|
วิหารธรรมที่ทรงอยู่ เมื่อตรัสรู้แล้วใหม่ๆ
ภิกษุ ท.! เราได้อยู่แล้วโดยประเทศ*
แห่งวิหารธรรมอย่างเดียวกันกับวิหารธรรมที่เราเคยอยู่แล้วเมื่อตรัสรู้แล้วใหม่ๆ.
เมื่ออยู่โดยวิหารธรรมอย่างนี้แล้ว, เราย่อมรู้ชัดอย่างนี้ว่า:-
"เวทนาย่อมมี เพราะปัจจัยคือมิจฉาทิฏฐิบ้าง;
-สัมมาทิฏฐิบ้าง;
เวทนาย่อมมี เพราะปัจจัยคือมิจฉาสังกัปปะบ้าง;
-สัมมาสังกัปปะบ้าง;
เวทนาย่อมมี เพราะปัจจัยคือมิจฉาวาจาบ้าง;
-สัมมาวาจาบ้าง;
เวทนาย่อมมี เพราะปัจจัยคือมิจฉากัมมันตะบ้าง;
-สัมมากัมมันตะบ้าง;
เวทนาย่อมมี เพราะปัจจัยคือมิจฉาอาชีวะบ้าง;
-สัมมาอาชีวะบ้าง;
เวทนาย่อมมี เพราะปัจจัยคือมิจฉาวายามะบ้าง;
-สัมมาวายามะบ้าง;
เวทนาย่อมมี เพราะปัจจัยคือมิจฉาสติบ้าง;
-สัมมาสติบ้าง;
เวทนาย่อมมี เพราะปัจจัยคือมิจฉาสมาธิบ้าง;
-สัมมาสมาธิบ้าง;
เวทนาย่อมมี เพราะปัจจัยคือฉันทะบ้าง;
เวทนาย่อมมี เพราะปัจจัยคือวิตกบ้าง;
เวทนาย่อมมี เพราะปัจจัยคือสัญญาบ้าง;
เวทนาย่อมมี เพราะปัจจัยคือฉันทะ
วิตก และสัญญา ที่ยังไม่เข้าไปสงบรำงับบ้าง;
เวทนาย่อมมี เพราะปัจจัยคือฉันทะ
วิตก และสัญญา ที่เข้าไปสงบรำงับแล้วบ้าง;
เวทนาย่อมมี เพราะปัจจัยคือการบรรลุถึงฐานะที่ได้พยายามเพื่อจะบรรลุถึงบ้าง;
ดังนี้.
บาลี สูตรที่ ๑ วิหารวรรค มหาวาร. สํ. ๑๙/๑๖/๔๘.
ตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ที่เชตวันหลังจากที่ได้ประทับหลีกเร้นแล้วเป็นเวลาครึ่งเดือน.
(อีกสูตรหนึ่ง ได้ตรัสโดยข้อความที่แปลกออกไปอีกบางประการ)
ภิกษุ ท.! เราได้อยู่แล้วโดยประเทศแห่งวิหารธรรม
อย่างเดียวกันกับวิหารธรรมที่เราเคยอยู่แล้วเมื่อตรัสรู้แล้วใหม่ๆ เมื่ออยู่โดยวิหารธรรมอย่างนี้แล้ว,
เราย่อมรู้ชัดอย่างนี้ว่า:-
"เวทนาย่อมมี เพราะปัจจัยคือมิจฉาทิฏฐิบ้าง;
-ความเข้าไป สงบรำงับแห่งมิจฉาทิฏฐิบ้าง;
เวทนาย่อมมี เพราะปัจจัยคือสัมมาทิฏฐิบ้าง;
-ความเข้าไป สงบรำงับแห่งสัมมาทิฏฐิบ้าง;
เวทนาย่อมมี เพราะปัจจัยคือมิจฉาสังกัปปะบ้าง;
-ความเข้าไป สงบรำงับแห่งมิจฉาสังกัปปะบ้าง;
เวทนาย่อมมี เพราะปัจจัยคือสัมมาสังกัปปะบ้าง;
-ความเข้าไป สงบรำงับแห่งสัมมาสังกัปปะบ้าง;
เวทนาย่อมมี เพราะปัจจัยคือมิจฉาวาจาบ้าง;
-ความเข้าไป สงบรำงับแห่งมิจฉาวาจาบ้าง;
เวทนาย่อมมี เพราะปัจจัยคือสัมมาวาจาบ้าง;
-ความเข้าไป สงบรำงับแห่งสัมมาวาจาบ้าง;
เวทนาย่อมมี เพราะปัจจัยคือมิจฉากัมมันตะบ้าง;
-ความเข้าไป สงบรำงับแห่งมิจฉากัมมันตะบ้าง;
เวทนาย่อมมี เพราะปัจจัยคือสัมมากัมมันตะบ้าง;
-ความเข้าไป สงบรำงับแห่งสัมมากัมมันตะบ้าง;
เวทนาย่อมมี เพราะปัจจัยคือมิจฉาอาชีวะบ้าง;
-ความเข้าไป สงบรำงับแห่งมิจฉาอาชีวะบ้าง;
เวทนาย่อมมี เพราะปัจจัยคือสัมมาอาชีวะบ้าง;
-ความเข้าไป สงบรำงับแห่งสัมมาอาชีวะบ้าง;
เวทนาย่อมมี เพราะปัจจัยคือมิจฉาวายามะบ้าง;
-ความเข้าไป สงบรำงับแห่งมิจฉาวายามะบ้าง;
เวทนาย่อมมี เพราะปัจจัยคือสัมมาวายามะบ้าง;
-ความเข้าไป สงบรำงับแห่งสัมมาวายามะบ้าง;
เวทนาย่อมมี เพราะปัจจัยคือมิจฉาสติบ้าง;
-ความเข้าไป สงบรำงับแห่งมิจฉาสติบ้าง;
เวทนาย่อมมี เพราะปัจจัยคือสัมมาสติบ้าง;
-ความเข้าไป สงบรำงับแห่งสัมมาสติบ้าง;
เวทนาย่อมมี เพราะปัจจัยคือมิจฉาสมาธิบ้าง;
-ความเข้าไป สงบรำงับแห่งมิจฉาสมาธิบ้าง;
เวทนาย่อมมี เพราะปัจจัยคือสัมมาสมาธิบ้าง;
-ความเข้าไป สงบรำงับแห่งสัมมาสมาธิบ้าง;
เวทนาย่อมมี เพราะปัจจัยคือฉันทะบ้าง;
-ความเข้าไป สงบรำงับแห่งฉันทะบ้าง;
เวทนาย่อมมี เพราะปัจจัยคือวิตกบ้าง;
-ความเข้าไป สงบรำงับแห่งวิตกบ้าง;
เวทนาย่อมมี เพราะปัจจัยคือสัญญาบ้าง;
-ความเข้าไป สงบรำงับแห่งสัญญาบ้าง;
เวทนาย่อมมี เพราะปัจจัยคือฉันทะ
วิตก และ สัญญา ที่ยังไม่เข้าไปสงบรำงับบ้าง;
เวทนาย่อมมี เพราะปัจจัยคือฉันทะ
วิตก และ สัญญา ที่เข้าไปสงบรำงับแล้วบ้าง;
เวทนาย่อมมี เพราะปัจจัยคือการบรรลุถึงฐานะที่ได้พยายามเพื่อจะบรรลุถึงบ้าง"
ดังนี้.
บาลี สูตรที่ ๒ วิหารวรรค มหาวาร.สํ. ๑๙/๑๗/๕๐.
ตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ที่เชตวัน
หลังจากที่ได้ประทับหลีกเร้นแล้วเป็นเวลา ๓ เดือน.
* คำว่า "ประเทศ" ในที่นี้ หมายถึงที่ตั้งแห่งความรู้สึกทางใจ เช่นเดียวกับแผ่นดินเป็นที่ตั้งแห่งความเป็นอยู่ทางกาย. การที่คงไว้ในรูปศัพท์เดิมเช่นนี้ ก็เพื่อจะให้ผู้อ่านได้ทราบเงื่อนงำแห่งภาษาบาลี ซึ่งไม่ค่อยจะปรากฏในภาษาไทย. พระบาลีนี้พอจะแสดงให้เราทราบได้ว่า เมื่อตรัสรู้แล้วใหม่ๆ พระองค์ได้ทรงอยู่ด้วยวิหารธรรมชนิดที่ทำให้รู้แจ้งชัดต่อเวทนาในลักษณะเช่นที่กล่าวไว้ในสูตร.
จบภาค ๒.
|