|
| หน้าแรก
| ข่าว-กิจกรรม | |
|
ธรรมโฆษณ์ของพุทธทาส > ค่ายธรรมบุตร ค่ายธรรมบุตร ต้องพัฒนาจิตใจให้ทันกับพัฒนาวัตถุ โอวาทปราศรัยแก่ คณะพัฒนากร จังหวัดนราธิวาส ซึ่งมาพักแรมที่ค่ายธรรมบุตร ๕ ตุลาคม ๒๕๑๔
านทั้งหลายที่มาถึงที่นี่ ขอให้ลืมมึง - ลืมกู ลืมความเห็นแก่ตัวเสียให้หมดเลย นั่นแหละเราจึงเป็นสุขขึ้นมาทันที ฉะนั้นจึงให้เรียนความทุกข์กับความสุข : ว่าที่มันว่างจากความเห็นแก่ตัว นั่นแหละ เข้าใจธรรมะแล้ว, เป็นธรรมะของธรรมชาติ เป็นธรรมะของทุกศาสนา ของธรรมชาติ. พอมีความเห็นแก่ตัวเมื่อไร เมื่อนั้นร้อน มีความโลภบ้าง มีความโกรธบ้าง มีความหลงบ้าง มันร้อน. เหมือนกับที่อยู่กนตามปรกตินั่น มันเจือไปด้วยความโลภ ความโกรธ ความหลง ไม่มากก็น้อย ไม่นั่นก็นี่ ; ทีนี้พอมาถึงที่นี่ มันว่างไปทีหนึ่งแล้ว ๑๐ นาที ๑๕ นาที ครึ่งชั่วโมงก็ตามมันจะว่าง เพราะธรรมชาติ นี่มันเปลี่ยนหมด, ทางตา ทางหูอะไร มันเปลี่ยนหมด. ถ้ามาอยู่นี่ มันทำให้จิตใจหยุดความเห็นแก่ตัว หยุดโลภ หยุดโกรธ หยุดหลงไปพักหนึ่ง ; จะเห็นว่า อ้าว ! สบายแล้ว ในเมื่อคนเราไม่เห็นแก่ตัว ; ความรู้สึกที่เป็นไปในทางตัวของตัวไม่มี. ขอช่วยทำให้จิตใจเป็นอย่างนั้น. การจะพัฒนาทางจิตใจหมายถึงอย่างนี้ : ทำให้จิตใจสูงขึ้นมา ขนาดว่า ไม่มีความเห็นแก่ตัว มันก็สบาย. เราสบายก่อน แล้วเพื่อนสบายทีหลัง, ผู้นั้นจะมีความสุขสบายก่อน. เรื่อง "พัฒนา" นั้นมันทำผิดอยู่บางอย่าง คือว่าถ้า พัฒนาวัตถุมากเกินไป จิตใจไปไม่ถึง มันก็เห็นแก่ตัวเหมือนกัน. เห็นแก่วัตถุจะเท่ากับเห็นแก่ตัว ยิ่งสวย ยิ่งสนุกสนาน ยิ่งเอร็ดอร่อย ก็จะยิ่งเห็นแก่ตัว, คือยิ่งไม่ค่อยชอบเพื่อน ไม่ชอบคู่แข่งขัน. บางทีเห็นคู่แข่งขันแล้วอิจฉา ; ในโลกกำลังเป็นอย่างนี้ มันจึงรบกันเรื่อย เพราะวัตถุมันเกินไป, จิตใจยังตามไม่ทัน. เรามุ่งแต่พัฒนาวัตถุกันทั้งโลก จิตใจก็ตามไม่ทัน ; ศาสนากำลังจะเป็นหมัน ทุกศาสนากำลังจะเป็นหมัน มนุษย์ก็ร้อนเป็นไฟ เรียกว่าตกนรกเสียแล้ว เพราะมันร้อน. เราจะต้องพัฒนาจิตใจให้ทันกับพัฒนาวัตถุ ; ความสูงทางจิตใจช่วยควบคุมวัตถุไม่ให้เป็นของร้อน. พวกฝรั่งพัฒนาแต่วัตถุ จึงร้อน : ร้อนด้วยความโลภ ร้อนด้วยความโกรธ ร้อนด้วยความหลง : เพราะหลงใหลในเรื่องความเจริญของวัตถุ จนไม่รู้อะไรเป็นอะไรไปหมด, จนไม่ชอบพระเจ้ากันแล้ว เกลียดพระเจ้ากันเสียหมด ; แกล้งว่าพระเจ้าตายแล้ว ไม่ต้องสนใจ. นี่เรียกว่าหมดไปในทางจิตใจ. ถึงประเทศเราก็เหมือนกัน กำลังจะตามพวกฝรั่ง. ต้องระวังให้ดี ; อย่าพัฒนาวัตถุขึ้นมาให้เป็นพิษให้เชือดคอตัวเอง. พัฒนาให้มากเท่าไรก็ได้ไม่ห้าม พระพุทธเจ้าก็ไม่ห้าม ศาสนาไหนก็ไม่ห้าม เรื่องทำความเจริญ ; แต่ต้องอย่าให้มันกลายเป็นพิษขึ้นมา. ที่นี่เราจึงคิดกันว่า ถ้าอย่างน้อยเรา จะรับอาสาสักส่วนหนึ่ง คือต้องพัฒนาทางจิตใจ แขนงหนึ่งเท่านั้น ; ที่นี่ก็เลยปรับทุก ๆ อย่างให้มันได้ความรู้ทางจิตใจ. ขั้นสำคัญ ที่สำคัญ ที่สุดก็อย่างที่บอกแล้วคือ : พอเข้ามาถึงก็ให้มันหยุด, หยุด เย็น สงบ ว่าง ; แล้วให้ศึกษาจากความรู้สึกที่ว่างนั้น. ถ้าอยู่บ้านมันไม่ว่าง ไม่หยุด มานี่แล้วจึงจะเย็น ; ศึกษาอย่างนี้ เดี๋ยวมันก็ พบ ธรรมะคือความไม่เห็นแก่ตัว ; พอไม่เห็นแก่ตัวก็ธรรมะมีแล้ว, พอเห็นแก่ตัวธรรมะก็กระเด็นไป. พูดอีกทีหนึ่งว่า : พอเราไม่เห็นแก่ตัว พระเจ้าก็อยู่กับเรา. พอเราเห็นแก่ตัว พระเจ้าก็เปิดไปไหนก็ไม่รู้. หลักเกณฑ์อันนี้มันเป็นแก่ทุกคนทั้งโลก ทุกศาสนาด้วย ; ควรพยายามทำจิตใจให้มีพระเจ้าให้มีธรรมะ ความสงบเย็นก็จะอยู่ด้วยเรื่อยไป จะทำการทำงานสนุกด้วย. ถ้าเห็นแก่ตัว มันไม่อยากทำงาน. หากความจนบังคับ มันก็ทำอย่างตกนรก. เราไม่อยากทำแต่ความจนบังคับให้ทำ จิตใจมันฝืนทำ มันกระฟัดกระเฟียด มันก็เหมือนตกนรก, ตกนรกตลอดวันตลอดคืนไม่รู้สึกสนุกเลย. มันต้องปรับจิตใจให้เหมาะสม ชนิดที่ว่าให้ทางจิตใจจะได้รับผลสงบสบายอยู่ตลอดเวลา แล้วมือเท้ามีก็ทำงาน ทำงาน ๆ ๆ แต่ที่ควรทำ ; แล้วเรา ต้องถือหลักศาสนา ว่าพอดี เกินไม่ได้ ; เกินทุนก็ไม่ได้ เกินกำลังสติปัญญาก็ไม่ได้ เกินอะไรก็ไม่ได้ทั้งนั้น ต้องพอดี. ถ้าไม่พอดี มันไม่ใช่พัฒนา, พัฒนาก็พัฒนาเฟ้อ. ที่จะให้เจริญงอกงามน่าพอใจ มันต้องไปสม่ำเสมอพอดี อย่าให้ช้า และอย่าให้เร็ว อย่าให้มาก และอย่าให้น้อย ; นั่นแหละมันจะก้าวหน้า. ทุกศาสนาก็สอนอย่างเดียวกัน คือความพอดี. จิตใจไม่พอดี เพราะมันไป โลภจัด เสียบ้าง ไปอะไรเสียบ้าง มัน ไม่พอดี. ถ้า โง่ มันก็ ขี้เกียจ มัน ไม่พอดี. เราจะต้องอยู่ในสภาพที่พอดี ให้จิตใจพัฒนา, แล้ววัตถุก็พัฒนาตาม. พวกเราฝ่ายตะวันออกนี่, เราถือว่าพวกเราอยู่ซีกโลกตะวันออก คือเอเซีย ฝ่ายเอเซียซีกตะวันออกทั้งหมด มัน รอดตัวมาได้เพราะความเจริญทางจิตใจ ตั้ง ๓๐๐๐ ปี. พูดว่า ๓๐๐๐ ปี นี่ไม่เกินความจริง คนฝ่ายนี้มีความเจริญทางจิตใจมาราว ๓๐๐๐ ปี. พระพุทธเจ้าก็ ๒๕๐๐ ปี ก่อนพระพุทธเจ้าก็ดูเริ่มเจริญกันบ้างแล้ว. ความเจริญของพวกทางตะวันออกนี่คือความเจริญทางจิตใจ, ความสว่างไสวทางวิญญาณ ; ไม่ใช่ทางวัตถุ, และก็ไม่ใช่ทางจิตง่าย ๆ ล้วน ๆ แต่เป็นทางวิญญาณ ทางส่วนลึก ๆ. มีจิตใจสว่างไสวแจ่มแจ้งว่าเกิดมาทำอะไร, และต้องทำอย่างไร. เวลานี้พวกฝรั่งเรียนกันจะตายอย่แล้ว เขายังไม่รู้ว่าเพื่ออะไร ? น่าหัว เรียนจบแล้วเขาทำอะไรกันบ้าง ? ก็ทำได้แต่สิ่งบ้า ๆ บอ ๆ เสียมากกว่าจะทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ เพราะไม่รู้ว่าเกิดมาทำอะไร นี่แหละ. ฝ่ายบ้านเรานี้มีความเจริญสูง รู้ว่าเกิดมาทำไม, จะต้องทำอะไร, ตั้งไว้เป็นธรรมเนียมประเพณีดี ไม่ค่อยจะมีความเดือดร้อน ; ถึงแม้ว่าจะไม่หรูหรา ไม่ฟุ้งเฟ้อ มันก็ไม่เดือดร้อน. นี่เอาแต่พอดี การพอดีนั่นแหละดี. ถ้าวัตถุมันเกินแล้ว คนเห็นแก่ตัว, คนเห็นแก่ตัวแล้ว ต้องลักต้องขโมย ต้องจี้ต้องปล้น ต้องเบียดเบียนผู้อื่น เพราะจิตใจไม่สูงพอ ; แม้เป็นคนรวย ยิ่งรวยก็ยิ่งหยาบแก่ผู้อื่น เพราะจิตใจไม่สูงพอ ยิ่งรวยจะยิ่งยากแก่คนอื่น. ขอให้ทุกคนสังเกตไว้สักข้อว่า การงานของเราในหน้าที่ราชการหรือหน้าที่ส่วนตัวก็ตาม มันดำเนินไปไม่ได้ดี เป็นอุปสรรคข้อเดียวคือ ทุกคนมักจะเห็นแก่ตัว. ทุกคนที่เราจะต้องไปปฏิบัติต่อหรือปฏิบัติด้วย ไม่เห็นแก่ตัวเสียนี่. แม้ที่สุดแต่ ความขี้คร้าน มันก็เห็นแก่ตัว ความโง่ ก็มาจากความเห็นแก่ตัว : อยากจะพักผ่อน ไม่อยากจะศึกษา ไม่อยากจะดิ้นรน เพราะเห็นแก่ตัวแบบโง่ ความเห็นแก่ตัวแบบโลภ แบบโกรธก็ยังมี. จะต้องแก้ไขให้มันหมดความโง่ ความโลภ ความโกรธ ความหลง แล้วคนก็จะสมัครเอง สมัครทำดี ทำประโยชน์แก่ตัวนั่นแหละ. ที่ต้องบังคับให้ทำประโยชน์แก่ตัว นี่ดูซิมันน่าหัว พูดตรง ๆ ก็ว่ามันบ้าชัด ๆ, ต้องให้คนอื่นมานั่งบังคับให้ทำประโยชน์แก่ตัว นี่มันบ้าชัด ๆ . นั่นคือความที่ยังโง่อยู่. ถ้าเราทำให้เขาฉลาด เขาจะยินดีขึ้นทันที, ทำประโยชน์แก่ตัวด้วยยินดี ; ไม่ต้องมาบังคับให้ทำนั่นทำนี่. เมื่อเขาโง่, แม้แต่จะช่วยกันทำสาธารณะประโยชน์อะไรสักอย่าง ก็เกี่ยงงอน, จะให้รัฐบาลทำท่าเดียว, ทั้ง ๆ ตัวเองอยากจะพักผ่อน, มันก็ไม่ถูก ; มันต้องช่วยกัน ทุกคนถือว่า เกิดมาร่วมกันทำโลกนี้ให้งดงาม. ถ้าทุกคนเข้าใจว่าเราทุกคนเกิดมาช่วยกันทำโลกนี้ให้งดงาม มันก็ง่ายขึ้น ; นี่มันเกิดมาเป็นตัวกู - ตัวมึง, ตัวกู - ตัวมึง เสียนั่นแหละ. คิดดูให้ดี บางทีการพัฒนาบางอย่างไปเพิ่มความเห็นแก่ตัวเข้าก็มี. อย่าลืม, จะทำอะไรก็ทำเถอะ จะเตือนไว้ อย่าเห็นแก่ตัว ต้องเตือนไว้เสมอ. นั่นแหละคือมาร คือพญามาร, ความเห็นแก่ตัวของมนุษย์นั่นแหละคือ พญามาร ; ตามใจพวกไหนก็ตามเถอะ. พวกฝรั่งเจริญทางวัตถุล้วน แต่ทางจิตใจเสื่อมหมด, พวกฝรั่งลืมตัวทำให้โลกเดือดร้อน, คอยดูเถอะ, เจริญทางวัตถุ โดยไม่มีความเจริญทางจิตใจ จะทำให้โลกเดือดร้อน. พออยู่ดีกินดีก็เห็นแก่ตัว แก่ส่วนตัวมากขึ้น ๆ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มีไม่พอ ; หาเงินไว้ให้มาก ไว้เพื่อความสบายส่วนตัว มันไม่ได้คิดถึงการช่วยเพื่อนมนุษย์. การพัฒนาด้วยเจตนาไม่บริสุทธิ์ ย่อมไม่ประเสริฐ เป็นภัยแก่โลกอย่างยิ่ง, ความเจริญทางเครื่องจักร ทางเทคโนโลยี่ ทางวัตถุนั่นแหละ ถ้าเป็นมากเข้า ๆ ละก็ คนอื่นเดือดร้อน. ไปรวยอยู่ ๒ - ๓ คน ไม่กี่คน แล้วก็คนนั้นไม่เห็นแก่ผู้อื่น โลกจะไม่เดือดร้อนทนไหวหรือ ? ประโยชน์ในโลกนี้ย่อมมีจำกัด ; ถ้าคนส่วนน้อยเอาไปไว้เสียหมด แล้วคนที่เหลือเหล่านั้นจะต้องเดือดร้อน ก็เลยเป็นการจำเป็นที่ทำให้เกิดลัทธิแย่งชิงกัน เช่นคอมมิวนิสต์ เป็นต้น มันจะเกิดขึ้นเอง, เกิดขึ้นเอง เพราะมนุษย์ทำผิด. ถ้ามนุษย์ทำถูกต้องมาแต่เดิมเหมือนโบราณ ลัทธิอย่างนี้เกิดขึ้นไม่ได้, มันไม่มีช่องให้เกิด. เดี๋ยวนี้มันมีช่องให้เกิด เดี๋ยวนี้มันมีการบีบบังคับให้เกิด, ธรรมชาติบังคับไปเอง. ความเจริญทำให้คนส่วนน้อย มันกอบโกยไว้มาก ; คนส่วนใหญ่ก็ต้องต่อสู้ ธรรมชาติมันบังคับเอง. เมื่อก่อนเราไม่มั่งมี - ยากจนไกลกันลิบเหมือนกับสมัยนี้ ; โดยส่วนเฉลี่ยแล้วมันต่างกับสมัยนี้มาก ลัทธิพรรค์นี้มันยังไม่เกิด. พอจัดการศึกษาเจริญดีพัฒนาศึกษาเจริญดี คนบางคนมันเกิดเจริญพรวดพราด บางหมู่บางพวกมันก็กอบโกย ; คนนอกนั้นจำนวนมากที่สุดมันก็ต้องต่อสู้ จนเกิดคอมมิวนิสต์, จนพวกผิวดำในอเมริกาก็ตามใจเถอะ. ต่างทนไม่ไหวทั้งนั้น ก็ต้องลุกขึ้นต่อสู้. นี่ผลของการ พัฒนาไม่สมดุล พัฒนาแต่ในทางวัตถุ ; แล้วไปมุ่งให้คนไม่กี่คน ไปมุ่งให้คนฉลาดหรือมีอำนาจมีอะไร มันก็ต้องต่อสู้. โลกก็ยุ่งกันใหญ่ รบราฆ่าฟันกันไป ; ฝ่ายโน้นก็ไม่ยอมให้, ฝ่ายนี้ก็ไม่ยอม. นี่พูดโดยส่วนใหญ่ การพัฒนาที่ไม่ได้เป็นไปถูกต้องตามกฎธรรมชาติ หรือตามที่พระเจ้าตั้งไว้ ; ส่วนใหญ่ในทั้งโลกเป็นอย่างไร ในส่วนน้อยก็เป็นอย่างนั้น. ส่วนในหมู่บ้านในครอบครัวนี่ก็เหมือนกัน ถ้าเกิดการพัฒนาไม่สมดุลอย่างนี้ก็ต้องยุ่งละ. เราจะ พัฒนาทางวัตถุทางใดก็ได้ แต่อย่าลืมทางจิตใจ มันจึงจะพูดกันรู้เรื่อง : ถ้ามุ่งกันอยู่ ต่างคนต่างเห็นแก่วัตถุ ไม่เท่าไรไม่กี่ปี พูดกันไม่รู้เรื่อง. มึงก็มึง กูก็กู เอาละ, เอาเปรียบกันได้เท่าไรเป็นการดี. ถ้าไม่มีก็ถือว่าฆ่า, ฆ่าเพื่อนมนุษย์กันได้มากเท่าไร ยิ่งดี, ประกาศสงคราม ใครฆ่าเพื่อนได้มากก็เก่ง. ถ้าถือหลักอย่างนี้ ก็ไม่มีความสุข. ทีนี้เท่าที่อาตมาจะพูดได้ มันก็เรื่องธรรมะ รู้พอจะพูดได้ก็เรื่องฝ่ายธรรมะ ฝ่ายศาสนา ทุกศาสนาก็เหมือนกันคือทำลายความเห็นแก่ตัว. ต้องพยายามศึกษาธรรมะไว้ด้วย ต้องผสมผสานอยู่ด้วยในทุก ๆ แขนงของการพัฒนา. เมื่อพัฒนาวัตถุก็ทำไป ; แต่พอมีเวลาว่าง ๕ นาที ๑๐ นาที พูดกันก็พูดถึงเรื่องจิตใจบ้าง. ถ้าไม่เช่นนั้น มันจะไม่เกิดความสามัคคี ไม่เกิดความเห็นแก่ประเทศชาติ ไม่เห็นแก่เพื่อนมนุษย์ ; ก็ปล้ำไปเถอะ ยิ่งทำยิ่งเห็นแก่ตัว ๆ, ปล้ำไปเถอะเหมือนพวกฝรั่ง. พวกฝรั่งเขามีปัญหาไม่สิ้นสุด ยิ่งทำยิ่งเห็นแก่ตัว, ยิ่งเจริญยิ่งเห็นแก่ตัว ; จนกว่าฝรั่งจะกลับไปถือศาสนากันใหม่. ฝรั่งถือศาสนามากคราวหนึ่งเหมือนกัน ไม่ใช่จะเปลี่ยนปุบปับ ๆ จนไม่มีศาสนา. เราจะเปลี่ยนตามฝรั่ง ก็จะต้องรับบาปเหมือนฝรั่ง ; ควรจะรู้สึกตัวไว้ก่อน อย่าให้มากนัก. ให้เห็นว่า ความเป็นคนมันอยู่กับจิตใจ อย่าอยู่กับร่างอย่างเดียว, มีจิตใจเป็นส่วนใหญ่ ร่างกายเป็นส่วนตาม. ถ้าพัฒนาจิตใจของกันและกันให้ดีแล้ว วัตถุมันก็ดีตาม. พอไม่เห็นแก่ตัว มันก็ทำในทางถูก, พอเห็นแก่ตัวมันก็ทำไปในทางตรงกันข้าม. นี่ทุกคนควรจะมาประจักษ์ด้วยตัวเองเสียทีว่า ; ความสุขในทางใจ ต้องเรื่องไม่เห็นแก่ตัว, จิตใจหยุดเห็นแก่ตัว เหมือนเมื่อมานั่งอยู่ตรงนี้. เมื่อนี้ มีความสุข จะทำการทำงานก็สนุก จิตใจก็สบาย แม้อยู่ในกลางไร่ กลางนา ทำงานในออฟฟิศ จิตใจก็สบาย ; ไม่กลัดกลุ้มด้วยความหม่นหมองเห็นแก่ตัว จะเป็นโรคเส้นประสาทกันหมดทั้งประเทศ. การศึกษาก็มีแต่ทางวัตถุ ในเวลานี้ จะเป็นบ้ากันใหญ่, เด็กนักเรียนวัยรุ่นเปลี่ยนแปลงอย่างพรวดพราดอย่างไม่น่าเชื่อ ปีโน้นกับปีนี้ ต่างกันมาก. เด็กวัยรุ่นต้องมีปัญหาในอนาคตอันใกล้ ; เพราะโรงเรียนสอนแต่เรื่องวัตถุอย่างเดียว รู้หนังสือหนังหาปัญญาเฉลียวฉลาดเพื่อกอบโกยวัตถุอย่างเดียว. เรื่องธรรมะสอนนิดเดียว สอนกันแต่ปาก สอนอะไรไม่รู้ ; พอนักเรียนรุ่นนี้ออกมา คอยดูเถอะ, คณะพัฒนารับได้หรือไม่ได้ก็คอยดูเถอะ. นักเรียนวัยรุ่นที่ไปกันไกลแล้วนี้ จะมีแต่เรื่องพูดกันไม่รู้เรื่องยิ่งขึ้น. นั่นแหละต้นตอมันอยู่ที่การศึกษา การศึกษากำลังผิด และไม่มีใครมอง. การศึกษากำลังตามก้นฝรั่ง ทำให้เด็กฟุ้งเฟ้อทุกที เรียนเสร็จเป็นฮิปปี้ อย่างดีก็เพื่อเห็นแก่ตัว ไม่ต้องเห็นแก่ผู้อื่น บูชาวัตถุแล้วเห็นแก่ตัว. เด็กของเรากำลังตามฝรั่ง, ก็เลยตามเถิดไปอีกเล่า, ปัญหายิ่งจะมีมาก. การแก้ไขการพัฒนานี้ข้างหน้าจะมีมาก. ถ้าช่วยกันได้ให้ช่วยกันเถอะ แต่เนิ่น ๆ ไว้สักนิด. เด็ก ๆ ของเราให้อยู่ในโอวาทของเรา พยายามทำให้ดี, อย่าปล่อยให้ไปตามหลังพวกสมัยใหม่ พวกฝรั่งเขานำแต่ทางวัตถุด้านเดียว. สำหรับอาตมาจะพูดกันได้ ในฐานะปรึกษาหารือกัน ในฐานะว่าเป็นผู้พัฒนาด้วยกัน แต่คนละแขนง. เราอยู่ในโลกเป็นผู้ร่วมพัฒนาด้วยกัน แต่ที่นี่ยินดี ที่จะรับเอาแขนงที่เกี่ยวกับจิตใจในส่วนลึก ให้ทุกคนได้ยินได้ฟังได้อ่าน เพื่อให้รู้ไว้ว่านี้มันเป็นจุดหัวใจ. ถ้าอันนี้เลวแล้วอันอื่นจะเลวหมด, ยิ่งรวยยิ่งบ้า : ถ้าจิตใจดี ถึงรวยก็ไม่บ้า, ถึงไม่รวยก็ไม่บ้า, แต่จะทำให้พอดี. กระทรวงพัฒนาการก็พัฒนาแต่วัตถุไม่เห็นมีพัฒนาการทางจิตใจสักเปอร์เซ็นต์เดียว. ทางโรงเรียนจะสอนกันทางจิตใจด้วย ก็เหลว ; โรงเรียนสมัยนี้ที่สอนทางจิตใจ ไม่มีเสียแล้ว . นี่ก็หมดแล้ว กระทรวงศึกษาก็ไปหมด. เมื่อก่อนว่ามีกระทรวงวัฒนธรรม ก็เหลว ; ไม่เท่าไรก็เป็นเรื่องทางวัตถุ, แล้วก็เหลวเฟ้อไปเลย. การพัฒนาทางจิตใจยังไม่มี ยังขาดอย่างน่าหวาดเสียว อย่างน่าอันตราย ขอให้รู้ไว้ก็แล้วกัน ; แล้วต่อไปมันจะสร้างปัญหายุ่งยากเลวทรามจนแก้ไขไม่ไหว. อย่าว่าแต่พัฒนาให้เจริญเลย แก้ไขความยุ่งยากก็ไม่ไหว, แก้ไขความเป็นอันธพาล ความเบียดเบียนก็ไม่ไหว. เมื่อสมัยที่อาตมายังเป็นเด็ก ๆ ยังทันเห็น จำได้แม่นยำ มันผิดกันลิบกับสมัยนี้ทุกอย่าง. เด็ก ๆ นั่นแหละ เด็กสมัยนี้กับเด็กสมัยโน้นผิดกันลิบ ; เด็กสมัยโน้นเห็นคนแก่ไหว้, เด็กสมัยนี้เห็นคนแก่อาจจะถกท้ายล้อ. บางทีเดินกระทบไหล่ ; มันต่างกันลิบ. สมัยโน้นเจ้าของบ้านนอนบนแคร่ใต้ถุนเรือน ไม่มีฝา ไม่มีอะไร นอนสบายตลอดคืน เฝ้าวัว เฝ้าควาย อยู่ข้างวัวข้างควายได้ตลอดคืน. สมัยนี้นอน ๆ มันยิงตายเลย, เอาควายไปเลย, มันต่างกันอย่างนี้. จะพัฒนาไปท่าไหนลองคิดดู. เมื่อก่อนเรานอนสบาย นอนบนแคร่ใต้ถุนเรือน ลมพัดเย็นสบาย จนสว่าง, วัวควายก็ล่ามไว้ข้าง ๆ ไม่ต้องใส่คอก สมัยนี้ทำอย่างนั้นไม่ได้ นอนอย่างนั้นมันยิงตาย. มันมีการจองเวรกันมาก ตามแต่มันจะเอา, มันจะเอาโดยไม่มีความเป็นธรรม นั่นแหละมีมากขึ้น. ยิงเจ้าของตายแล้วเอาสมบัติไป นี่คือผลแห่งการทำผิดในทางพัฒนาทางจิตใจ เสียเวลา ๔๐ - ๕๐ ปี จึงเป็นถึงขนาดนี้. ที่ประเทศอเมริกา เห็นหนังสือพิมพ์เขียนว่า มีคดีอนาจารทางเพศ วินาทีละ ๗ ราย หรืออย่างไร ; ไม่น่าเชื่อเลย ที่ทำให้จิตใจมันเลววินาทีละ ๗ รายนี้ มากเกินไป, นาทีละ ๗ ราย ก็ยังไม่ไหวแล้ว ทนไม่ไหวแล้ว อย่าว่าเป็นวินาทีเลย ; หนังสือพิมพ์ลงอย่างนั้น. นี่แหละดูผลของการศึกษาสมัยใหม่ เราอย่าไปตามมันเลย. คดีอื่นไม่นับนะ อาชญากรรมประเภทอื่นไม่นับ นี่ประเภทอนาจารทางเพศ นับตั้งแต่ฉุดคร่า เล็ก ๆ น้อย ๆ จนถึงร้ายแรง. นั่นแหละไปตามพวกฝรั่งละได้มาเป็นเครื่องจักร มันต้องเอาไปโยนทะเลเสียนั่น, ที่ผลิตได้เห็นควรจะต้องเอาไปโยนทะเลเสีย ; เพราะมันผลิตอาวุธมาฆ่ากันเล่น ฆ่ากันทีละหมื่นละแสน. นี่แหละคือค่าที่คนมันรวยมากและอยู่ด้วยความหวาดกลัว คนร่ำรวยอยู่ด้วยความหวาดกลัวนอนไม่หลับสนิท เป็น โรคเส้นประสาทตลอดเวลา. พัฒนากันแบบไหนนี่ โลกเรา ? นี่มาพูดกันเรื่องจิตใจ เรื่องวัตถุรู้กันอยู่แล้ว " ไม่เอามะพร้าวมาขายสวน ". พูดแต่เรื่องจิตใจที่ไม่เคยนึกไม่เคยคิด. ขอให้คิดกันบ้าง ที่เราจะพัฒนากันแขนงไหนก็ตามแต่ ; ทำอย่างไรก็อย่าลืมว่า ต้องมีการพัฒนาทางจิตใจ นี่แหละ ; นอกนั้นเหลวเปล่า เหนื่อยเปล่า. เพราะช่วยกันทำให้โลกนี้ไม่น่าอยู่ ไม่น่าอยู่มากขึ้น. ดูในกรุงเทพฯ เอง ก็ดูเถอะรายงานข่าวต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ เป็นอย่างไร สถิติขึ้นทุกที ๆ : นี่คือไม่พัฒนาทางจิตใจ. พัฒนาทางจิตใจดูจะเป็นโดยบังเอิญเสียมาก เหลือตามประเพณีบ้าง ; นั่นไม่ใช่เป็นการพัฒนา. การที่ปล่อยเป็นไปตามประเพณี หรือเพียงแต่รักษาประเพณีไว้นี้ ไม่เรียกว่าการพัฒนา ; พัฒนาต้องมากขึ้น ต้องดีขึ้น ต้องก้าวหน้าขึ้น. เอาละทีนี้ เดินไปเที่ยววัดสักรอบ ภูเขานี้อยู่กลางวัด พระอยู่องค์ละหลัง ๖๑ องค์ ทั้งหมดอยู่คนละหลัง ด้านนี้อุบาสิกาเป็นแถว ไปทางป่า นี้ติดต่อโรงครัว โรงฉันอยู่ฝ่ายนั้น. เดินไป ถ้าดูเป็น สิ่งต่าง ๆ จัดไว้ในรูปมีความหมาย. ตรงโน้น ดูสระใหญ่ มีมะพร้าวอยู่กลางสระต้นหนึ่ง เรียกว่า นิพพานอยู่กลางวัฏฏสงสาร. "มะพร้าวนาฬิเกร์ กลางทะเลขี้ผึ้ง" เป็นภาพให้คิด, สามารถจะมีความสุข ไม่ทุกข์ อยู่ในท่ามกลางของความทุกข์. โลกนี้มันเป็นความทุกข์มากขึ้น เราต้องอยู่เก่ง อยู่เป็น จึงอยู่ได้ท่ามกลางความทุกข์โดยไม่ต้องเป็นทุกข์. ในตึกนี้ก็มีภาพเขียนมาก มีอยู่ภาพหนึ่ง "อยู่ในโลกนี้ อยู่ให้เหมือนกับว่าลิ้นงูอยู่ในปากงู" ลิ้นงู อยู่ในปากงู งูก็มีพิษร้าย เช่น งูเห่า ; แต่ว่าลิ้นงูไม่ถูกเขี้ยวงู ก็สบายนั่นแหละ. เราเองก็เหมือนกับ อยู่ในโลกที่มันบ้าเข้าทุกที ต้องอยู่ให้เป็น อยู่ให้เป็นอย่างนั้น อย่าไปถูกส่วนที่มันเป็นอันตรายเข้า. ภาพเขียนก็ดี ภาพอื่นที่ไม่ได้เขียนก็ดี มุ่งหมายจะสอนธรรมะทั้งนั้น ทั้งบริเวณวัดนี้ จัดก้อนหิน ต้นไม้ อะไรไว้ ก็เพื่อให้เห็นว่า มันสบาย. คน ไม่มีความสบาย ; ธรรมชาติยังดีกว่า ยังสบายกว่า. ขอให้ถือว่าอาตมาพูดเพียงแง่หนึ่ง ในหลาย ๆ แง่ เฉพาะในส่วนพัฒนาทางจิตใจ, แล้วค่อยรวมกันเข้ากับพัฒนาทางวัตถุปรับปรุงให้เหมาะสม, ให้ผลก้าวหน้าทางจิตใจคู่กับทางวัตถุ. ประโยชน์ที่จะได้มากที่สุดก็เท่านี้. ในตึกนั้นไปดูให้เข้าใจให้มากภาพที่สุด แต่เวลาคงไม่พอ ได้เท่าไรก็เท่านั้นแหละ ไปดูให้ดี ๆ . ขอแสดงความยินดี ขอให้มีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ให้สมตามความประสงค์มุ่งหมาย ทุกทิวาราตรีกาลเทอญ.
|
||||
| ชีวิตและผลงาน > ธรรมโฆษณ์ > | > ๒๐. ต้องพัฒนาจิตใจให้ทันกับพัฒนาวัตถุ | |||
สมุดเยี่ยม | แนะนำหน้านี้ให้เพื่อน | Site Map
![]()
กลุ่มพุทธทาสศึกษา ตู้ ปณ.๓๘ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๑๐
e-mail : info@buddhadasa.org