|
ใจความสำคัญ
เป็นพระประวัติตรัสเล่า
ไม่มีคำเรียบเรียงของผู้แต่งคละปน
เพราะเป็นที่รวบรวมเฉพาะพระพุทธภาษิตที่ตรัสถึงประวัติของพระองค์เอง.
จากคัมภีร์พระไตรปิฎกล้วน เลือกเก็บเอามาร้อยกรองให้เป็นหมวดหมู่
ติดต่อกันเป็นลำดับ,
มุ่งแสดงหลักธรรมที่แนบอยู่ในพระชนม์ชีพของพระองค์ แทนการมุ่งทางตำนานประวัติ
หรือนิยายประวัติ เพื่อให้เป็นหนังสือส่งเสริมปฏิบัติธรรมเล่มหนึ่ง
เป็นส่วนใหญ่
รวมทั้งเป็นแก่นแห่งเรื่องพุทธประวัติด้วย, เป็นส่วนพิเศษ.
ผู้รวบรวม (พุทธทาสภิกขุ)
|

(โดยละเอียด)
อักษรย่อชื่อคัมภีร์ | วิธีใช้หนังสือเล่มนี้
ภาคนำ
ข้อความให้เกิดความสนใจในพุทธประวัติ
(๑๒ เรื่อง)
ภาค
๑
เริ่มแต่การเกิดแห่งสากยวงศ์ จนถึงออกผนวช
(๒๑ เรื่อง)
ภาค
๒
เริ่มแต่ออกผนวชแล้ว จนถึง ได้ตรัสรู้
(๓๕ เรื่อง)
ภาค
๓
เริ่มแต่ได้ตรัสรู้แล้ว จนถึง โปรดปัญจวัคคีย์
(๗๙ เรื่อง)
ภาค
๔
เริ่มแต่โปรดปัญจวัคคีย์แล้ว จนถึง จวนจะปรินิพพาน
(๑๗๐ เรื่อง)
ก. เกี่ยวกับการประกาศพระศาสนา ๔๘ เรื่อง คือ :-
- การประกาศพระศาสนา
- หลักที่ทรงใช้ในการตรัส
- ทรงมีหลักเกณฑ์ในการกล่าวผิดจากหลักเกณฑ์ของคนทั่วไป(พ.ม.ส.)
- อาการที่ทรงแสดงธรรม
- สมาธินิมิตในขณะที่ทรงแสดงธรรม(พ.ม.ส.)
- ทรงแสดงธรรมโดยสายกลาง ไม่แล่นดิ่งไปสุดโต่ง
- : เกี่ยวกับ "กามสุขัลลิกานุโยค" หรือ "อัตตกิลมถานุโยค"(พ.ม.ส.)
- : เกี่ยวกับ "มี" หรือ "ไม่มี"(พ.ม.ส.)
- : เกี่ยวกับ "ผู้นั้น" หรือ "ผู้อื่น"(พ.ม.ส.)
- : เกี่ยวกับ "ทำเอง" หรือ "ผู้อื่นทำ"(พ.ม.ส.)
- : เกี่ยวกับ "ทำเอง" หรือ "ผู้อื่นทำ" (อีกนัยหนึ่ง)(พ.ม.ส.)
- : เกี่ยวกับ "อย่างใดอย่างหนึ่ง" หรือ "อย่างอื่น"(พ.ม.ส.)
- : เกี่ยวกับ "เหมือนกัน" หรือ "ต่างกัน"(พ.ม.ส.)
- ไม่ทรงบัญญัติอะไรเป็นอะไร โดยส่วนเดียว(พ.ม.ส.)
- ทรงแสดงทั้งเอกังสิกธรรมและอเนกังสิกธรรม(พ.ม.ส.)
- ทรงแสดงธรรมด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง(พ.ม.)
- ทรงแสดงธรรมเพื่อปล่อยวางธรรม มิใช่เพื่อยึดถือ(พ.ม.ส.)
- อาการที่ทรงบัญญัติวินัย(พ.ม.)
- เหตุผลที่ทำให้ทรงบัญญัติระบบวินัย(พ.ม.ส.)
- หัวใจพระธรรมในคำ "บริภาส" ของพระองค์(พ.ม.)
- ทรงแสดงหลักพระศาสนา ไม่มีวิญญาณที่เวียนว่ายตายเกิด(พ.ม.ส.)
- ทรงแสดงหลักกรรมชนิดที่เป็น "พุทธศาสนาแท้"(พ.ม.ส.)
- ทรงเป็นยาม เฝ้าตลิ่งให้ปวงสัตว์(พ.ม.อ.)
- ทรงปล่อยปวงสัตว์ เหมือนการปล่อยฝูงเนื้อ(พ.ม.ส.)
- ทรงจัดพระองค์เองในฐานะเป็นผู้ฉลาดในเรื่องหนทาง(พ.ม.ส.)
- ทรงสอนเช่นเดียวกับพระพุทธเจ้าทั้งปวง
- ทรงเป็นศาสดาที่ไม่มีใครท้วงติงได้(พ.ม.ส.)
- ทรงสามารถในการสอน
- ทรงแสดงสติปัฏฐานสี่ เพื่อขจัดทิฏฐินิสสัยทั้งสองประเภท(พ.ม.ส.)
- ทรงสามารถสอนให้วิญญูชนรู้ได้เองเห็นได้เอง(พ.ม.ส.)
- ทรงสามารถยิ่งในการสอน
- ทรงประกาศพรหมจรรย์ ในลักษณะที่เทวดามนุษย์ประกาศตามได้(พ.ม.ส.)
- ทรงประกาศพรหมจรรย์ น่าดื่มเหมือนมัณฑะ (พ.ม.ส.)
- ทรงแสดงหนทางที่ผู้ปฏิบัติตามแล้ว จะเห็นได้เองว่าถูกต้อง(พ.ม.ส.)
- ทรงแสดงวากขาตธรรม ที่มีผล ๖ อันดับ (มีสวรรค์เป็นอย่างต่ำสุด)(พ.ม.ส.)
- สิ่งที่ตรัสรู้แล้ว แต่ไม่ทรงนำมาสอนมีมากกว่าที่ทรงสอนมากนัก(พ.ม.)
- คำของพระองค์ตรงเป็นอันเดียวกันหมด(พ.ม.อ.)
- ทรงมีการกล่าวที่ไม่ขัดแย้งกับบัณฑิตชนในโลก(พ.ม.ส.)
- ทรงสอนเฉพาะแต่เรื่องทุกข์กับความดับสนิทของทุกข์(พ.ม.)
- คำสอนที่ทรงสั่งสอนมากที่สุด(พ.ม.ส.)
- ทรงมีหลักเกณฑ์การฝึกตามลำดับ(พ.ม.)
- ทรงฝึกสาวกเป็นลำดับๆ
- เรื่องที่ไม่ทรงพยากรณ์
- ตรัสเหตุที่ไม่ทรงพยากรณ์อันตคาหิกทิฏฐิ สิบ
- ตรัสเหตุที่ไม่ทรงพยากรณ์อันตถาหิกทิฏฐิ ส่วนที่เกี่ยวกับ "ตถาคตสี่"(พ.ม.ส.)
- ตรัสเหตุที่ทำให้ไม่ทรงข้องแวะด้วยทิฏฐิ สิบ(พ.ม.ส.)
- เรื่องที่ทรงพยากรณ์
- ผู้ฟังพอใจคำพยากรณ์ของพระองค์
- ไม่ได้ทรงพยากรณ์เพื่อให้ชอบใจผู้ฟัง
- คำพยากรณ์นั้น ๆ ไม่ต้องทรงคิดไว้ก่อน(พ.ม.)
- ทรงฆ่าผู้ที่ไม่รับการฝึก(พ.ม.)
- เหตุที่สาวกบางคนไม่ได้บรรลุ
- ทรงบัญญัติโลกุตตรธรรมสำหรับคนทั่วไป(พ.ม.)
- ทรงให้ทุกคนมีพระองค์ อยู่ที่ธรรมที่กำลังมีอยู่ในใจของเขา(พ.ม.ส.)
- สัตว์โลกจะรู้จักพระรัตนตรัยถึงที่สุด ก็ต่อเมื่อรู้ผลแห่งความสิ้นอาสวะของตนเองแล้วเท่านั้น
(พ.ม.ส.)
ข.เกี่ยวกับคณะสาวกของพระองค์ ๓๐ เรื่อง คือ :-
- ทรงมีหมู่คณะที่เลิศกว่าหมู่คณะใด(พ.ม.ส.)
- ทรงมีคณะสงฆ์ซึ่งมีคุณธรรมสูงสุด(พ.ม.ส.)
- ในแต่ละบริษัท มีอริยสาวกเต็มทุกขั้นตนตามที่ควรจะมี(พ.ม.ส.)
- ทรงบริหารสงฆ์จำนวนร้อย
- วิธีที่ทรงปฏิบัติต่อภิกษุ เกี่ยวกับสิกขา(พ.ม.ส.)
- ทรงรับรองภิกษุแต่บางรูป ว่าเป็น คนของพระองค์(พ.ม.)
- ทรงมีศิษย์ทั้งที่ดื้อและไม่ดื้อ
- ทรงเรียกร้องให้กระทำกะพระองค์อย่างมิตร(พ.ม.ส.)
- สาวกของพระองค์หลุดพ้นเพราะพิจารณาความเป็นอนัตตาในเบญจขันธ์(พ.ม.)
+ (พ.ม.ส.) ๓๒๘
- สาวกของพระองค์เสียชีพไม่เสียศีล(พ.ม.)
- ตรัสให้สาวกติดตามฟังแต่เรื่องเป็นไปเพื่อนิพพาน(พ.ม.ส.)
- ทรงขอให้สาวกเป็นธรรมทายาท อย่าเป็นอามิสทายาท(พ.ม.)
- ทรงชักชวนให้สาวกกระทำดั่งที่เคยทรงกระทำ(พ.ม.ส.)
- ทรงขอร้องอย่าให้วิวาทกันเพราะธรรมที่ทรงแสดง(พ.ม.ส.)
- ทรงขอร้องให้ทำความเพียร เพื่ออนุตตรวิมุตติ(พ.ม.ส.)
- ทรงถือว่าภิกษุสาวกทุกวรรณะ เป็นสมณสากยปุตติยะโดยเสมอ(พ.ม.)
- ทรงให้ถือว่า สาวกทั้งหลายเป็นบุตรของพระองค์(พ.ม.ส.)
- ทรงแสดงสาวกตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จในอินทรียภาวนา(พ.ม.ส.)
- ทรงมีคณะสาวกซึ่งมีปาฏิหาริย์(พ.ม.)
- ทรงเป็นพี่เลี้ยงให้แก่สาวกชั่วระยะจำเป็น(พ.ม.)
- ทรงมีพระสารีบุตรเป็นผู้รองลำดับ
- ทรงมีพระสารีบุตรเป็นผู้ประกาศธรรมจักรเสมอด้วยพระองค์(พ.ม.)
- ทรงยกย่องพระสารีบุตรในฐานะธรรมโอรส(พ.ม.ส.)
- มหาเถระผู้มีสมาบัติ และ อภิญญาเทียมพระองค์
- พระองค์และสาวกมีการกล่าวหลักธรรมตรงกันเสมอ(พ.ม.ส.)
- ส่วนที่สาวกเข้มงวดกว่าพระองค์
- ทรงลดพระองค์ลงเสมอสาวก แม้ในหน้าที่ของพระพุทธเจ้า(พ.ม.ส.)
- เหตุที่ทำให้มีผู้มาเป็นสาวกของพระองค์
- เหตุที่ทำให้เกิดการแสดงปาติโมกข์(พ.ม.ส.)
- ไม่ทรงทำอุโบสถ กับสาวกอีกต่อไป(พ.ม.)
ค. เกี่ยวกับความเป็นอยู่ส่วนพระองค์เอง ๓๑ เรื่อง คือ :-
- ไม่ทรงติดทายก
- ความรู้สึกของพระองค์เกี่ยวกับยศ(พ.ม.ส.)
- ทรงเสพเสนาสนะป่าเรื่อยไป เพื่อให้เป็นตัวอย่าง(พ.ม.)
- ทรงพอพระทัยความสามัคคีเป็นอย่างยิ่ง(พ.ม.)
- ทรงมีความสุขยิ่งกว่ามหาราชา(พ.ม.)
- ทรงผาสุกยิ่งนัก เมื่อทรงอยู่ในอนิมิตตเจโตสมาธิ(พ.ม.ส.)
- วิหารธรรมที่ทรงอยู่มากตลอดพรรษา และทรงสรรเสริญมาก(พ.ม.ส.)
- ทรงมีอาหารบริสุทธิ์ แม้เกี่ยวกับการฆ่าสัตว์(พ.ม.ส.)
- ไม่ทรงฉันอาหารที่เกิดขึ้นเพราะคำขับ(พ.ม.ส.)
- ทรงฉันอาหารวันหนึ่งหนเดียว
- ทรงฉันอาหารหมดบาตร ก็มี
- บางคราวทรงมีปีติเป็นภักษา เหมือนพวกอาภัสสรเทพ(พ.ม.ส.)
- ทรงมีการประทมอย่างตถาคต
- ทรงเป็นผู้เอ็นดูเกื้อกูลแก่สรรพสัตว์อย่างไม่เห็นแก่หน้า(พ.ม.ส.)
- ทรงมีลักษณะเอ็นดูสรรพสัตว์ทั้งหลับและตื่น(พ.ม.ส.)
- ทรงมีลักษณะสัมมาสัมพุทธะ ทั้งในขณะทำและไม่ทำหน้าที่(พ.ม.ส.)
- ตัวอย่างเพียงส่วนน้อยของความสุข
- ทรงนับพระองค์ว่าเป็นผู้หนึ่งในบรรดาผู้นอนเป็นสุข
- ทรงดับเย็นเพราะไม่ทรงยึดมั่นการรู้สิ่งที่สมมติกันว่าเลิศ(พ.ม.ส.)
- ที่ประทับนั่งนอนของพระองค์
- วิหารธรรมที่ทรงอยู่มากที่สุด ตลอดพระชนม์(พ.ม.ส.)
- ทรงอยู่ด้วยสุญญตาวิหาร แม้ในขณะแห่งธรรมกถา(พ.ม.ส.)
- ทรงเป็นสมณะสุขุมาลในบรรดาสมณะทั้งหลาย(พ.ม.)
- ทรงอยู่อย่างมีจิตที่ปราศจาก "หัวคันนา"(พ.ม.ส.)
- ทรงทำนาที่มีอมตะเป็นผล
- ทรงหลีกเร้นเป็นพิเศษบางคราว
- ยังทรงมากอยู่ด้วยเขมวิตกและวิเวกวิตก(พ.ม.ส.)
- การเสด็จสุทธาวาส(พ.ม.อ.)
- การเสด็จไปทรมานพกพรหมผู้กระด้างด้วยลัทธิ(พ.ม.ส.)
- ทรงมีฌานแน่วแน่ชั้นพิเศษ
- กัลยาณมิตรของพระองค์เอง
ง. เกี่ยวกับลัทธิอื่น ๆ ๑๖ เรื่อง คือ :-
- พอดวงอาทิตย์ขึ้น หิ่งห้อยก็อับแสง(พ.ม.)
- ลัทธิของพระองค์ กับของผู้อื่น
- ทรงแสดงอัปปมัญญาธรรมสี่ชนิดที่สูงกว่าเดียรถีย์อื่น(พ.ม.ส.)
- ทรงบัญญัตินิททสบุคคลที่ไม่เนื่องด้วยพรรษาดั่งลัทธิอื่น(พ.ม.ส.)
- ทรงบัญญัติความหมายของคำว่า "ญาณ" ไม่ตรงกับความหมายที่เดียรถีย์อื่นบัญญัติ(พ.ม.ส.)
- ไม่ทรงบัญญัติยืนยันหลักลัทธิเกี่ยวกับ "อัตตา"(พ.ม.ส.)
- ไม่ได้ทรงติการบำเพ็ญตบะไปเสียตะพึด
- ไม่ทรงตำหนิการบูชายัญญ์ไปเสียทั้งหมด(พ.ม.)
- ความบริสุทธิ์ใจของพระองค์ ในการปฏิบัติต่อลัทธิอื่น(พ.ม.ส.)
- กฎบางกฎที่ทรงยกเว้นให้แก่บางคน
- ทางแสดงหลักแห่งกรรมต่างจากพวกอื่น(พ.ม.ส.)
- ทรง "เยาะ" ลัทธิที่ถือว่า สุขทุกข์เพราะกรรมเก่าอย่างเดียว(พ.ม.)
- ทรง "เยาะ" ลัทธิที่ถือว่า สุขทุกข์เพราะการบันดาลของเจ้านาย(พ.ม.)
- ทรง "เยาะ" ลัทธิที่ถือว่า สุขทุกข์ไม่มีอะไรเป็นเหตุปัจจัย(พ.ม.)
- ทรงมีวิธีสกัดสแกงพวกที่ถือลัทธิว่ามีอัตตา(พ.ม.ส.)
- ทรงระบุลัทธิมักขลิวาท ว่าเป็นลัทธิทำลายโลก(พ.ม.)
จ.เกี่ยวกับการที่มีผู้อื่นเข้าใจผิด ๒๓ เรื่อง คือ :-
- ทรงทำผู้มุ่งร้ายให้แพ้ภัยตัวเอง
- ไม่เคยทรงพรั่นพรึงในท่างกลางบริษัท
- ทรงสมาคมได้อย่างสนิทสนม ทุกบริษัท(พ.ม.อ.)
- ทรงท้าให้ใครปฏิเสธธรรมะที่พระองค์รับรอง(พ.ม.)
- ทรงท้าว่า ธรรมที่ทรงแสดงไม่มีใครค้านได้(พ.ม.)
- ทรงยืนยันว่ามีสมณะอยู่ในธรรมวินัยนี้เท่านั้น(พ.ม.)
- ทรงยืนยันว่า เพราะพระองค์ปรากฏ โพชฌงค์จึงปรากฏ
- ไม่ได้ทรงประพฤติพรหมจรรย์เพื่อให้เขานับถือ(พ.ม.)
- ทรงหวังให้ช่วยกันทำความมั่นคงแก่พรหมจรรย์(พ.ม.ส.)
- พรหมจรรย์นี้มิใช่มีลาภเป็นอานิสงส์(พ.ม.)
- ทรงบัญญัติพรหมจรรย์ในลักษณะที่บรรพชาจักไม่เป็นโมฆะ(พ.ม.ส.)
- พรหมจรรย์นี้ของพระองค์ บริบูรณ์โดยอาการทั้งปวง(พ.ม.ส.)
- ทรงแก้ข้อที่เขาหาว่า เกียดกันทาน(พ.ม.)
- ทรงแก้ข้อที่เขาหาว่า เป็น "กาฝากสังคม"(พ.ม.ส.)
- ทรงแก้ข้อที่เขาหาว่า ทรงหลง
- ทรงแก้คำตู่ของพวกอื่นที่ตู่ว่า เขาก็สอนเหมือนที่พระองค์สอนพ.ม.ส.)
- ทรงถูกตู่ว่าตรัสว่าในสุภวิโมกข์มีความรู้สึกว่าไม่งาม(พ.ม.ส.)
- ทรงถูกตู่ว่าไม่บัญญัติสิ่งซึงที่แท้ได้ทรงบัญญัติแล้ว(พ.ม.ส.)
- ทรงถูกตู่เรื่องฉันปลาฉันเนื้อ
- ทรงรับว่าทรงทราบมายา แต่ไม่ทรงมีมายา(พ.ม.ส.)
- แง่ที่เขากล่าวหาพระองค์อย่างผิด ๆ
- ทรงหยามมารว่าไม่มีวันรู้จักทางของพระองค์(พ.ม.ส.)
- มนุษย์บุถุชน รู้จักพระองค์น้อยเกินไป
ฉ. เกี่ยวกับเหตุการณ์พิเศษบางเรื่อง ๒๒ เรื่อง คือ :-
- การทรงแสดง ความพ้นเพราะสิ้นตัณหา
- การทรงแสดงเรื่องที่เป็นไปได้ยากเกี่ยวกับพระองค์เอง(พ.ม.ส.)
- การเกิดของพระองค์ ไม่กระทบกระเทือนกฎธรรมชาติ:
- การทรงแสดงไตรลักษณ์(พ.ม.)
- การทรงแสดงปฏิจจสมุปบาท(พ.ม.ส.)
- ทรงแนะการบูชายัญในภายใน(พ.ม.ส.)
- การทรงแสดงเหตุของความเจริญ
- ทรงแสดงที่พึ่งไว้ สำหรับเมื่อทรงล่วงลับไปแล้ว(พ.ม.ส.)
- การตรัสเรื่อง "ทุกข์นี้ใครทำให้"
- การสนทนากับพระอานนท์ เรื่องกัลยาณมิตร(พ.ม.ส.)
- การสนทนากับ "พระเหม็นคาว"(พ.ม.)
- การตอบคำถามของทัณฑปาณิสักกะ(พ.ม.)
- การสนทนากับนิครนถ์: บาปกรรมเก่าไม่อาจสิ้นด้วยทุกรกิริยา
- : เวทนาทั้งหลายมิใช่ผลแห่งกรรมในกาลก่อน(พ.ม.ส.)
- : การให้ผลของกรรมไม่อาจเปลี่ยนได้ด้วยตบะของนิครนถ์(พ.ม.ส.)
- การสนทนากะเทวดา เรื่องวิมุตติของภิกษุณี(พ.ม.อ.)
- การสนทนากะเทวดา เรื่องอปริหานิยธรรม(พ.ม.ส.)
- การสนทนาเรื่อง ที่สุดโลก
- การสนทนาเรื่อง ลัทธิซึ่งสมมติกันว่าเลิศ(พ.ม.ส.)
- การตรัสเรื่อง "มหาภูต" ไม่หยั่งลงในที่ไหน(พ.ม.อ.)
- การมาเฝ้าของตายนเทพบุตร
- การมาเฝ้าของอนาถปิณฑิกเทพบุตร
- การมาเฝ้าของจาตุมมหาราช
- การข่มลิจฉวีบุตร ผู้มัวเมาในปาฏิหาริย์
- การสนทนากับปริพพาชก ชื่อมัณฑิยะและชาลิยะ(พ.ม.ส.)
- การสนทนาเรื่อง เครื่องสนุกของพระอริยเจ้า(พ.ม.ส.)
ผนวกพุทธประวัติฯ
ภาค ๔
เรื่องเบ็ดเตล็ดตามเสียงของคนนอก (๒๔
เรื่อง)
- คำชี้แจงสำหรับเรื่องผนวกแห่งภาค ๔
- เสียงกระฉ่อนทั่ว ๆ ไป: ทรงเป็นสัมมาสัมพุทธะประกาศพรหมจรรย์บริสุทธิ์
- เสียงของผู้สรรเสริญธรรมเทศนา : ทรงมีธรรมเทศนาเป็นแสงสว่าง (พ.ม.)
- เสียงปริพพาชก วัจฉโคตร : ทรงแสดงหลักสำคัญตรงกับสาวกอย่างน่าอัศจรรย์ (พ.ม.ส.)
- : ทรงมีคำสอนที่เป็นแก่นแท้ล้วน ๆ (พ.ม.)
- : ทรงประดิษฐานศาสนพรมจรรย์ได้บริบูรณ์(พ.ม.ส.)
- เสียงคณกะโมคคัลลานพราหมณ์ : "โอวาทของพระโคดมเป็นยอด" (พ.ม.)
- เสียงสัจจกะนิครนถบุตร : "เจอะพระโคดมแล้ว ไม่มีรอดไปได้" (พ.ม.)
- เสียงของเจ้าลิจฉวี ทุมมุขะ : ทรงหักล้างปรปักษ์เหมือนเด็กรุมกันต่อยก้ามปู(พ.ม.)
- เสียงปริพพาชก คณะแม่น้ำสัปปินี : ไม่มีช่องทางที่ใครจะขันสู้พระผู้มีพระภาค (พ.ม.)
- เสียงสังคมวิญญูชน : ทรงปฏิบัติได้เลิศกว่าพวกอื่น (ในหลักธรรมอย่างเดียวกัน) (พ.ม.ส.)
- : สาวกของพระองค์ปฏิบัติได้เลิศกว่าพวกอื่น (ในหลักธรรมอย่างเดียวกัน) (พ.ม.ส.)
- เสียงวัชชิยมาหิตคหบดี : ทรงเป็นวิภัชชวาที มิใช่เอกํสวาท ี(พ.ม.ส.)
- เสียงโปฏฐปาทปริพพาชก : ทรงบัญญัติหลักเรื่อง "ตถา" (พ.ม.ส.)
- เสียงปิโลติกะ ปริพพาชก : ทรงมีคุณธรรมลึกจนผู้อื่นได้แต่เพียงอนุมานเอา (พ.ม.)
- เสียงปิงคิยานีพราหมณ์ : ทรงอยู่เหนือคำสรรเสริญของคนธรรมดา (พ.ม.ส.)
- เสียงวัสสการพราหมณ์ : ทรงมีคุณธรรมสูง ๔ ประการ (พ.ม.)
- เสียงอัตถากามเทพ : ทรงทราบมุทธาและมุทธาธิบาต (พ.ม.ส.)
- เสียงหัตถกเทวบุตร : ทรงอัดแออยู่ด้วยบริษัทนานาชนิด (พ.ม.)
- เสียงเทวดาบางตน : ใครดูหมิ่นความอดทนของพระโคดมก็เท่ากับคนไม่มีตา (พ.ม.ส.)
- เสียงท้าวสักกะจอมเทพ : ทรงพระคุณที่ชอบใจเทวดา ๘ ประการ (พ.ม.ส.)
- เสียงโลหิจจพราหมณ์ : ทรงมีอนามัยเป็นอย่างดี
- : ทรงดึงผมช่วยคนจะตกเหวไว้ได้ (พ.ม.ส.)
- เสียงโสณทัณฑพราหมณ์ : ทรงมีคุณสมบัติสูงทุกประการ
- เสียงอุตตรมาณพ: ทรงประกอบด้วยมหาปุริสลักขณะ ๓๒
- : ทรงมีลีลาศสง่า งดงาม
- : ทรงมีมรรยาทเป็นสง่า น่าเลื่อมใส
- : ไม่ทรงตื่นเต้นพระทัยในบ้าน
- : ทรงฉันภัตตาหารในหมู่บ้าน เรียบร้อยนัก
- : ไม่ทรงติดในรสอาหาร
- : ทรงมีวัตรในบาตร
- : การเสด็จกลับจากฉันในหมู่บ้าน
- : ทรงนุ่งห่มกระทัดรัด
- : ทรงมุ่งแต่ความเกื้อกูลสัตว์
- : ทรงแสดงธรรมด้วยพระสำเนียงมีองค์ ๘
- เสียงอุบาลีคหบดีบุรพนิครนถ์ : ทรงประกอบด้วยพระพุทธคุณ ๑๐๐ ประการ (พ.ม.ส.)
- เสียงพระเจ้าปเสนทิโกศล : ทรงมีคณะสงฆ์ที่ประพฤติพรหมจรรย์ตลอดชีวิต
- : ทรงมีคณะสงฆ์ที่พร้อมเพรียง
- : ทรงมีคณะสงฆ์ที่ชุ่มชื่นผ่องใส
- : ทรงมีสังฆบริษัทที่เงียบเสียง
- : ทรงชนะคนมุ่งร้ายที่เข้าเฝ้า
- : ทรงสามารถปราบโจรที่มหากษัตริย์ก็ปราบไม่ได้ (พ.ม.ส.)
- : ทรงชนะน้ำใจคนโดยทางธรรม
- : ทรงเสมอกับพระเจ้าโกศลโดยวัย
- เสียงคณกะโมคคัลลานพราหมณ์ : ทรงคบแลไม่ทรงคบบุคคลเช่นไร (พ.ม.)
- เสียงแห่งมาร : ทรงตัดรอนอำนาจมารเหมือนเด็กริดรอนก้าม (พ.ม.ส.)
- : ทรงเป็นก้อนหินให้กาโง่สำคัญว่ามันข้น (พ.ม.ส.)
- : ไม่มีใครนำพระองค์ไปได้ด้วยราคะ
- : ศัตรูประสบผลเหมือนเอาศีรษะชนภูเขา (พ.ม.ส.)
ภาค
๕
การปรินิพพาน (๑๐ เรื่อง)
- แปดสิบปียังไม่ฟั่นเฟือน
- ทรงมีความชราทางกายภาพเหมือนคนทั่วไป (พ.ม.ส.)
- ทรงทำหน้าที่พระพุทธเจ้าบริบูรณ์แล้ว
- เรื่องเบ็ดเตล็ดก่อนหน้าปรินิพพาน :
- การตรัสภิกษุอปริหานิยธรรม
- เสด็จสวนอัมพลัฏฐิกา
- เสด็จเมืองนาลันทา
- เสด็จบ้านปาฏลิคาม
- เสด็จบ้านโกฏิคาม
- เสด็จหมู่บ้านนาทิกะ
- เสด็จเมืองเวสาลี
- เสด็จบ้านเวฬุวคาม
- เสด็จทิวาวิหาร ที่ปาวาลเจดีย์
- ทรงปลงอายุสังขาร
- แผ่นดินไหวเนื่องด้วยการปลงอายุสังขาร (พ.ม.ส.)
- เสด็จป่ามหาวัน
- เสด็จบ้านภัณฑคาม
- เสด็จบ้านหัตถิคาม โดยลำดับ ถึงโภคนคร
- เสด็จเมืองปาวา
- เสด็จเมืองกุสินารา
- การปรินิพพาน หรือ การประทับสีหเสยยาครั้งสุดท้าย :
- แวะป่าสาละ ให้จัดที่ปรินิพพาน
- ตรัสเรื่องการบูชาอย่างแท้จริง
- เทวดามาเนืองแน่น จึงทรงขับพระอุปวาณะ
- ตรัสเรื่องการจัดทำเกี่ยวกับพระสรีระ
- ตรัสเรื่องเมืองกุสาวดี
- ให้ไปบอกมัลลกษัตริย์
- โปรดสุภัททปริพพาชก
- ตรัสเรื่องธรรมวินัยนี้ ไม่ว่างจากศาสดา
- ตรัสวิธีการร้องเรียก ทักทาย
- ให้เลิกถอนสิกขาบทเล็กน้อย
- ให้ลงพรหมทัณฑ์ฉันนภิกษุ
- ตรัสถามความเคลือบแคลง
- ปัจฉิมวาจา
- แผ่นดินไหวเนื่องด้วยการปรินิพพาน
- เราเห็นพระองค์ได้ ชั่วเวลาที่ยังปรากฏพระกาย
- การปรินิพพานของพระองค์ คือความทุกข์ร้อนของมหาชน (พ.ม.)
- สังเวชนียสถาน ภายหลังพุทธปรินิพพาน (พ.ม.)
ภาค
๖
การบำเพ็ญบารมีในอดีตชาติ (๒๐ เรื่อง)

|