||\\พุทธทาสศึกษา : ศึกษาเพื่อสืบสานปณิธานพุทธทาส ชีวิตและผลงาน
หน้าแรก | ข่าว-กิจกรรม | >ชีวิตและผลงาน | บทความ | แฟ้มภาพ | วาทะพุทธทาส | กลุ่มพุทธทาสศึกษา | จุดเชื่อมต่อ

คนหนุ่มสาวกับอุดมคติเพื่อสังคม
ข้อคิดจากชีวิตครูโกมล คีมทอง

พุทธทาสภิกขุ

--> คนหนุ่มสาวกับอุดมคติเพื่อสังคม : ข้อคิดจากชีวิตครูโกมล คีมทอง

คำนำสำนักพิมพ์

          ในวาระครบรอบ ๒๐ ปี แห่งการจากไปของโกมล คีมทอง ทางมูลนิธิได้จัดงานรำลึกถึงโกมล คีมทองขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสืบสายธารอุดมคติของ "โกมล" กับคนรุ่นใหม่ เพื่อศึกษาบทเรียนจากชีวิตโกมล ตลอดจนสานต่อภารกิจการสร้างสรรค์สังคมไทยในปัจจุบัน กิจกรรมนี้จะได้จัดขึ้นตลอดปี ๒๕๓๔ นี้

          กิจกรรมประเดิมเริ่มแรกที่จัดขึ้นคือ การร่วมกันของกัลยาณมิตรจากกรุงเทพฯ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และภูเก็ตเพื่อ "ย้อนรอยโกมล คีมทอง" ณ สถานที่ที่โกมลจบชีวิตลงที่ ต.บ้านส้อง อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ ๑ - ๓ กุมภาพันธ์ ศกนี้ ตั้งต้นแต่มีพิธีทางศาสนา ณ ซากโรงเรียนเหมืองห้วยในเขาแห่งเดิม อันเป็นสถานที่ตั้งของโรงเรียนชุมชนที่โกมลสร้างขึ้น พร้อมด้วยสัมโมทนียกถา เป็นวาทะแห่งกำลังใจเพื่อการดำรงชีวิตที่ดีงามในสังคมปัจจุบัน ในตอนเช้าวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ช่วงบ่ายที่ศาลาวัด มีการรำลึกความหลังของชาวบ้านและศิษย์ที่เคยรู้จักโกมล เมื่อยี่สิบปีก่อน ซึ่งยังความตื้นตันใจแก่ผู้พูดและผู้ฟังเป็นอย่างยิ่ง จากนั้นได้พากันไปชมสถานที่บ้านเหนือคลอง ซึ่งโกมล คีมทอง รัตนา สกุลไทย และชาวบ้านผู้นำทางถูกฆาตกรรมด้วยความเข้าใจผิด ตอนค่ำมีการสาธิตและให้ความรู้เกี่ยวกับประเพณีชีวิตทางภาคใต้ ตลอดจนความวิเศษพิสดารของมโนราห์ ซึ่งครั้งหนึ่งโกมล คีมทองเคยส่งเสริม จบลงด้วยรายการอ่านบทกวีและบทเพลงรำลึกโกมล คีมทอง ณ โรงเรียนเหมืองห้วยในเขาแห่งใหม่ในปัจจุบัน พร้อมกับที่คณะผู้ร่วมงาน ได้ร่วมกันสมทบทุนโครงการอาหารกลางวันของนักเรียนที่นั่น ซึ่งเราได้อาศัยพักแรกด้วย

          วันรุ่งขึ้นเป็นการทัศนศึกษาธรรมชาติคลองแสง อันถูกทำลายด้วยพัฒนภัยจากเขื่อนเชี่ยวหลาน (รัชชประภา) จนน้ำเน่าและใช้การไม่ได้ แล้วจึงกลับมาเสวนาเรื่องทางเลือกใหม่ในสังคมไทยปัจจุบัน ซึ่งเป็นการสะท้อนความรู้สึกนึกคิด ความเชื่อและความหวังของคนทำกิจกรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโกมล คีมทอง ในคืนที่สองที่พำนักอยู่ ณ สวนโมกขพลาราม ไชยา

          วันสุดท้ายของงานตอนหัวรุ่ง คณะได้มีโอกาสฟังธรรมกถาอันล้ำค่า ของพระเดชพระคุณพระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาสภิกขุ) เรื่อง "คนหนุ่มสาวกับอุดมคติเพื่อสังคม : ข้อคิดจากชีวิตครูโกมล คีมทอง" ซึ่งนับเป็นคำบรรยายที่เป็นประโยชน์มาก ทางสำนักพิมพ์จึงได้เร่งจัดพิมพ์ขึ้นให้ทันงานปาฐกถาประจำปีของมูลนิธิในปีนี้ด้วย เพื่อเป็นอนุสติและทิฏฐานุคติสำหรับคนหนุ่มสาวอีกทางหนึ่งด้วย จากนั้นได้มีโอกาสเที่ยวชมสถานที่และฟังธรรมบรรยาย ไขปริศนาธรรมเพื่อดำเนินชีวิตให้สงบเย็นและเป็นประโยชน์จากพระภิกษุในสวนโมกข์อีกด้วย ในฐานะที่โกมล คีมทอง และเพื่อนเคยมาศึกษาสนทนาธรรมกับท่านอาจารย์พุทธทาสอยู่หลายครั้ง ดังที่เคยเอ่ยชื่อวัดนี้ไว้ในจดหมายถึงเพื่อนบางคนด้วย

          งานรำลึกถึงโกมล คีมทองในลักษณะที่ "ย้อนรอย" และวิพากษ์วิจารณ์เช่นนี้ น่าจะมีประโยชน์ในการขบคิดถึงอุดมคติซึ่งเป็นส่วนรากฐานและความลุ่มลึก ของชีวิต การย้อนความคิดกลับมาตระหนักในเรื่องของศิลปะและภูมิปัญญาชาวบ้านในชุมชนท้องถิ่น อันเป็นมิติทางประวัติศาสตร์ที่ยาวไกล ตลอดจนปลุกเร้าความสนใจในปัญหาทางนิเวศวิทยา อันเป็นปัญหาที่กว้างขวางครอบคลุมและเชื่อมโยงสัมพันธ์ไปทั่วทุกด้านของชีวิตและโลก ซึ่งนับเป็นปัญหาและภารกิจที่ท้าทายคนรุ่นใหม่แห่งทศวรรษนี้ และที่จริงก็เป็นสิ่งที่อยู่ในความสนใจของโกมล คีมทอง และสำนักพิมพ์มูลนิธิโกมลคีมทองด้วยเช่นกัน

          สำหรับธรรมกถาเล่มนี้ ท่านอาจารย์พุทธทาสช่วยชี้ให้คนหนุ่มสาวเห็นตนเองและเตือนตัวเองในหลายๆ ด้าน นับแต่การเข้าหาและไปให้การศึกษาแก่ชาวบ้าน การพัฒนาโดยขาดความเคารพและความเข้าใจธรรมชาติอย่างแท้จริง ตลอดจนการปล้นทำลายธรรมชาติของส่วนรวม จนโลกหมดสันติภาพและความร่มเย็นเป็นสุข เพราะอำนาจของ "ความเห็นแก่ตัว" ของคนที่ไร้ธรรม การนำชีวิตที่ดีงามกลับคืนมาสู่สังคมอีกครั้ง เราต้องการบุคคลผู้มีอุดมคติโพธิสัตว์อย่างโกมล คีมทอง ซึ่งประกอบด้วยโพธิสัตว์ธรรมอันจำเป็นอย่างยิ่งยวด เพื่อดำเนินงานให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยความเรียบร้อย หมดจดและปลอดภัย

          ธรรมของโพธิสัตว์ คือ สุทธิ ปัญญา เมตตา และขันติทั้งในระดับโลกและระดับเหนือโลก ได้แก่ ความบริสุทธิ์ใจในการเข้าไปช่วยเหลือโดยไม่หวังผลตอบแทนเพื่อตนในทางใดๆ อย่างสูงคือการที่มีจิตบริสุทธิ์จากกิเลสในการกระทำการ (สุทธิ) การช่วยเหลือที่ได้ผลต้องประกอบด้วยความรู้เข้าใจถูกต้องและเท่าทันปัญหาที่จะเข้าไปแก้ ถ้ารู้มากก็ช่วยได้มาก รู้จริงจึงช่วยได้จริง อย่างสูงคือความเข้าใจสัจจะของธรรมชาติของชีวิตและตัวตนอย่างเต็มที่สูงสุด (ปัญญา) และมีความปรารถนาดี รู้สึกเป็นพวกหรือฝ่ายเดียวกัน จึงต้องการช่วยเหลือผู้อื่นเหมือนช่วยตัวเอง อย่างสูงคือปราศจากความเห็นแก่ตัวสิ้นเชิงแล้วจึงเห็นแก่ผู้อื่นอย่างแท้จริง (เมตตา) อนึ่งการทำงานช่วยเหลือบุคคลนั้น ย่อมได้รับความทุกข์ยาก จึงต้องมีความอดทนต่อความลำบากตรากตรำ มีความบากบั่นฝ่าฟันปัญหาและอุปสรรคนานาประการ อย่างสูงคือมีความอดทนอดกลั้นต่ออำนาจของกิเลสที่มายั่วยุและยั่วยวนทั้งหลายให้เลิกรา พ่ายแพ้แก่ความเรียกร้องต้องการของใจ (ขันติ)

          ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นโพธิสัตวธรรมสำหรับคนหนุ่มสาวผู้สนใจอุทิศตนตามแนวทางของโกมล คีมทอง ซึ่งท่านอาจารย์พุทธทาสได้ให้ความหมายว่า เป็นการตัดปัญหาด้วยสติปัญญาอันถูกต้อง และบังเกิดผลอันพึงปรารถนา อย่างพอเหมาะพอดีแก่กาลเทศะและบุคคลชุมชนนั้น ตามหลักสัปปุริสธรรม ๗ ประการ อันเป็นเกณฑ์วินิจฉัยความเป็นคนดีแท้ที่ทั่วด้านตามหลักพุทธศาสนา จนสามารถสร้างสรรค์ "ธัมมิกสังคมนิยม" อันพึงปรารถนาขึ้นมาในโลกนี้ได้ในที่สุด

          สำนักพิมพ์ขอขอบคุณคุณพิภพ อุดมอิทธิพงศ์ และพระดุษฎี เมธังกุโร ที่ช่วยถอดเทปคำบรรยายและตรวจทานต้นฉบับให้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้หนังสือจัดพิมพ์ออกมาทันกำหนด

          นอกจากธรรมกถานี้แล้ว ทางสำนักพิมพ์จะได้รวบรวมจัดพิมพ์ข้อเขียนของ "ครู" ที่โกมล สนิทและเคารพมากกล่าวถึงศิษย์ไว้ตลอดจนความคิดความรู้สึกที่โกมลเขียนถึงตนเอง รวมทั้งถ้อยคำของคนหนุ่มสาวรุ่นหลัง ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอุดมคติและแบบอย่างของโกมลได้เอ่ยถึง อย่างใคร่ครวญชี้ชวนและวิพากษ์วิจารณ์ออกมาโดยลำดับ ตลอดศกนี้ รวมทั้งปาฐกถาประจำปีซึ่งได้จัดพิมพ์ออกมาเป็นประจำทุกปีด้วย

          หวังว่าหนังสือเล่มนี้และเล่มอื่น ๆ ที่สำนักพิมพ์จัดพิมพ์ขึ้นเพื่อเป็นการรำลึกถึงโกมล คีมทอง ในวาระ ๒๐ ปีแห่งการจากไป จักอำนวยประโยชน์เกื้อกูลแก่การนึกถึงคนดี ที่จักไม่ตายไปจากใจของผู้คนและเป็นจุดเริ่มต้นของการทบทวนไตร่ตรองอย่างถ่องแท้ รอบคอบ และก้าวไปอย่างหนักแน่นและมั่นใจ ในท่ามกลางสังคมปัจจุบัน ซึ่งสถานการณ์และปัญหาเลวร้ายกว่าเมื่อสองทศวรรษก่อนนั้นมากนัก สังคมไทยยังต้องการคนที่กล้าหาญ เสียสละ และจริงจังอย่างโกมลที่ยอมตนเป็นอิฐก้อนแรก และก้อนต่อ ๆ ไปในการสร้างสรรค์หนทางเพื่อคนส่วนใหญ่ที่ด้อยโอกาสได้มีศักดิ์ศรี ความภาคภูมิใจ ความเคารพกราบไหว้ตัวเอง เป็นตัวของตัวเองเท่า ๆ กับความยอมรับนับถือผู้อื่น และอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน เกื้อกูลและเป็นสุข ทั่วทั้งสังคมและธรรมชาติทั้งมวล

          โกมล คีมทองจะไม่ตายและไม่มีวันตาย เพราะบุคคลจบสิ้นไปก็แต่เพียงกาย หากเกียรติคุณความดีที่กระทำไว้จะคงอยู่ยั่งยืนตลอดไป และจักได้รับการสืบสานต่อจากคนรุ่นถัด ๆ ไปไม่สิ้นสุด

ด้วยความปรารถนาดี

สำนักพิมพ์มูลนิธิโกมลคีมทอง

 

--> คนหนุ่มสาวกับอุดมคติเพื่อสังคม : ข้อคิดจากชีวิตครูโกมล คีมทอง

 

โก กิลาแจ้ว ต่ำแล้ว          พระสุริยา
มล แก่ โกมลลา          โลกแล้ว
คีม เวร คีบชิพพา          ภพอื่น
ทอง แห่งน้ำใจแก้ว          เพริศแพร้วแววสมัย

     อนิจจา เสมอฟ้า อุษาโยค
โลกสดชื่น ฟื้น จะแจ่มใส
เห็นแสงเงิน แสงทอง ยองใย
ทำไม ด่วนดับมิด ก่อนมืดมน

     วัยวัน หนุ่มสาว ราวเช้าตรู่
จู่จู่ ค่ำม้วย หมดประโยชน์ ผล
หลัดหลัด พลัดพราก เสียบัดดล
เจ็บจนสลาย ละลายปฐพี

     มินึกเลยว่า คุณธรรม ความดี
ที่มี ประจำใจ ชาติมนุษย์นี้
จะเสียหาย แห้งแล้ง ลงทุกที
ไฉนนี่ วิปริต ร้อยพิษภัย

     โอ้ โกมล แม่นแม้น ปทุมมาลย์
เริ่มเบิกบาน เรณู หอมสมัย
ขณะ กระจายค่า น้ำใจไป
กระไรหนอ ด่วนร่วง บ่ ทันโรย

     ซากศพ ทิ้งกลิ้ง กลางทรายดิน
โลหิตริน ระทม ให้ลมโหย
หวน ชวนโพล้เพล้ ปรายโปรย
โชยกระแส เศร้าสร้อย ลอยมา

     ที่รัก ที่รู้ซึ้ง ถึงความหลัง
จะหลั่งโศก ไป่ สิ้นถวิลหา
อาทิ แม่ จะมีแต่ธารา
ของน้ำตา มา ปลุกโกมล

     อันปลาต ญาติสนิท มิตรสหาย
ขาดไร้เขา เปล่าหาย ทุกแห่งหน
แต่ใน เรติน่า ศิษย์น้อยทุกคน
โกมล สิ้นเงาไว้ ให้อาลัย

     โรงเรียน สะอาดเตียน จะรกร้าง
ใครจะสร้าง บ้านส้อง สมสมัย
แม้ครุ อุดมการณ์ เกรียงไกร
นานนานไป ใครหนอ จดจำ

     นับจากนี้ จุ่งระบือ ภาชา
คุณค่า น้ำใจ ประเสริฐเลิศล้ำ
จรรโลง ครุ ปูชนีย์ บุคคลนำ
ให้ทำงาน เกียรติยศ งดงาม

     ขออำนาจ คุณพระ รัตนไตร
บุญฤทธิ์ ยิ่งใหญ่ ในโลกสาม
อวยวิบาก ศุภผล ติดตาม
วามวิญญาณ เกษมศานติ สุขเทอญ

อังคาร กัลยาณพงศ์

--> คนหนุ่มสาวกับอุดมคติเพื่อสังคม : ข้อคิดจากชีวิตครูโกมล คีมทอง


หน้าแรก | ข่าว-กิจกรรม | >ชีวิตและผลงาน | บทความ | แฟ้มภาพ | วาทะพุทธทาส | กลุ่มพุทธทาสศึกษา | จุดเชื่อมต่อ

สมุดเยี่ยม | แนะนำหน้านี้ให้เพื่อน | Site Map

Buddhadasa.org
กลุ่มพุทธทาสศึกษา ตู้ ปณ.๓๘ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๑๐
e-mail : info@buddhadasa.org
.