม่ได้แล้ว แนวทางการเข้าใจและการเข้าถึงพุทธศาสนา ของอาจารย์พุทธทาส เป็นทางออกทางหนึ่งที่ทรงพลังที่สุด เมื่อพลังขนบจารีตประเพณีกำลังอ่อนล้า และเราคาดหวังหิริโอตตัปปะจากอำนาจรัฐไม่ได้
ตัวอย่าง ที่ชัดที่สุดของงานทำนองนี้คือ "ธัมมิกสังคมนิยม" ท่านอาจารย์พุทธทาสกำลังวิพากษ์ทั้งทุนนิยมและสังคมนิยม การเอาโลภะหรือโมหะเป็นตัวขับเคลื่อนสังคมก่อให้เกิดปัญหามาก สังคมต้องสามารถสร้างเกณฑ์อื่นที่สามารถวิพากษ์วิจารณ์อำนาจรัฐที่กำลังเป็นอยู่ได้
ท่านอาจารย์พุทธทาสได้กรุยทางเอาไว้แล้ว ประชาสังคมไทยคงต้องแสวงหาและปรับปรุงใช้ต่อไป... ในส่วนคณะสงฆ์ บางครั้งก็ใกล้ชิดกับอำนาจรัฐมากเกินไป ก็สามารถเรียนรู้ใหม่ได้
...ดิฉันขอจบด้วยบทสนทนาของแม่ค้าคนหนึ่งที่สวนโมกข์ ไชยา เป็นผู้หญิงขายของที่มาฟังอาจารย์ที่สวนโมกข์เป็นประจำ กินหมาก ใส่ผ้าถุง อายุประมาณ ๕๑ ต้น ๆ นั่งไปในรถสองแถว กำลังออกจากสวนโมกข์ ผู้หญิงคนนี้พูดเป็นภาษาใต้ทำนองนี้ว่า "อีก ๕๑ ปี ไชยาก็เหลือแต่ไข่เค็มกับท่านอาจารย์พุทธทาส ไม่มีอะไรเหลือแล้ว"
ดิฉันฟังแล้วก็ อืมม์ ชาวบ้านก็มีปัญญาสูงนะ ที่เขามองอนาคต ๕๑ ปี รัฐบาลยังไม่มองเลย.
จาก...เนชั่นสุดสัปดาห์ ปีที่ ๑๑ ฉบับที่ ๕๒๙ วันที่ ๒๒ - ๒๘ ก.ค. ๒๕๔๕
http://www.bkknews.com/weekend/20020704/wec02.shtml
ลิ้งค์เกี่ยวข้อง
ชมภาพบรรยากาศในวันงานฯ
แก้วิกฤติโลก เข้าถึงแก่นธรรม สลัดวัตถุนิยม

ข่าวกิจกรรม
> พระสงฆ์กับอำนาจรัฐ : ไม่ใกล้เกินไป ไม่เดินหนี และไม่รวมกัน
|