|
วิธีใช้หนังสือเล่มนี้
[ก] มีวิธีลัดและไม่ชวนเบื่อสำหรับผู้ที่เป็นนักธรรม
หรือนักเทศน์อยู่ก่อนแล้ว ในการที่จะให้ได้รับประโยชน์จากหนังสือเล่มนี้
ให้ยิ่งขึ้นไป คือ :-
(๑) อ่านเรื่องที่มีอยู่ในเล่ม เฉพาะตอนที่รู้สึกว่าไม่เคยได้ยินมาก่อนอย่างสนใจ
ให้ตลอดเสียเที่ยวหนึ่งก่อน.
(๒) แล้วใช้เวลาครั้งต่อๆ ไป เพียงแต่เปิดดูเฉพาะปทานุกรมท้ายเล่มไปทีละคำตามลำดับของปทานุกรม
เมื่อดูถึงคำใด ต้องให้เนื้อความหรือความหมายของคำคำนั้น ปรากฏแจ่มแจ้งแก่ท่านทั้งหลายอย่างทั่วถึงและถูกต้องทันที,
เพราะท่านเคยศึกษาธรรมะมามากแล้ว. ถ้าเนื้อความไม่ปรากฏแจ่มแจ้งออกมาได้
ซึ่งจะเป็นในตอนแรกๆ ก็หมายความว่าท่านยังไม่คุ้นเคยกับหนังสือเล่มนี้ก็ได้
หรือเพราะท่านยังไม่รู้ความหมายแห่งคำคำนั้นก็ได้ ท่านต้องเปิดดูเนื้อเรื่องในเล่ม
ตามตัวเลขซึ่งบอกหน้าหนังสืออยู่ท้ายคำนั้นแล้ว. บางคำจะถึงกับทำให้ท่านฉงน
คิดไม่ออก เช่นคำว่า การไถนา, เครื่องดักปลา, ความมีขนตกราบแล้ว, ปู,
ปูก้ามหัก, ร้องเจี๊ยบๆ, ดังนี้เป็นต้น, ท่านไม่ควรคิดเสียว่าเป็นเรื่องไม่สำคัญสำหรับท่าน.
ท่านจะต้องศึกษาจนทราบความหมายอันเร้นลับของคำให้จนได้, เช่นคำว่า ปู
หมายถึงคนเจ้าทิฏฐิอวดดีด้วยลัทธิของตน ได้แก่เดียรถีย์อื่นบางคนที่มีทิฏฐิยักไปยักมา
เหมือนปูชูก้าม ดังนี้เป็นต้น. ซึ่งสรุปความได้ว่า คำว่า ปู นั้น พระองค์ตรัสใช้เป็นคำเปรียบเรียกคนเจ้าทิฏฐิอวดดี.
ถ้าท่านดูปทานุกรมไปตามลำดับ แล้วไม่มีอะไรที่รบกวนประสาทหรือรบกวนความสงสัยของท่านเลย
ก็แปลว่าท่านมีความรู้ธรรมะในแนวนี้อย่างลึกซึ้งและทั่วถึง ชนิดที่ผู้รวบรวมขอยอมเป็นศิษย์.
(๓) เมื่อท่านจะเทศน์ หรือจะเขียนบทความบรรยายธรรมะ ท่านอาจจะไปติดอยู่ที่ความหมายของคำบางคำ
ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะมีความหมายอันแท้จริงอย่างไร ท่านอาจใช้การค้นดูได้ง่ายๆ
จากปทานุกรมนี้, หรือเมื่อท่านสงสัยว่าคำคำนั้น หรือเรื่องเรื่องนั้น
มีที่มาในเรื่องอะไรหรือสูตรใดกันแน่ ทั้งที่ท่านเข้าใจความหมายดีแล้ว
แต่อยากจะได้ที่มาอันเป็นหลักฐาน หรืออยากทราบว่าพระองค์ได้ตรัสไว้เองอย่างไรท่านสมควรที่จะเปิดดูจนพบที่มา
หรือพบพระพุทธภาษิตเรื่องนั้นๆ, ไม่นานเท่าใด ท่านจะมีความคล่องแคล่วต่อการเทศน์หรือการเขียนที่มีหลักฐาน.
[ข] สำหรับผู้ที่เป็นนักปฏิบัติธรรมทางใจโดยเฉพาะ ท่านมีวิธีใช้หนังสือเล่มนี้
ชนิดที่เพื่อนฝูงของท่านได้เคยใช้เป็นประโยชน์มาแล้ว ดังนี้คือ :-
(๑) เลือกอ่านเฉพาะเรื่องที่ท่านเห็นว่าเป็นเรื่องการปฏิบัติธรรม
ตามรอยพระยุคลบาทโดยตรง ให้ทั่วถึงทุกเรื่อง ด้วยความสนใจเป็นพิเศษเสียเที่ยวหนึ่งก่อน
เพราะอย่างน้อย จะต้องมีเรื่องที่ท่านไม่เคยได้ยินได้ฟังอยู่บางเรื่อง
(๒) ใช้เวลาเป็นประจำวัน ทบทวนความจำและความเข้าใจของท่านโดยใช้คำในปทานุกรมเป็นหลัก
แต่ต้องเป็นคำเฉพาะของเรื่องที่เกี่ยวกับการเจริญภาวนาโดยตรง. ซึ่งอาจจะจัดทำในรูปการ
สากัจฉา หรือให้ผู้อื่นช่วยตั้งคำถาม แล้วให้ท่านตอบ. เช่นเขาจะเปิดปทานุกรมแล้วเลือกคำขึ้นถามท่านว่า
คำเหล่านี้หมายความว่าอย่างไร : การกำหนดรู้กามสัญญา, ข้อปฏิบัติเพื่อความเจริญแห่งอิทธิบาท,
ความปรากฏแห่งแสงสว่างอันใหญ่หลวง, ความเพ่งรูปจนเกินไป, ความมีอำนาจเหนือจิตในคลองแห่งวิตกทั้งหลาย,
จงกรมแก้ความขลาด, จำแสงสว่างได้แต่ไม่เห็นรูป, จับนกกระจาบหลวมมือเกิน,
ตรึกตามตรองตามนานเกินไปนัก, จับนกตายในมือ, สมาธิเคลื่อน, สมาธิน้อย,
อุพพิละ, ฉัมภิตัตตะ, ฯลฯ.
(๓) เลือกอ่านเฉพาะเรื่อง ที่อาจตอบปัญหา ทางภาวนาได้เป็นอย่างดีอยู่เสมอๆ
โดยเฉพาะคือเรื่องต่างๆ ที่ทรงขวนขวายก่อนหน้าการตรัสรู้และเรื่องคุณธรรมต่างๆ
ที่เกิดมีในพระองค์. คำบัญญัติบางคำเช่นคำว่า ปฐมฌาน เป็นต้น ต้องอ่านคำที่เป็นคำอธิบายด้วยการขบคิดไปอย่างละเอียดทีละคำๆ
ทุกๆ คำ จนกว่าจะหมดคำอธิบายของคำบัญญัติคำเดียวนั้น. มีผู้อ่านหนังสือเล่มนี้
ตามป่าตามเขาได้ผลดีกว่าการอ่านตามบ้านเมือง
[ค] สำหรับนักศึกษาทั่วไป โดยเฉพาะพวกที่ไม่คุ้นกับวัด
หรือไม่เคยบวชเรียน จะต้องศึกษาด้วยวิธีดังนี้คือ :-
(๑) ศึกษาเล่าความเรื่องราวแห่งพุทธประวัติทั่วๆ ไป จากหนังสือชั้นต้นๆ
เล่มอื่นเสียก่อนพอสมควร, เพราะในหนังสือเล่มนี้ เรียงไว้แต่เรื่องที่เป็นการตรัสเล่าประเภทเดียวเท่านั้น
ถ้าท่านไม่เคยศึกษาพุทธประวัติมาก่อนเลย ท่านอาจจะงงไปบ้างในที่บางแห่ง.
แต่ก็ไม่เหลือวิสัยที่ท่านจะเข้าใจ ถ้าพยายามต่อไปอีกเพียงเล็กน้อย ในการสังเกตข้อความที่เนื่องกันอยู่,
หรือไต่ถามผู้ที่เคยเรียนพุทธประวัติชั้นต้นๆ มาแล้วก็ได้.
(๒) อ่านหนังสือเล่มนี้อย่างคร่าวๆ เสียชั้นหนึ่งก่อน เพื่อให้รู้แนวความ
ของเรื่อง เฉพาะส่วนที่เป็นท้องเรื่อง หรือประวัติ ว่ามีอยู่อย่างไร,
วิธีที่สะดวกก็คือ อ่านสารบาญเรื่องดูหลายๆ เที่ยวก่อน แล้วจึงเปิดอ่านเรื่องบางเรื่องที่ชวนสงสัย
ดูเรื่อยๆ ไป.
(๓) ใช้ปทานุกรมท้ายเล่ม เป็นการออกปัญหาถามท่านเองอยู่เสมอคำใดสงสัย
หรือชวนคิด ก็เปิดดูบ่อย ๆ จนไม่มีคำที่ชวนสงสัยมากเกินไป.
[ง] สำหรับอุบาสกอุบาสิกา ที่เคยชินกับการฟังเรื่องปฐมสมโพธิมามากแล้ว
จะต้องอ่านด้วยใจที่เป็นอิสระพอที่จะฟังเรื่องที่แปลกไปจากที่ตนเคยได้ยินได้ฟัง.
ไม่ปิดประตูขังตัวเองอยู่แต่ในห้องที่มีอะไรซ้ำซากเพียงอย่างเดียว.
[จ] สำหรับนักประพันธ์ ที่จะต้องบรรยายชีวิตคนในแง่ต่างๆ
จะต้องอ่านด้วยความระมัดระวัง เพื่อจะได้ไม่ระบายสีที่ผิดพลาดลงไปในชีวประวัติของพระพุทธองค์
ในเมื่อจะมีการเปรียบเทียบหรืออ้างถึง เมื่อทำได้ดีที่สุด ในเรื่องนี้แล้ว
นักประพันธ์จะเป็นพวกที่ทำคำสอนหรือเรื่องราวของพระองค์ให้แพร่หลายได้ดีที่สุดกว่าพวกอื่น.

|