|
ทรงกลับพระทัยฉันอาหารหยาบ
ราชกุมาร! ความคิดอันนี้ได้เกิดขึ้นแก่เราว่า
ในอดีตกาลอันยาวยืดก็ดี...ในอนาคตกาลอันยาวยืดก็ดี...แม้ในปัจจุบันนี้ก็ดี,
สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดที่ได้เสวยทุกขเวทนากล้าแข็งเผ็ดร้อนอันเกิดจากการทำความเพียร
อย่างสูงสุดก็เท่าที่เราได้เสวยอยู่นี้ ไม่ยิ่งไปกว่านี้ได้, ก็แต่ว่าเราหาอาจบรรลุธรรมอันยิ่งกว่าธรรมของมนุษย์
หรืออลมริยญาณทัศนวิเศษ ด้วยทุกรกิริยาอันกล้าแข็งแสบเผ็ดนี้ไม่. ชะรอยหนทางแห่งการตรัสรู้จักพึงมีโดยประการอื่น.
ราชกุมาร! ความระลึกอันนี้ได้เกิดขึ้นแก่เราว่า
เออก็เรายังจำได้อยู่เมื่องานแรกนาแห่งบิดา เรานั่ง ณ ร่มไม้หว้ามีเงาเย็นสนิท
มีใจสงัดแล้วจากกามและอกุศลธรรมทั้งหลาย บรรลุปฐมฌานมีวิตกวิจาร มีปีติและสุขอันเกิดแต่วิเวกแล้วแลอยู่
ชะรอยนั่นจักเป็นทางแห่งการตรัสรู้บ้าง ดังนี้. ราชกุมาร! วิญญาณอันแล่นไปตามความระลึก
ได้มีแล้วแก่เราว่า นี่แล แน่แล้วหนทางแห่งการตรัสรู้ดังนี้.
ราชกุมาร! ความสงสัยอันนี้ได้เกิดขึ้นแก่เราว่า
เราควรจะกลัวต่อความสุขชนิดที่เว้นจากกามและอกุศลธรรมหรือไม่หนอ? ราชกุมาร!
ความแน่ใจอันนี้ได้เกิดขึ้นแก่เราว่า เราไม่ควรกลัวต่อสุขอันเว้นจากกามและอกุศลทั้งหลาย.
ราชกุมาร! ความคิดได้มีแก่เราสืบไปว่า ก็ความสุขชนิดนั้น คนที่มีร่างกายหิวโหยเกินกว่าเหตุเช่นนี้
จะบรรลุได้โดยง่ายไม่ได้เลย ถ้าไฉนเราพึงกลืนกินอาหารหยาบ คือข้าวสุกและขนมสดเถิด.
ราชกุมาร! เราได้กลืนกินอาหารหยาบ คือข้าวสุกและขนมสดแล้ว.
โพธิราชกุมารสูตร ราชวรรค ม.ม. ๑๓/๔๕๘/๕๐๔,
และสคารวสูตร พราหมณวรรค ม.ม.,
มหาสัจจกสูตร มหายมกวรรค มู.ม.;
ปาสราสิสูตร ไม่มีข้อความนี้.
|