|
ครั้งมีพระชาติเป็นสังขพราหมณ์
ครั้งอื่นอีก, เมื่อเราเป็นพราหมณ์มีนามว่า
สังขะ ได้ไปที่ท่าเรือเพื่อเดินทางข้ามสมุทร. ณ ที่นั้นเราได้เห็นท่านผู้ชนะกิเลสได้โดยตนเอง
เป็นผู้อันกิเลสจะทำให้กลับแพ้อีกมิได้, ท่านผู้นั้นเดินทางกันดาร ไปในท่ามกลางพื้นทรายอันร้อนจัด.
เราเห็นท่านสยัมภู*
ผู้นั้น ในขณะที่ท่านเดินทางอยู่, เกิดความคิดขึ้นภายในใจว่า 'นาบุญนี้
อันเราผู้แสวงบุญมาถึงเข้าแล้วโดยลำดับ. ก็เมื่อชาวนาได้เนื้อนา อย่างดีแล้ว
ยังไม่หว่านพืชลงในนานั้น ก็แปลว่าเขามิได้เป็นผู้มีความต้องการด้วยข้าวเปลือก
นี่เป็นฉันใด เราก็จะเป็นฉันนั้น ถ้าว่าเราเป็นผู้ต้องการบุญเห็นนาบุญอันสูงสุดแล้ว
ก็หาลงมือประกอบกรรมนั้นไม่ ฯลฯ.'
เราคิดดั่งนี้แล้ว ลงจากรองเท้า
กราบลงที่บาทของท่านผู้สยัมภูนั้นแล้วถวายร่มและรองเท้าของเราแด่ท่าน.
เพราะกรรมนั้น (ในชาตินี้) เราจึงได้เสวยสุข เป็นสุขุมาลชาติยิ่งกว่าตั้งร้อยเท่า,
และทั้งเป็นการทำทานบารมีของเราให้เต็ม เราจึงให้ทานแด่ท่านผู้เช่นนั้น.
บาลี สังขจริยา จริยา. ขุ. ๓๓/๕๕๒/๒.
* พระปัจเจกพุทธเจ้าองค์หนึ่ง
|