|
ทรงค้นวิธีแห่งอิทธิบาท
ก่อนตรัสรู้
ภิกษุ ท.! ครั้งก่อนแต่การตรัสรู้
เมื่อเรายังไม่ได้ตรัสรู้ ยังเป็นโพธิสัตว์อยู่ มีความสงสัยเกิดขึ้นว่า
อะไรหนอ เป็นหนทาง เป็นข้อปฏิบัติ* เพื่อความเจริญแห่งอิทธิบาท?
ภิกษุ ท.! ความรู้ข้อนี้เกิดขึ้นแก่เราว่า
ภิกษุ** นั้นๆ ย่อมเจริญอิทธิบาท อันประกอบพร้อมด้วยธรรมเครื่องปรุงแต่ง
มีสมาธิอาศัยฉันทะเป็นปธานกิจ ว่า ด้วยอาการอย่างนี้
ฉันทะของเราย่อมมีในลักษณะที่จักไม่ย่อหย่อน, ที่จักไม่เข้มงวดเกิน, ที่จักไม่สยบอยู่ในภายใน,
ที่จักไม่ส่ายไปในภายนอก; และเราเป็นผู้มีความรู้สึกทั้งในกาลก่อนและกาลเบื้องหน้าอยู่ด้วย
: ก่อนนี้เป็นเช่นใด
ต่อไปก็เช่นนั้น, ต่อไปเป็นเช่นใด
ก่อนนี้ก็เช่นนั้น, เบื้องล่างเช่นใด เบื้องบนก็เช่นนั้น, เบื้องบนเช่นใดเบื้องล่างก็เช่นนั้น,
กลางคืนเหมือนกลางวัน, กลางวันเหมือนกลางคืน : เธอย่อมอบรมจิตอันมีแสงสว่างด้วยทั้งจิตอันเปิดแล้ว
ไม่มีอะไรพัวพัน ให้เจริญอยู่ด้วยอาการอย่างนี้.
(ข้อต่อไปอีก
๓ ข้อก็เหมือนกัน แปลกแต่ชื่อแห่งอิทธิบาท เป็น วิริยะ จิตตะ วิมังสา,
เท่านั้นพระองค์ทรงพบการเจริญอิทธิบาท ด้วยวิธีคิดค้นอย่างนี้).
ปฐมสูตร อโยคุฬวรรค มหาวาร. สํ.๑๙/๓๖๒/๑๒๐๕.
* มีข้อความอีกสูตรหนึ่ง
(มหาวาร.สํ.๑๙/๓๓๙/๑๑๓๖) ซึ่งมีข้อความเหมือนกับสูตรนี้ตลอดเรื่อง, ผิดกันแต่ใช้คำว่า
"เป็นเหตุ เป็นปัจจัย" แทนคำว่า "เป็นหนทาง เป็นข้อปฏิบัติ"
ดังที่ปรากฏอยู่ในสูตรนี้.
** นักบวชชนิดภิกษุนั้น มีอยู่ก่อนพระองค์อุบัติ.
|