|
ทรงคิดค้นเรื่องเวทนาโดยละเอียด
ก่อนตรัสรู้
ภิกษุ ท.! ครั้งก่อนแต่การตรัสรู้
เมื่อเรายังไม่ได้ตรัสรู้ ยังเป็นโพธิสัตว์อยู่, ความสงสัยได้เกิดขึ้นแก่เราว่า
อะไรหนอเป็นเวทนา? อะไรเป็นความเกิดขึ้นพร้อมแห่งเวทนา? อะไรเป็นปฏิปทาให้ถึงความเกิดขึ้นพร้อมแห่งเวทนา?
อะไรเป็นความดับไม่เหลือแห่งเวทนา? อะไรเป็นปฏิปทาให้ถึงความดับไม่เหลือแห่งเวทนา?
อะไรเป็นรสอร่อยของเวทนา? อะไรเป็นโทษของเวทนา? อะไรเป็นอุบายเครื่องพ้นไปได้จากเวทนา?
ภิกษุ ท.! ความรู้ข้อนี้ได้เกิดขึ้นแก่เราว่า
เวทนา ๓ อย่าง เหล่านี้คือ สุขเวทนา
ทุกขเวทนา อทุกขมสุขเวทนา, เหล่านี้เรียกว่า เวทนา;
ความเกิดขึ้นพร้อมแห่งเวทนา ย่อมมี เพราะความเกิดขึ้นพร้อมแห่งผัสสะ;
ตัณหาเป็นปฏิปทาให้ถึงความเกิดขึ้นพร้อมแห่งเวทนา;
ความดับไม่เหลือแห่งเวทนา ย่อมมีเพราะความดับไม่เหลือแห่งผัสสะ;
มรรคอันประเสริฐ ประกอบด้วยองค์แปดประการนี้เอง เป็นปฏิปทาให้ถึงความดับไม่เหลือแห่งเวทนา,
ได้แก่สิ่งเหล่านี้คือความเห็นที่ถูกต้อง ความดำริที่ถูกต้อง การพูดจาที่ถูกต้อง
การทำการงานที่ถูกต้องการเลี้ยงชีวิตที่ถูกต้อง ความพากเพียรที่ถูกต้อง
ความรำลึกที่ถูกต้อง ความตั้งใจมั่นคงที่ถูกต้อง; สุขโสมนัสใดๆ ที่อาศัยเวทนาแล้วเกิดขึ้น,
สุขและโสมนัสนั้นแลเป็นรสอร่อยของเวทนา;
เวทนาไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดาด้วยอาการใด, อาการนั้นเป็นโทษของเวทนา;
การนำออกเสียได้ซึ่งความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจ การละความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจ
ในเวทนาเสียได้นั้นเป็น อุบายเครื่องออกไปพ้นจากเวทนาได้
ดังนี้.
*ภิกษุ
ท.! จักษุ ญาณ ปัญญา วิชชา แสงสว่าง ได้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา ในธรรม ท. ที่ไม่เคยฟังมาแต่ก่อน
ว่า "เหล่านี้ คือ เวทนา ท.";....**
ว่า "นี้ คือความเกิดขึ้นพร้อมแห่งเวทนา";...ว่า
"นี้ คือปฏิปทาให้ถึงความเกิดขึ้นพร้อมแห่งเวทนา";
....ว่า "นี้ คือความดับไม่เหลือแห่งเวทนา"
: ว่า "นี้ คือปฏิปทาให้ถึงความดับไม่เหลือแห่งเวทนา";
....ว่า "นี้ คือรสอร่อยของเวทนา";
.
ว่า "นี้คือโทษของเวทนา"; ....ว่า
"นี้ คืออุบายเครื่องออกไปพ้นจากเวทนา";
ดังนี้.
บาลี สูตรที่ ๔ เวทนาสํยุตต์ สฬา.สํ.
๑๘/๒๘๙/๔๓๙.
* บาลี สฬา. สํ.๑๘/๒๘๙/๔๔๐.
ตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย
** ที่ใส่จุดๆ
(....) ไว้เช่นนี้ ทั้งตรงนี้และต่อไป มีคำเต็มเหมือนข้างต้น คือเริ่มแต่คำว่า
"ภิกษุ ท.! จักษุ ญาณ...(ถึงคำว่า)..มาแต่ก่อน"
|