||\\พุทธทาสศึกษา : ศึกษาเพื่อสืบสานปณิธานพุทธทาส ชีวิตและผลงาน
หน้าแรก | ข่าว-กิจกรรม | >ชีวิตและผลงาน | บทความ | แฟ้มภาพ | วาทะพุทธทาส | กลุ่มพุทธทาสศึกษา | จุดเชื่อมต่อ

ธรรมโฆษณ์ของพุทธทาส > ค่ายธรรมบุตร
ขอขอบคุณและอนุโมทนา คุณอุทัยวรรณ เอกพินิทพิทยา
ผู้อาสาพิมพ์ต้นฉบับเรื่องนี้เพื่อเผยแพร่ในเว็บพุทธทาสศึกษา

ค่ายธรรมบุตร
(เรื่องที่ ๕)

การรู้จักถือประโยชน์จากศาสนา

บรรยายอบรมลูกเสือของโรงเรียนภารตวิทยา ที่มาจากจังหวัดพระนคร
ณ ลานชุมนุม สวนโมกขพลาราม อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี

๒๘ กันยายน ๒๕๑๑

 

ท่านที่เป็นลูกเสือ และผู้ที่เป็นผู้บังคับบัญชาลูกเสือทั้งหลาย,

          อาตมารู้สึกยินดีและขอต้อนรับในการมาของท่าน. สำหรับการต้อนรับด้วยวัตถุ ด้วยสิ่งของนั้น เป็นอีกเรื่องหนึ่ง นับว่าไม่มีอะไรมากในส่วนนั้น ; แต่ต้อนรับอีกอย่างหนึ่ง คือ ต้อนรับด้วยการกระทำที่ประพฤติประโยชน์ให้กันและกัน อย่างนี้ก็เรียกว่า ต้อนรับด้วยธรรม เรียกเต็มที่ว่า ธรรมปฏิสันถาวร : ต้อนรับด้วยการทำประโยชน์ ประพฤติประโยชน์ให้กันและกัน ; เดี๋ยวนี้ยินดีต้อนรับท่านทั้งหลาย ด้วยอาการอย่างนี้.

          สิ่งที่จะเป็นประโยชน์แก่ท่านทั้งหลายทั้งหมดนี้ และแก่ส่วนที่จะพึงได้ โดยเฉพาะที่นี่นั้นก็มีจำกัดอยู่ : คือเรื่องเกี่ยวกับวิชาความรู้. ถึงแม้เกี่ยวกับวิชาความรู้ก็ยังมีอยู่หลายอย่างหลายชนิด บางชนิดยังไม่เป็นที่ทราบกัน หรือมองข้ามกันไปเสีย. สำหรับสวนโมกขพลารามสถานที่นี้ มีความมุ่งหมายจะแก้ปัญหาในข้อนี้ ; คือ ทำให้ได้รับหรือมองเห็นสิ่งที่มองข้ามกันไปเสีย หรือไม่เคยได้รับ ; และยิ่งกว่านั้นจะต้องทำด้วยความพอใจหรือเพลิดเพลินด้วย ไม่ใช่น่าเบื่อ.

          เรื่อง ธรรมะ เรื่อง ศาสนา เรื่อง ศีลธรรมนี้ เป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะกล่าวได้ว่า เป็นเรื่องที่น่าเบื่อ ; นั้นมัน เป็นเพราะทำผิด. ถ้าทำถูก สิ่งเหล่านี้ไม่ได้น่าเบื่อเลย เป็นสิ่งที่ช่วยให้เกิดความสุขและความพอใจ. สิ่งใดที่ทำให้เกิดความสุข สิ่งนั้นจะเป็นสิ่งที่น่าเบื่อไม่ได้. ส่วน คนนั้นโง่เอง ไม่รู้จักถือเอาประโยชน์จากธรรมะ จากศาสนา ; ไม่ได้อะไรมันก็น่าเบื่อ ก็เลยเหมาเอาเป็นเรื่องที่น่าเบื่อกันไปหมด.

          ทีนี้เรากำลังจะพิสูจน์ว่า ธรรมะนี้เป็นสิ่งที่ไม่น่าเบื่อ แต่กลับจะสนุกสนานเหมือนมหรสพ เหมือนการเล่น การดูมหรสพ ; เราจึงเรียกกิจการนี้ว่า "มหรสพทางวิญญาณ", เรียกตึกหลังนี้ว่า "โรงมหรสพทางวิญญาณ" อย่างนี้เป็นต้น. ตัวธรรมะเองนี้เป็นตัวมหรสพ ถ้าใครเข้าถึงตัวธรรมะแล้วจะสนุกสนานมากเหมือนมหรสพ, คือการดูการเล่นมหรสพ. รวมความว่า ธรรมะไม่ใช่สิ่งน่าเบื่อและเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ที่สุด. ธรรมะนี้มีอยู่ทั่วไปในทุกศาสนา หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า มันเป็นเรื่องของธรรมชาติ.

ธรรมะ คืออะไร ?

คำ  

ว่า ธรรม กับคำว่า ธรรมชาติ นี้มัน เป็นคำ ๆ เดียวกัน ; สำหรับภาษาบาลี ธรรมชาติทุกอย่างเป็นธรรมะ, หรือว่าธรรมะนั้นเล็งถึงสิ่งทุกสิ่ง ไม่ยกเว้นอะไร : นับตั้งแต่ตัวธรรมชาติเป็นข้อแรก, เล็งถึงกฎของธรรมชาติเป็นข้อที่ ๒, เล็งถึงหน้าที่ที่คนเราจะต้องปฏิบัติตามกฎของธรรมชาติเป็นข้อที่ ๓, เล็งถึงประโยชน์ที่เราจะได้รับจากหน้าที่อันนั้น เป็นข้อที่ ๔, ทั้ง ๔ ข้อนี้เรียกว่าธรรมะหมด.

          ธรรมะในฐานะที่เป็นตัวธรรมชาติ, ธรรมะ ในฐานะที่เป็นตัวธรรมชาติ, ธรรมะ ในฐานะที่เป็นหน้าที่ของมนุษย์ตามกฎของธรรมชาติ, ธรรมะ ในฐานะที่เป็นผลจากหน้าที่นั้น, นี่ทุกคน ควรจะเข้าใจให้ดี. ให้รู้จักสิ่งที่เรียกว่าธรรมะอย่างถูกต้อง แล้วจะเป็นสากล. สิ่งที่เป็นสากล หรือสิ่งทั้งหมด อย่างนี้แหละคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์. บางคนชอบเรียกสิ่งนี้ว่า พระเป็นเจ้า หรือส่วนใหญ่ส่วนมากก็เรียกว่าอย่างนั้นในโลกนี้ ; แต่ส่วนในหมู่พุทธบริษัท เรียกว่า ธรรม หรือพระธรรม หรือธรรมะ.

          พวกที่ไม่เกี่ยวกับศาสนา อาจจะเรียกธรรมะว่าธรรมชาติ, หรือทุกอย่างเกี่ยวกับธรรมชาติ เช่นตัวธรรมชาติเอง หรือกฎของธรรมชาติ, หน้าที่ตามธรรมชาติ, หรือว่าผลที่จะได้รับจากการทำหน้าที่นั้น. ฉะนั้น จึงควร รู้จักคำว่า ธรรมะนี้ให้ดี ๆ แล้วส่วนที่มันเป็นประโยชน์ที่สุดนั้นคือหน้าที่ ขอให้เรารู้จักธรรมชาติ กฎของธรรมชาติ แล้วก็ หน้าที่ และ ประพฤติหน้าที่ให้ถูกต้อง แล้วจะต้องได้รับประโยชน์เต็มที่ที่มนุษย์ควรจะได้รับ.

สิ่งที่ดีที่สุด ที่มนุษย์ควรจะได้รับ

ปั  

ญหาของเราก็มีเพียงข้อที่ว่า สิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์ควรจะได้รับนั้นคืออะไร ? และจะต้องทำอย่างไร ? ทีนี้ ก็มาถึงกิจการของลูกเสือ ; ท่านทั้งหลายเป็นลูกเสือ เรียนอุดมคติของลูกเสือ ถ้าเข้าใจสิ่งนี้ถูกต้องและประพฤติได้ กระทำได้ ก็จะเป็นเรื่องเดียวกัน. เพราะว่าความ เป็นลูกเสือนั้น ก็คือมีความมุ่งหมายที่จะให้ได้รับสิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์ควรจะได้รับ. เราแยกกิจกรรมลูกเสือออกจากการเรียนหนังสือในโรงเรียนก็เพราะว่า การเรียนหนังสือนั้น เป็นการเรียนเพียงแต่ให้รู้หนังสือ หรือว่ารู้วิชาชีพ หรือว่ารู้สิ่งที่ต้องรู้ ; แต่เรื่องทางจิต ทางวิญญาณนั้น ยังไม่ได้ทำ.

          กิจการลูกเสือมุ่งหมายเรื่องทางจิต ทางวิญญาณ : คือเป็นเรื่องอบรมจิตใจ อบรมนิสัย ดัดแปลงนิสัย, ปรับปรุงความรู้สึกทางสัญชาตญาณให้เป็นความรู้ เป็นสติปัญญา เป็นอะไรที่สูงที่สุดขึ้นไป จนได้รับประโยชน์สูงสุดที่มนุษย์ควรจะได้รับ. ฉะนั้น เราจงมองดูกันในข้อนี้ให้เห็นชัด ; มิฉะนั้นแล้ว จะปนกันยุ่ง แล้วก็จะลางเลือน แล้วก็จะ เป็นลูกเสือไปกันอย่างเพ้อ ๆ อย่างงม ๆ งาย ๆ ไม่รู้ว่าเป็นทำไม ; เป็นแต่เพียงเพื่อแต่งเครื่องแบบ หรือเล่นกองไฟ หรือเล่นอะไรกัน อย่างนี้ก็นับว่าเป็นลูกเสือกันอย่างน่าหัวเราะ เป็นลูกแมวมากกว่า.

          สำหรับคำว่า "เสือ เสือ" นี้ อยากจะบอกกล่าวกันว่า ในฝ่ายพุทธศาสนา โดยเฉพาะนั้น มีเรื่องเปรียบเทียบเสือกับพระภิกษุ พระภิกษุนี่เป็นเสือ ซุ่มจับเหยื่อให้ได้ เหยื่อนั้นคือ มรรค ผล นิพพาน. ภิกษุต้องเป็นเสือที่ถูกต้อง เป็นเสือที่ดี ที่รู้จักสถานที่ รู้จักเวลา รู้จักกิริยาอาการ ปฏิบัติกัมมัฏฐานภาวนา เขาเรียกว่า สติปัฏฐานสี่ นี้ เป็นกัมมัฏฐาน เป็นวิธีปฏิบัติของภิกษุ ; เปรียบเหมือนกับวิธีซุ่มจับเหยื่อ หรือสัตว์ป่า รู้จักสถานที่ รู้จักเวลา รู้จักการกระทำ จนตะครุบเอาเหยื่อมาได้ คือการบรรลุ มรรค ผล นิพพาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์ควรจะได้รับ.

          คำว่า "เสือ" หมายความว่า สัตว์ที่สามารถถือเอาสิ่งที่ดีที่สุดที่ควรจะได้รับ จึงจะเรียกว่าเสือ. การที่เป็นอย่างลูกสุนัข เป็นลูกหมาป่า กัดกัน ทะเลาะวิวาทกัน, แม้อยู่ในเครื่องแบบ อยู่ในจีวร, หรืออยู่ในเครื่องแบบลูกเสือ, อยู่ในเครื่องแบบอะไรก็ตาม มันกลายเป็นสิ่งที่ไม่ใช่เสือ ; ไม่ใช่อุดมคติของคำว่าลูกเสือ. ฉะนั้น คำว่า ลูกเสือไม่ใช่เป็นลูกสัตว์ที่โง่เขลา และไม่ใช่เป็นเสือชนิดที่ว่าจะกัดกัน หรือจะรังแกผู้อื่น ซึ่งหมายถึงเสืออันธพาล. ถ้ามีความหมายอย่างนั้น พระพุทธเจ้าก็ไม่ตรัสเปรียบภิกษุกับเสือ : ที่ทรงเปรียบภิกษุกับเสือ ก็เพราะว่าภิกษุจักสามารถถือเอาสิ่งสูงสุดที่มนุษย์ควรจะได้รับได้ คือ มรรค ผล นิพพาน.

          การที่เป็นลูกเสือ หรือเป็นเสือ หรือเป็นลูกเสือก็ตาม ที่ท่านทั้งหลายกำลังสนใจ กำลังเป็นอยู่นี่ จะต้องมีอุดมคติอย่างลูกเสือ คือไม่ใช่สัตว์อันธพาล ; แต่เป็นสัตว์ที่จะต้องปรับปรุงตนเอง เป็นสัตว์น้อย ๆ ที่ จะปรับปรุงตัวเองให้ถึงความสมบูรณ์ แล้ว ให้ได้รับสิ่งที่ดีที่สุด ที่มนุษย์ควรจะได้รับ. เป็นอันว่า ลูกเสือที่เป็นกันก็เพื่อปรับปรุงตัวเองทุกส่วน ทั้งส่วนร่างกาย ทั้งส่วนพลานามัย ทั้งส่วนจิตใจ ทั้งส่วนสติปัญญา ทั้งส่วนวิญญาณในที่สุด ให้มีความเหมาะสม ที่จะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์ควรจะได้รับ.

ธรรมะ เป็นของสากล

ที  

นี้ เราจะได้พูดกัน ถึง สิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์ควรจะได้รับ กันสักนิดหนึ่ง ; ให้นึกถึงข้อที่ว่าสิ่งที่เรียกว่า ธรรมะ หรือ พระเจ้า นี้เป็นของสากล ; เป็นของศาสนาไหนไม่ได้. ถ้าพระเจ้าพระองค์ใดเป็นของศาสนาไหนโดยเฉพาะ ก็เป็นพระเจ้าที่บ้าเต็มที่ ; พระเจ้าต้องเป็นของทุกคน. ที่เรียกพระเป็นเจ้า จะต้องเป็นของทุกคน จะเป็นของศาสนาไหน โดยเฉพาะไม่ได้ ; เช่นเดียวกับธรรมะ ต้องเป็นของทุกคนในโลก, ชีวิตที่มีอยู่ในโลก จึงจะเป็นธรรมะที่ถูกต้องได้. จะเป็นธรรมะของคริสต์ศาสนา, หรือธรรมะของพุทธบริษัท อย่างนี้ก็บ้าเต็มที่ ; มันต้องเป็นของทั้งหมด. ทุกคนจะต้องรู้จักสิ่งนี้ จะต้องถึงสิ่งนี้ คือสิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์ควรจะได้รับ, อย่าไปมัวฝันหวานว่า สิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์ควรจะได้รับคือ ความสุขสนุกสนาน อะไรทางเนื้อทางหนัง ทางกามารมณ์ ; อย่างนั้นไม่มีสอนในลัทธิไหนในศาสนาไหน. สิ่งที่ดีที่สุด ต้องเป็นผลของการประพฤติปฏิบัติที่ถูกต้องและที่ดีที่สุด ; ฉะนั้น สิ่งที่ดีที่สุดเล็งถึงการกระทำ, นึกเล็งถึงการกระทำกันก่อน. อย่าเพ่งเล็งถึงผล ; พิจารณากันเอาตามหลักจริยธรรมสากลก่อนดีกว่า.

          หลักจริยธรรมสากลนั้นเกิดขึ้น โดยนักจริยธรรมหรือศีลธรรมคณะหนึ่ง ethicist ของโลกหลายสิบปีมาแล้ว หรือหลายร้อยปีมาแล้วก็ได้. เขาช่วยกันคิด ช่วยกันวิพากษ์วิจารณ์ ช่วยกันคิดพิสูจน์ในแง่ของจริยธรรมศีลธรรมในโลก ในที่สุดก็ยุติกันว่า : สิ่งที่ดีที่สุดของมนุษย์นั้น มีอยู่ ๔ หัวข้อด้วยกัน. ถ้าลูกเสือคนไหนจะจำไว้ได้ ก็จะเป็นการดี จดจำไว้ให้ได้จะเป็นการดี จะเป็นการช่วยให้ง่ายเข้า สำหรับที่เราจะเป็นลูกเสือให้ถูกต้องและแท้จริง.

          สิ่งที่ดีที่สุดของมนุษย์ เขาใช้คำภาษาจริยธรรมสากลว่า Summum Bonum เป็นภาษาลาติน, นี้ก็คือ หมายถึง ๑. ความสงบสุข ๒. ความเต็มเปี่ยมของความเป็นมนุษย์ ๓. หน้าที่เพื่อหน้าที่ หน้าที่ที่ประพฤติกระทำเพื่อหน้าที่เอง ๔. ความรักสากล ไม่จำกัด ไม่มีขอบเขตจำกัด.

ข้อที่ ๑ ที่ว่า ความสงบสุข หรือเรียกกันเฉย ๆ ว่า HAPPINESS

นี้  

ก็หมายถึง ความสุขที่ถูกต้อง, ความสุขที่เป็นความสุขจริง ๆ. ในภาษาไทยเรา มีคำที่ช่วยให้เข้าใจได้ง่ายอยู่ ๒ คำ : คือ สุก ก สะกด ต้มสุก เผาสุก จี่สุก, และสุข ข สะกด. สุก ก สะกดนี้มันร้อน, สุข ข สะกด นี้หมายถึงเย็น.

          ไปเล่น ไปกิน ไปดื่มกันให้เต็มที่ ไปสรวลเสเฮฮากันให้เต็มที่, คิดว่าพรุ่งนี้เราอาจจะตายเสียก็ได้. วันนี้เราจะต้องกินเหล้าเมายา อะไรกันเสียให้เต็มที่ สนุกทางสุรา นารี อะไรก็ตาม ; นี่ไม่ใช่ความสุขที่ควรจะมุ่งหวัง มันเป็น สุก ก สะกด. สุขที่เขาหวังกันนั้น สุข ข สะกด เป็นความสุขอย่างถูกต้องและสงบเย็น มันเนื่องกันอยู่กับสามข้อที่เหลือ. ข้อที่ ๑ คือความสุขนี้ มันเนื่องอยู่กับสามข้อที่เหลือ ที่จะพูดต่อไป.

          ความสุขนี้อย่าเอาไปปนกันกับความสนุก อย่าเอาไปปนกับ คำว่า เพลิดเพลิน, อย่างคำว่า pleasure นี้หมายถึงเพลิดเพลิน จะเอามาเป็นความสุขไม่ได้, หรือความสนุกอย่างอื่นใดก็ตาม จะเอามาเป็นความสุขไม่ได้ ; มันยังไม่ถึงขนาดที่เรียกว่าความสุขที่แท้จริง. ความสุขที่แท้จริง ต้องได้มาจาก การประพฤติ กระทำที่ถูกต้อง เป็ฯไปเพื่อความไม่เบียดเบียนตน ไม่เบียดเบียนผู้อื่น จำไว้ว่า ข้อแรกที่ต้องเล็งถึงก็คือ ความมุ่งหมายที่เรียกว่า ความสุขเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ที่มนุษย์ควรจะได้.

ข้อที่ ๒ เรียกว่า ความเต็มเปี่ยมของความเป็นมนุษย์ PERFECTION

 

วามเต็มของความเป็นมนุษย์นี้ ในขณะที่เรายังไม่มีความเป็นมนุษย์ที่เต็ม เรายังไม่พอใจ ยังไม่หยุดยังจะวิ่ง ยังจะก้าวไปข้างหน้าอยู่เรื่อย. การเป็นลูกเสือนี้ ก็คือลักษณะหนึ่ง หรืออาการส่วนหนึ่ง ของการวิ่งไปสู่ความเต็มของความเป็นมนุษย์ด้วยเหมือนกัน. เราอย่าเพิ่งอวดดีว่า เรามีความเต็มเปี่ยมของความเป็นมนุษย์, หรือมีความเปรื่องปราดเก่งกาจสามารถอย่างนั้นอย่างนี้ จนถึงกับยกตนข่มท่านทำอันตรายผู้อื่น อย่างนี้ ซึ่งเป็นความเต็มของความเกเร หรือความเดิมไปผิด จนถึงกับยกตนข่มท่าน. และระวังให้ดี ; เรายังมียกพร่อง ทุกอย่าง เรายังมีบกพร่อง ; วิชาความรู้ ก็ยังบกพร่อง ความประพฤติ ก็ยังบกพร่อง ทรัพย์สมบัติ ก็ยังบกพร่อง ความดี อย่างอื่น ๆ ก็ยังบกพร่อง ยังไม่เต็ม. เราจะต้องทำให้มีความเต็มเปี่ยมของความเป็นมนุษย์ เป็นมนุษย์ มีความมุ่งหมายจะเต็มในข้อที่มีจิตใจสูงสุด มีความดี ความงาม ความถูกต้อง ความจริง ความยุติธรรม หรือความสงบสุขในที่สุด ซึ่งต้องเป็นส่วนที่ทำให้เต็ม. ความเต็มเปี่ยมของความเป็นมนุษย์ เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์ควรจะได้ในชีวิตนี้ เป็นข้อที่ ๒.

ข้อที่ ๓ หน้าที่เพื่อหน้าที่
หน้าที่เพื่อประโยชน์ต่อหน้าที่ DUTY FOR DUTY'S SAKE

 

น้าที่สำหรับประโยชน์ต่อหน้าที่ หรือพูดว่า ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ ทำงานเพื่องาน, นี้เป็นอุดมคติอย่างยิ่ง ของลูกเสืออยู่แล้ว. ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ ไม่ใช่ทำหน้าที่เพื่อรางวัล ไม่ใช่เพื่อความขอบใจ ไม่ใช่เพื่อเงิน. ทีนี้ ถ้าเราทำงานเพื่อเงิน จึงมีความทุจริต ยุ่งยาก วุ่นวาย ลำบาก. ถ้าเรามีการทำงาน เพื่องานโดยตรงแล้ว ก็จะมีความก้าวหน้าในทางความสงบ ความเจริญ อย่างถูกต้อง. เราทำงานเพื่องานกันก่อน แล้วเงินนี้จะมีมาเอง และจะมาทีหลังได้. นี่เป็นหลักจริยธรรมสากลด้วย เป็นหลักของศาสนาทุกศาสนาด้วย ; แม้ว่า เราจะพูดว่า เราจะ ทำงานนี้เพื่อพระเป็นเจ้า มันก็เป็นการทำเพื่อหน้าที่ ไม่ใช่ทำเพื่อจะเอาเงิน แต่ทำเพื่อพระเป็นเจ้า.

          เรามีหน้าที่เกิดขึ้นโดยพระเป็นเจ้า หรือ พระเป็นเจ้ามีหน้าที่ให้เรา ; เราก็ประกอบ กระทำ เรียกว่าทำหน้าที่เพื่อหน้าที่เหมือนกัน. ถ้าทำเพื่อความเห็นแก่ตัว, เห็นแก่ตัวแล้วทำ นี้มันก็เรียกว่าทำเพื่อประโยชน์ที่ตัวต้องการ. ผู้ที่เป็น ลูกเสือ หรือว่า เป็นผู้ที่มีศีลธรรมที่ดี หรืออะไรทำนองนี้ ก็จะต้องทำหน้าที่ด้วยความตั้งใจ ซึ่งตรงต่อหน้าที่, หรือ ปฏิบัติดีเต็มตามหน้าที่ ; ส่วนเงินหรือเกียรติอะไรนั้น เป็นสิ่งมาทีหลัง.

          ถ้าทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ละก็ มันสกปรกเสียตั้งแต่ทีแรก มันก็ไม่เป็นเกียรติ หรือไม่เป็นผลดีอะไร, ได้เงินมาก็เป็นเงินสกปรก ได้เกียรติมาก็เป็นเกียรติสกปรกหลอกลวง เงินปลอม เกียรติยศปลอม ก็ตบตาผู้อื่น อย่างนี้มีอยู่มาก ; ฉะนั้น ถือปฏิบัติให้ตรงต่อการทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ เป็นสิ่งสากล เป็นหลักสากลระหว่าง จริยธรรมกับศาสนาและทุกศาสนา นี้เป็นสิ่งที่ดีที่สุด ที่มนุษย์ควรจะได้ เป็นข้อที่ ๓.

ข้อที่ ๔ ความรักสากล คือ UNIVERSAL LOVE

 

วามรักสากล หมายถึงว่า มีความรักชีวิตผู้อื่น ไม่เลือกหน้า ไม่มีขอบเขตจำกัด ไม่มีเขา ไม่มีเรา. ทุกศาสนาก็ต้องการอย่างนี้ ; แม้แต่จริยธรรมก็ต้องการอย่างนี้ ให้มีความรักผู้อื่น เสมอกันกับความรักตัว ; นี่จิตใจมันสูง. ถ้าจิตใจมันต่ำ มันก็เห็นแก่ตัว มันรักผู้อื่นไม่ได้ ; แม้แต่เพื่อนฝูงอยู่ในโรงเรียนเดียวกัน ก็ยังชกต่อยกัน ; ที่จะไปรักคนอื่นทั่วไป แม้ที่เป็นศัตรูนี้จะทำได้อย่างไร.

          เราจะต้องมีความคิดนึกที่ถูกต้องตามหลักตามอุดมคติของศีลธรรม ; ว่าเราทุกคนชีวิตทั้งหมดนี้ เป็นเพื่อนเดินทางจากความชั่วไปสู่ความดี. จากความต่ำไปสู่ความสูง, จากความทุกข์ทรมานไปสู่ความพ้นทุกข์สิ้นเชิง, เป็นเพื่อนด้วยกันทั้งหมดทุกคน ไม่ว่าเขาจะเป็นคนชาติไหน ภาษาไหน, หรือจะเป็นศาสนาไหนก็ตาม, ล้วนเป็นเพื่อนเดินทางด้วยกันทุกคน. เราต่างกันแต่เพียงว่ามีฐานะต่างกัน อะไรต่างกันบางอย่างเท่านั้นเอง ; แต่ทว่า หน้าที่แล้วละก็เหมือนกันหมด ; จะต้องเดินทางจากความต่ำไปหาความสูง เพื่อหมดทุกข์ด้วยกันทั้งนั้น จากความสุขอยู่ในกรงขัง ไปสู่ความพ้นเป็นอิสระทางวิญญาณ. ฉะนั้น เรา ต้องรักผู้อื่นด้วยกันทั้งหมด ในฐานะเป็นเพื่อนเสมอกัน เป็นความรักสากลอย่างนี้ เป็นความไม่เห็นแก่ตัวโดยสิ้นเชิง.

          ดังที่กล่าวมานี้ เป็น อุดมคติของลูกเสือ เพื่อทำลายความเห็นแก่ตัว ; ความเห็นแก่ตัวมีขึ้นเมื่อไร ก็มีความโลภ ความโกรธ ความหลง เมื่อนั้น. เห็นแก่ตัว มีขึ้นมา ก็โลภ อยากจะได้, เห็นแก่ตัว เมื่อไม่ได้อย่างใจ มัน ก็โกรธ ก็ฆ่าเขา ตีเขา ด่าเขา, เห็นแก่ตัว มัน ก็มืดมัว ซอกแซก สงสัย สนใจ ไม่มีขอบเขตจำกัด และมัวเมาในสิ่งต่าง ๆ. เมื่อมีความเห็นแก่ตัวเกิดขึ้นที่ไหน ; มันก็มีความชั่ว หรือว่ามีกิเลสขึ้นมามีการเบียดเบียนที่นั่น แม้ไม่เบียดเบียนผู้อื่น มันก็เบียดเบียนตัวเอง ทรมานตัวเองให้เร่าร้อนหม่นหมองอยู่ตลอดเวลา ; นี่เรียกว่าเบียดเบียนตัวเอง มีความเห็นแก่ตัวที่ไหน ก็มีความเบียดเบียนตัวเองที่นั่น ; ฉะนั้น เราต้องทำลายความเห็นแก่ตัว ซึ่งเป็นอุดมคติของทุกศาสนา เป็นอุดมคติของศีลธรรมทั้งหมด จนกระทั่วเกิด universal love มีความรักสากล.

          สิ่งต่าง ๆ ที่เขาให้ลูกเสือศึกษาอบรมประพฤติฝึกฝน ก็เพื่อสิ่งเหล่านี้คือความดีสูงสุด ที่มนุษย์ควรจะได้ทั้งนั้น. อย่าไปเห็นว่า มันหยุดอยู่เพียงแค่รู้เท่านั้น ต้องประพฤติกระทำ เพื่อเกิดนิสัยที่ดี เพื่อให้เกิด spirit ที่ดี ให้มีขึ้นมาในตัว. เราจะ ต้องมองให้เห็นอุดมคติหรือความมุ่งหมาย แล้วกระทำให้ได้. อย่าทำเพียงแสดงละคร, อย่าเพียงแต่สวมเครื่องแบบลูกเสือ, อย่าเพียงแต่แสดงท่าทางไปตามแบบ ; อย่างนั้นมันก็เป็นลูกเสือไปตามแบบ. ไม่ใช่เราจับสัตว์บางชนิดมาสวมเครื่องแบบลูกเสืออย่างนี้ก็จะเป็นลูกเสือได้ เป็นตำรวจ เป็นทหารได้. แต่ เป็นอะไรก็ตาม ต้องหมายความว่า จะเป็นได้ ต่อเมื่อ ปฏิบัติหน้าที่นั้น ๆ อยู่, หรือ ปฏิบัติหน้าที่เหล่านั้นสำเร็จแล้ว ; เพียงแต่สวมเครื่องแบบแล้วออกท่าทางนั้น เป็นละครลิงชนิดหนึ่ง ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น. ต้องประพฤติ กระทำได้ด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยจิตใจ นั้นจึงจะได้เป็น ตามที่เรามุ่งหมายที่เป็นลูกเสือ.

          นี้เรียกว่าเราจะเพ่งเล็งถือเอาจริยธรรมสากลเป็นหลัก ว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์ควรจะได้รับ นั้นคืออะไร ? เป็นอย่างไร ? เป็นอุดมคติของลูกเสือ. เป็นอุดมคติของจริยธรรมสากล, เป็นอุดมคติของทางศาสนาทุกศาสนาพร้อมกันในตัว ; คล้ายกับยิงนกทีเดียวได้นกหลายตัว ตัวใหญ่ ๆ ทุกชนิดได้หมด. มันดีอย่างนี้ โดยใช้จริยธรรมสากลเป็นหลัก ; สิ่งที่ดีที่สุดของมนุษย์เป็นอย่างนี้. เมื่อเราเป็นลูกเสือก็ควรจะทำให้ได้อย่างนี้.

"สิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์ควรจะได้" พูดอย่างภาษาชาวบ้านก็คือ :

๑.  

เป็นลูกเสือนี้ ก็เพื่อจะอบรมให้ เป็นบุตรที่ดี ของบิดามารดา. ๒. เป็นศิษย์ที่ดี ของครูบาอาจารย์. ๓. เป็นพลเมืองที่ดี ของประเทศชาติ ๔. เป็นสาวกที่ดี ของพระศาสดาแห่งศาสนาของตน ๆ ; นี่จะเป็นสิ่งที่ชาวบ้านเข้าใจได้. ที่เรามีที่เรากำลังประพฤติกระทำอยู่นี้ อบรมนิสัยอะไรอยู่นี้ ก็เพื่อให้ได้เป็นบุตรที่ดีของบิดามารดา เป็นศิษย์ที่ดีของครูบาอาจารย์ เป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติ เป็นสาวกที่ดีของพระศาสดาของตน ๆ ตามศาสนาที่ตนนับถือปฏิบัติอยู่.

          เดี๋ยวนี้เด็ก ๆ ไม่ได้เป็นที่แน่นอนว่า เป็นบุตรที่ดีของบิดามารดา เพราะว่าจับบิดามารดาใส่นรกอยู่บ่อย ๆ ; เด็ก ๆ เล็ก ๆ นี้จับบิดามารดาของตัวใส่นรกอยู่บ่อย ๆ, คือทำบิดามารดาให้ร้อนใจ เหมือนเอาไฟเข้าไปเผาอยู่ในอกนั้นบ่อย ๆ : อย่างนี้เรียกว่าไม่ใช่บุตร ตามความมุ่งหมายที่เป็นผู้ยกบิดามารดาออกมาเสียจากนรก ซึ่งมีความร้อนใจเหมือนไฟเผา.

          เมื่อบิดามารดายังไม่มีลูกก็ร้อนใจ วิตกกังวล ใคร่จะมีลูกเพื่อเป็นผู้สืบสกุล หรือมีลูกไว้ช่วยเหลือเมื่อแก่เมื่อเฒ่า ; เมื่อเป็นคนแก่เฒ่าจะได้มีคนเลี้ยงดู มีความหวัง กังวลอย่างนี้. เมื่อมีลูกขึ้นมาแล้ว ก็ควรจะได้ช่วยพ่อแม่ให้ได้หวังไปตามนั้น ก็จะไม่มีความร้อนใจ ; แต่พอลูกทำผิดไปจากนั้น ก็มีความร้อนใจ เป็นนรกอยู่ในใจ ; ด้วยว่าบุตรนั้นเอง ไม่ใช่บุตรเสียแล้ว เป็นอะไรชนิดหนึ่ง จับบิดามารดาใส่ลงไปในนรก. เมื่อเราจะเป็น บุตรที่ดี ของบิดามารดา ต้องกระทำให้สมกับคำว่าบุตร คือผู้ที่ยกบิดา มารดาขึ้นมาจากนรก.

          คำว่า ปุตตะ นี้เป็นชื่อของนรกชนิดหนึ่ง ถ้าถือตามภาษาในประเทศอินเดียโบราณแล้ว เขายังหวังอยู่ว่าบุตรนี้เป็นผู้ที่สามารถจะยกบิดามารดาออกไปจากนรก, คือความร้อนใจทุกอย่างทุกประการ ; ฉะนั้น เด็ก ๆ ต้องไม่ทำให้บิดามารดาร้อนใจแต่ประการใดจึงได้ชื่อว่าบุตร. ถ้ามิฉะนั้นแล้วมันก็เป็นแต่เพียงก้อนสกปรกอะไรก้อนหนึ่งออกมาจากท้องของมารดา มารังควานบิดามารดาอยู่เสมอ ทำให้ได้รับความร้อนอกร้อนใจ ; นี้ไม่ใช่บุตร.

          ที่ว่า เป็นศิษย์ที่ดี ของครูบาอาจารย์ก็เหมือนกัน ; เดี๋ยวนี้วัฒนธรรมเลวลง เด็ก ๆ ไม่ได้เป็นศิษย์ที่ดีของครูบาอาจารย์, กลับจะเป็นผู้ต่อต้านครูบาอาจารย์ด้วยซ้ำไป ; ก็เพราะความโง่เขลา ที่สับสนวนเวียนกัน จนไม่รู้ว่าอะไรเป็นอย่างไร, ศิษย์เป็นอย่างไร, ครูบาอาจารย์เป็นอย่างไร, ใครมีหน้าที่อย่างไร ; แล้วเด็ก ๆ ก็ไปหลงของเอร็ดอร่อยสนุกสนานสมัยใหม่มากขึ้น จนเลยมองข้ามสิ่งที่ควรจะมองเห็น.

          คำว่า ครู นี้แปลว่า ผู้นำทางวิญญาณ เป็นมัคคุเทศก์ทางวิญญาณ. เด็ก ๆ เกิดมาดวงวิญญาณยังเดินทางไม่ถูก ครูเป็นผู้ช่วยนำ หรือ guide หรือมัคคุเทศก์ทางวิญญาณ. เราต้องปฏิบัติต่อครูให้ถูกต้อง จนครูสามารถเป็นผู้นำทางวิญญาณได้ ; เราจึงชื่อว่า เป็นศิษย์ที่ดีของครูบาอาจารย์ได้.

          ในเรื่อง ความเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาตินี้ ก็พูดกันอยู่ทุก ๆ วัน เคารพธงชาติบ้าง อะไรบ้าง ก็เรียกว่าชาติบ้าง ; แต่แล้วเราก็มักจะทำกันแต่ปากทำกันแต่พิธี. จะต้องทราบถึงความหมายของ คำว่าชาติ ไม่ใข่แผ่นดิน ไม่ใช่ท่าทีล้วน ๆ, ที่ถูกคือความเป็นหมู่คณะที่ดี ที่มีความเป็นธรรม มีความถูกต้อง ; เราจะต้องระวังรักษาคุณสมบัติลักษณะอันนี้เอาไว้, นี้เรียกว่า เป็นพลเมืองดีของประเทศชาติ ; เป็นงานใหญ่ ทำคนเดียวไม่ได้ ต้องร่วมมือกันทุกคน, เพื่อประโยชน์สุข เพื่อประโยชน์ทุกชนิดของชาติ ซึ่ง พลเมืองเราทุกคนอยู่ในชาติ ; แล้วต้องไม่มีเขา ไม่มีเรา มีความรักสากล อย่างที่ว่ามาแล้ว. ไม่มีเขา ไม่มีเรา ซึ่งหมายความว่าจะ อยู่ที่แผ่นดินไหนก็ทำที่แผ่นดินนั้น. เมื่อ ทำกันได้อย่างนี้ทั้งโลก ก็ดีไปหมด ไม่มีความเบียดเบียนกัน. ก็มีความสงบสุขกันทั้งโลก. นี้เรียกว่า เป็นพลเมืองที่ดีของชาติหรือของโลก.

          ความเป็นสาวกที่ดีของพระศาสดาแห่งศาสนาของตนนี้ เป็นของสูงสุด ; เพราะว่าพระศาสดาเป็นบุคคลผู้สูงสุด เป็นผู้ชี้ทาง ชี้แนว ชี้ทางทุกประการ ทุกอย่างทุกประการให้แก่คนทุกคน ; ฉะนั้น ความรู้ทางจริยธรรมทางศาสนา ทางเอาตัวรอดนี้ เราได้รับมาจากผู้ที่เป็นพระศาสดา. เราเป็นสาวกที่ดี ก็ด้วยการปฏิบัติตาม ; ไม่ใช่เป็นแต่กระทำเพียงเข้าพิธีตามทางศาสนานั้น ๆ แล้วก็เรียกว่าเป็นสาวกที่ดี. นั่นมันเป็นเพียงการจดทะเบียนเท่านั้น. จะจดทะเบียนเป็นลูกเสือ จดทะเบียนเป็นทหาร แบบนี้ก็ยังเป็นลูกเสือ เป็นทหารที่ดีไม่ได้ จนกว่าเมื่อใดได้ปฏิบัติถูกต้อง ครบถ้วนแล้ว จึงจะเป็นลูกเสือที่ดี เป็นทหารที่ดีได้.

          การเป็นสาวกที่ดีของพระศาสดาก็เหมือนกัน จะไปถือเพียงว่า เราเกิดมาจากพ่อแม่ผู้นับถือศาสนานั้น ๆ เราก็เป็นสาวกที่ดีแล้ว ยังไม่ถูก, หรือว่าเราได้ทำพิธีปฏิญาณตนเป็นสาวกของศาสดาถือศาสนานั้นศาสนานั้น มันก็ยังไม่พอ และยังไม่ถูก. เรา ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามคำสอนของศาสดานั้น ๆ.

          ทีนี้มันมีแง่ที่ว่า พระศาสดาทุกพระองค์ ไม่ว่าศาสนาไหน สอนอย่างเดียวกันหมด มีความมุ่งหมายเหมือนกันหมด คือ ต้องการ "ให้ทำลายความเห็นแก่ตัว" ; มีคำพูด มีคำสอนต่างกันก็จริง แต่ว่าความมุ่งหมายเหมือนกันหมด คือ สอนให้ทำลายความเห็นแก่ตัว ; จะเป็น พระพุทธเจ้า พระมะหะหมัด พระยีซัสไครสต์ หรือพระอะไรก็ตาม ล้วนแต่สอนให้ทำลายความเห็นแก่ตัวทั้งนั้น. นี่เป็นการง่ายแก่พวกเราที่จะเป็นมิตรกัน ร่วมกันทำงานเพื่องานร่วมกัน มีอุดมคติอย่างเดียวกัน แล้วไม่มีสิ่งที่เรียกว่าศาสนานั้นมาเป็นเครื่องขัดขวางกันเลย ; ให้ทุกคนระดมร่วมมือกัน เพื่อทำลายความเห็นแก่ตัว ก็จะได้ชื่อว่าเป็นสาวกที่ดีของพระศาสดาแห่งศาสนาของตน ๆ ด้วยกันทั้งนั้น.

          นี่จึงหวังว่า ลูกเสือทุกคนจะมีอุดมคติของลูกเสือดังที่กล่าวว่า : เป็นบุตรที่ดี ของบิดามารดา, เป็นศิษย์ที่ดี ของครูบาอาจารย์, เป็นพลเมืองที่ดี ของประเทศชาติ หรือของโลก, เป็นสาวกที่ดี ของพระศาสดาแห่งศาสนาของตน ๆ, แล้วประพฤติกระทำ เพื่อให้ได้รับสิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์ควรจะได้รับ : คือ ความสุขที่แท้จริง, ความเต็มเปี่ยมของความเป็นมนุษย์, เป็นผู้ที่มีหน้าที่เพื่อหน้าที่, แล้วก็มีความรักสากล : ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว.

          นี่รู้สึกว่าจะเป็นความเพียงพอ สำหรับหัวข้อที่ควรจะจดจำและปฏิบัติรายละเอียดปลีกย่อยต่าง ๆ ก็ไปคิดเอาเองบ้าง. และขอให้จดจำข้อเหล่านี้ไว้บ้าง แล้วก็จะมีความเป็นลูกเสือที่ดี ไม่ใช่จะเป็นลูกเสืออันธพาลเกเร เป็นเหมือนลูกสุนัขป่ากัดกัน ; และไม่มีการทำลายผู้ใด ไม่มีการเบียดเบียนผู้ใด แต่เราทำลายกิเลส ทำลายความชั่ว ซึ่งเป็นศัตรูร่วมกันของเรา. ได้สิ่งที่ดีที่สุด ๔ ประการอย่างที่กล่าวมา ซึ่งเป็นอันเดียวกันกับหลักเกณฑ์ทางศาสนา, ซึ่งยกตัวอย่างแต่เพียงพุทธศาสนา ภิกษุก็เป็นเสือ ซุ่มจับเหยื่อ คือ มรรค ผล นิพพาน ก็ได้.

          หวังว่าทุกคนจะเข้าใจ แล้วขอให้ทุกคนตั้งใจประพฤติปฏิบัติให้สุดกำลังเต็มสติกำลังของตน เพื่อความเป็นลูกเสือที่ถูกต้อง.

          ขอกล่าวคำสวัสดีแก่ทุกคน.

ขึ้นด้านบน

ชีวิตและผลงาน > ธรรมโฆษณ์ >
> ๕. การรู้จักถือประโยชน์จากศาสนา

หน้าแรก | ข่าว-กิจกรรม | >ชีวิตและผลงาน | บทความ | แฟ้มภาพ | วาทะพุทธทาส | กลุ่มพุทธทาสศึกษา | จุดเชื่อมต่อ

สมุดเยี่ยม | แนะนำหน้านี้ให้เพื่อน | Site Map

Buddhadasa.org
กลุ่มพุทธทาสศึกษา ตู้ ปณ.๓๘ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๑๐
e-mail : info@buddhadasa.org
.