||\\พุทธทาสศึกษา : ศึกษาเพื่อสืบสานปณิธานพุทธทาส ชีวิตและผลงาน
หน้าแรก | ข่าว-กิจกรรม | >ชีวิตและผลงาน | บทความ | แฟ้มภาพ | วาทะพุทธทาส | กลุ่มพุทธทาสศึกษา | จุดเชื่อมต่อ

ธรรมโฆษณ์ของพุทธทาส > ค่ายธรรมบุตร
ขอขอบคุณและอนุโมทนา คุณอุทัยวรรณ เอกพินิทพิทยา
ผู้อาสาพิมพ์ต้นฉบับเรื่องนี้เพื่อเผยแพร่ในเว็บพุทธทาสศึกษา

ค่ายธรรมบุตร
(เรื่องที่ ๒๒)

จิตที่คิดจะให้ สบายกว่าจิตที่คิดจะเอา

โอวาทแก่หน่วยพัฒนาอนามัย
ปิดประชุมที่ ค่ายธรรมบุตร

๖ กรกฎาคม ๒๕๑๒

 

 

าตมาขอแสดงความยินดี ในการที่ท่านทั้งหลายได้ปฏิบัติหน้าที่ไปแล้ว. ที่ว่ายินดีด้วย ก็เพราะว่าการกระทำนี้ มันน่ายินดี ; มีอะไรบ้างก็ได้พูดกันแล้ววันก่อน. วันนี้เป็นการแจกวัตถุที่ระลึกหรือประกาศนียบัตรแก่ท่านทั้งหลาย เพื่อเอาไว้เป็นเครื่องเตือนใจในสิ่งที่ได้กระทำไปแล้ว ; สิ่งที่เหลือต่อไปก็คือการปฏิบัติด้วยความเสียสละ. สิ่งสำคัญที่สุดก็ดูจะได้แก่ความเสียสละ ถ้าไม่มีความเสียสละแล้วก็เป็นอันว่าล้มเหลว : แม้ว่าความรู้ดี แผนการดี โครงการดี อะไรดีก็ตาม ถ้าปราศจากความเสียสละอย่างเดียวแล้ว มันก็ล้มเหลวไปหมด.

          ดังนั้น จึงขอให้พวกเราทุกคนดำเนินต่อไปด้วยความเสียสละ ให้ถึงที่สุดของวัตถุประสงค์ของเรื่องนี้ โดยเฉพาะก็คือเรื่องพัฒนาอนามัย : มีความหมายช่วยกันทำให้มนุษย์เรามีความอยู่เป็นผาสุกไม่ต้องทน. แต่ว่าคนโดยมากไม่สนใจ ไม่เข้าใจ จึงต้องมีการอบรมและช่วยกันอบรมต่อ ๆ ไปอีก ในที่สุดก็สำเร็จได้ด้วยความเสียสละ.

          เรานึกกันเพียงอย่างเดียวก็พอว่า เราทุกคนจะต้องรู้จักการเสียสละ. พวกที่นับถือพุทธศาสนาก็พูดได้ว่า พระพุทธเจ้าเป็นทั้งหมดของการเสียสละ. ในศาสนาไหนก็ตาม พระศาสดาคือทั้งหมดของการเสียสละ. อย่างพระเยซูนี้ เต็มไปด้วยการเสียสละ และสละชีวิตเป็นอันดับสุดท้าย เพื่อผลดีแก่เพื่อนมนุษย์. นี้แนะนำให้เอาไปคิดดูเถิดว่าทุกศาสนาก็เป็นเรื่องของการเสียสละ ถ้าปราศจากการเสียสละอย่างเดียวแล้วมันก็ล้มเหลว. ขอให้นึกไว้เสมอว่า จิตที่คิดจะให้นั้นสบายกว่าจิตที่คิดจะเอา. นี้แหละจะเป็นข้อเตือนใจที่ดี. ลองจำเอาไปคิดอยู่เสมอว่า จิตที่คิดจะให้นั้น จะสบายกว่าจิตที่คิดจะเอา. ถ้าผู้ใดไม่สนใจ ก็ดูจะไม่มีความหมาย แล้วก็จะไม่เชื่อ. แต่ว่าขอให้ไปสังเกตดูเถอะว่า ทุกคราวที่หม่นหมองวิตกกังวลขุ่นมัวร้อนใจนั้น มันเนื่องมาจากจิตที่คิดจะเอาทั้งนั้น. ในขณะใดจิตคิดจะให้ เวลานั้นจะไม่มีอาการอย่างนี้ ; แล้วจะสบาย แล้วจะเย็น แล้วจะพอใจ แล้วจะอิ่มใจ.

          จงไปคิดดู ให้สังเกตดูอย่างละเอียดลออถี่ถ้วนตลอดวันตลอดคืนที่เราเป็นอยู่ ก็จะพบว่า เวลาไหนใจสบาย เวลานั้นจิตไม่ได้คิดจะเอา ; พอจิตคิดจะเอาแล้วละก็ จะมีอะไรที่มืดมัวหม่นหมองเร่าร้อนวิตกกังวลขึ้นมาทันที.

          ทีนี้คนเขาอาจจะเถียงว่า มัวแต่ให้แล้วไม่เอา แล้วจะได้อะไรกัน ? นี้เพราะไม่รู้จักว่าเราเกิดมาเพื่อจะให้มันมีความสบายใจ, เรากินก็กินเพื่อสบายใจ, เราทำอะไรเพื่อกิน กินก็เพื่อสบายใจ, มีใช้มีกินมีอะไรก็เพื่อความสบายใจ ; แต่แล้วมันยังมีเคล็ดมากไปกว่านั้นที่ว่า เมื่อจิตคิดจะให้ มันก็ได้ความสบายใจ : เราเอาไว้กินเองนี้ เดี๋ยวก็หมดไป แล้วก็ไม่มีความสบายใจมากกว่าให้ผู้อื่น. ถ้าเรากินเองเข้าไปในท้องย่อยหมด เลิกกัน ; ถ้าเราให้ผู้อื่นไปกิน, ของอย่างเดียวกันเท่ากันนั้น มันอยู่ในจิตใจในความรู้สึกของทั้งสองฝ่ายตลอดกาลนาน. เรามีของกินคำเดียว เรากินเองเดี๋ยวก็หมด : ถ้าให้ผู้อื่นกิน มันอยู่ในใจไปนาน ไม่รู้จักเหี่ยวไม่รู้จักโรยรา.

          อย่าเข้าใจว่า เรื่องเอาเรื่องได้ มันจะดี มันจะมีความสุขไปเสียหมด. ลองคิดดูถึงเรื่องให้ เรื่องไม่เอา เรื่องเสียสละดูบ้าง : พระศาสดาทุกศาสนา ล้วนแต่เป็น ทั้งหมด ของการเสียสละ. อาตมาใช้คำว่า ทั้งหมด คือเป็นทุกอย่างทุกชนิดของทั้งหมดของการเสียสละ. เรานี่แหละ เป็นสาวกของพระ ดีกว่าเป็นสาวกของมาร : ถ้าเราเป็นสาวกของมาร เราก็คิดจะเอาเรื่อย ไม่ยอมคิดเสียสละ. ถ้าเราเป็นสาวกของพระ ก็คิดจะให้เรื่อย ไม่เคยคิดจะเอา. เด็ก ๆ หรือคนที่มีความคิดสั้น และหย่อนการศึกษาเท่านั้น ที่จะเห็นแต่ได้ ; เพราะถือว่าได้นั่นแหละเป็นการดี. แต่ผู้ที่มากด้วยการศึกษาเห็นโลกพอแล้วจะรู้สึกว่า ให้นั่นแหละดีกว่าเอา. เราไม่จำเป็นต้องทำอย่างเดียว เราทำได้ทั้งสองอย่าง แต่เดี๋ยวนี้แนะให้นึกว่า ในขณะที่ให้นั่นแหละ สบายใจกว่าในขณะที่จะเอา ; ดังนั้น เราก็ได้กำไรตอนนี้.

          เดี๋ยวนี้เรามีปัญหาเรื่องจะช่วยกันทำมนุษย์ให้เจริญ ทำโลกให้เจริญ ; แต่แล้วโลกมันเจริญไม่ได้ เพราะมีแต่คนที่มีแต่จะเอา. โลกนี้มันเจริญไม่ได้เพราะอุปสรรคอย่างเดียว คือคนมัน ดีแต่จะเอา คือคนรกโลก. คนรกโลกอย่างที่เราพูดกันแล้วแต่วันก่อน เขามีชื่อในสมัยใหม่นี้อีกคำหนึ่งว่า พวกแกะดำ. พวกแกะดำมีความหมายอย่างไรก็ลองไปพิจารณาดูเอง : ธรรมะแกะต้องขาว ทีนี้มันเกิดดำขึ้นมา ; ถ้ามันมีมาก มันก็สูญความหมายของความเป็นโลกมนุษย์. โลกมนุษย์ไม่ควรจะเต็มไปด้วยแกะดำ ; ควรจะเต็มไปด้วยแกะขาว มันจึงเป็นโลกของมนุษย์ ; ดังนั้น การที่เราไม่เป็นคนรกโลก ก็คือไม่เป็นแกะดำ.

          ประกาศนียบัตรหรืออะไรก็ตาม ที่เราได้รับไปนี้ มันเป็นเครื่องเตือนใจให้เสียสละ เป็นวัตถุเครื่องหมายแห่งการเสียสละตั้งแต่ต้นเลยทีเดียว : เราไม่ยอมเหนื่อยยอมเปลือง ยอมอะไรทุกอย่างเพื่อมารับการอบรมทำความรู้ความเข้าใจกันในที่นี้ มันก็เป็นการเสียสละ และก็รู้สึกซึ้งในการที่จะเสียสละต่อไป แล้วก็ทำต่อไป ช่วยกันทำโลกนี้ให้เต็มไปด้วยผู้เสียสละ ก็หวังว่ามนุษย์เรา โลกมนุษย์เรา จะเป็นของมนุษย์ตามความหมายของความเป็นมนุษย์ ; ดังนั้น หลังจากนี้เราก็ไปพูดให้เขารู้จักเสียสละ แม้เพื่อทำประโยชน์ส่วนรวม. เดี๋ยวนี้มันเห็นแก่ตัวกันมากเกินไป ถึงกับ เห็นแก่ตัวสองซ้อนสองชั้น จนต้องบังคับเคี่ยวเข็ญให้ทำประโยชน์เพื่อตัวเอง.

          ขอให้ช่วยจำคำนี้ไปด้วย ว่าสิ่งที่น่าหัว น่าขัน น่าอะไรที่สุดก็คือ การที่จะต้องเข็นให้ทำประโยชน์เพื่อตัวเอง แท้ที่สุดก็เป็นเรื่องน่าเศร้าที่สุด น่าสลดสังเวชที่สุด น่าละอายที่สุด ที่จะต้องให้ใครมาเข็นให้ทำประโยชน์แก่ตัวเอง. ขอให้สิ่งนี้หมดไปจากพวกเรา จากพุทธบริษัทหรือจากพลเมืองดีทั้งหลาย : อย่าต้องมีการเข็นเพื่อประโยชน์แก่ตัวเองอีกต่อไปเลย. การที่เห็นแก่ตัว ถึงกับต้องเข็นให้ทำประโยชน์แก่ตัวเองนี้ มันไม่ไหวแน่ มันยังป่าเถื่อนเกินไป มันเหมาะสำหรับระบบเผด็จการ หรืออาจจะเหมาะสำหรับระบบคอมมิวนิสต์ด้วยซ้ำไป ถ้าไม่ทำประโยชน์แก่ตัวเอง เขาต้องบังคับให้ทำ แล้วไม่ทำไม่ได้ ฆ่าตายเลย นี้เป็นระบบที่พวกคอมมิวนิสต์เขาใช้กันอยู่ เพราะมันเห็นแก่ตัวจัดมากเกินไป : นี่มันต้องใช้ระบบเผด็จการ ซึ่งมันพ้นสมัยแล้ว.

          ดังนั้นอาการที่ต้องบังคับ หรือว่าเข็นให้ทำประโยชน์แก่ตัว หรือบ้านเมืองของตัวนี้มันไม่ควรจะมีแล้ว ; และเราจะรู้สึกได้ด้วยตัวเราเองว่า ประเทศเป็นของเราด้วยใจจริง เราต้องช่วยกันทุกอย่างทุกทาง. แม้ความรู้สึกต่อรัฐบาลก็เหมือนกัน ก็ให้รู้สึกว่ารัฐบาลเป็นผู้จัดการของเรา : เขาจะเป็นรัฐบาลขึ้นมาในรูปไหน เดี๋ยวนี้ก็เป็นระบบประชาธิปไตย ก็ต้องยอมรับว่ารัฐบาลเป็นผู้จัดการของเรา. เราจะมองเขาในฐานะเป็นผู้จัดการ : ไม่ใช่คู่ต่อสู้, ไม่ใช่คู่ปรปักษ์, คู่เอาเปรียบ, คู่เกี่ยงงอนกัน ! เขาเป็นเพียงผู้จัดการของเรา เราเป็นเจ้าของทั้งหมด ดังนั้นเราจะต้องทำให้ถูกเรื่อง คือถูกฝาถูกตัวอะไรกันไปหมด ไม่ต้องมีการเคี่ยวเข็ญให้ทำประโยชน์แก่ตนเอง : เราพร้อมที่จะทำประโยชน์แก่ตัวเอง แก่ประเทศชาติของเราเองนฐานะที่เราเป็นเจ้าของและรัฐบาลเป็นเพียงผู้จัดการเท่านั้น. เราก็มีระบอบระเบียบที่วางไว้ที่เรียกว่าธรรมนูญนี้อยู่แล้ว ต่างคนต่างประพฤติตามธรรมนูญนั้น มันก็เป็นไปด้วยกันได้ ในระหว่างเจ้าของกับผู้จัดการ.

          ทีนี้ กลัวแต่ว่าฝ่ายเจ้าของนี้จะไม่รู้อะไรเสียเป็นส่วนใหญ่ : ทำไปผิด ๆ บ้าง หรือไม่ทำบ้างจนต้องเข็นให้ทำประโยชน์แก่ตัวเอง อย่างนี้แล้วมันก็ลำบากมาก ; ดังนั้นจึงขอฝากไว้ว่าช่วยนำไปพิจารณา ให้ทุกคนยินดีพอใจในการที่จะทำประโยชน์แม้เพื่อตัวเอง เพื่อบ้านเมืองของตัวเอง ; และให้เขารู้สึกเหมือนเรารู้สึกว่า จิตที่คิดจะให้นั้น สบายกว่าจิตที่คิดจะเอา.

          ขออ้างเอาคุณพระรัตนตรัยมาเป็นเครื่องดลบันดาล ให้สิ่งต่าง ๆ ตามที่เราต้องการนี้ เป็นไปอย่างตรงตามประสงค์มุ่งหมายทุก ๆ ประการ เทอญ.

ขึ้นด้านบน

ชีวิตและผลงาน > ธรรมโฆษณ์ >
> ๒๒. จิตที่คิดจะให้ สบายกว่าจิตที่คิดจะเอา

หน้าแรก | ข่าว-กิจกรรม | >ชีวิตและผลงาน | บทความ | แฟ้มภาพ | วาทะพุทธทาส | กลุ่มพุทธทาสศึกษา | จุดเชื่อมต่อ

สมุดเยี่ยม | แนะนำหน้านี้ให้เพื่อน | Site Map

Buddhadasa.org
กลุ่มพุทธทาสศึกษา ตู้ ปณ.๓๘ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๑๐
e-mail : info@buddhadasa.org
.