|
| หน้าแรก
| ข่าว-กิจกรรม | |
อัตชีวประวัติของท่านพุทธทาส พระประชา ปสนฺนธมฺโม สัมภาษณ์
|
|||||||
|
เพื่อให้ง่ายและประหยัด คล้ายครั้งพุทธกาลมากที่สุด ในสมัยพุทธกาลไม่มีอาคารโบสถ์แบบที่มีอยู่ในปัจจุบัน ท่านกำหนดใช้ที่กลางดิน หรือว่าใช้ในวิหารที่พัก กำหนดว่าอยู่ในวิสุงคามสีมาก็ใช้ได้ วิสุงคามสีมาคือเขตที่แยกจากหมู่บ้าน ในระยะแรก ๆ ที่มาอยู่ที่นี่ ก็ไปลงอุโบสถที่วัดชยาราม บวชนาคก็ทำที่นั่น ต่อมาเมื่อเป็นวัดแล้วก็ขอวิสุงคามสีมาได้ ก็ใช้ยอดเขาพุทธนั้นแหละเป็นโบสถ์ แรกทีเดียวตรงนั้นใช้เป็นที่จัดงานเทศน์ประจำปีของสวนโมกข์อยู่หลายปี เดิมมันเป็นโคกสูง ก็ตั้งธรรมาสน์ ๓ ธรรมาสน์บนโคกนั้น คนฟังก็นั่งอยู่โดยรอบกระทั่งชั้นล่าง ต่อมาก็เกลี่ยโคกนั้นให้แบนลง เพื่อใช้เป็นที่นั่งทำสังฆกรรม ลงอุโบสถ บวชนาค เพิ่งมาเกลี่ยลงอีก ครั้งสุดท้าย เมื่อไม่นานมานี้เอง ตรงที่ใช้เป็นโบสถ์นั้นมันเป็นฐานพระเจดีย์เก่าถึงสมัยศรีวิชัย เพราะมีอิฐแบบศรีวิชัยอยู่เกลื่อนไป เมื่อเราไปพบมันมีหลุมลึกลงไปใต้ฐานเจดีย์ท่วมหัวคน เป็นเรื่องที่ขโมยมันขุดลงไปเพื่อค้นหาทรัพย์สมบัติ เราไปพบก็เลยช่วยกันเกลี่ยอิฐดินถมให้หลุมมันเต็ม ข้างบนทำให้เสมอพอนั่งได้ ใช้เป็นที่เทศน์มาเรื่อย ๆ จนกระทั่งใช้เป็นโบสถ์ ก่อนได้วิสุงคามสีมาก็เคยใช้เป็นอรัญสีมาครั้งสองครั้ง เพราะมันห่างบ้านพอ จนขอวิสุงคามสีมาได้แล้ว ก็ปักเขตคร่อมฐานเจดีย์นั้น คร่อมตอนสูงของเนินนั้นทั้งหมด เป็นเขตวิสุงคามสีมา ได้รับอนุญาตแล้ว เจ้าหน้าที่มาปักเขต เป็นวิสุงคามสีมาโดยสมบูรณ์ แต่เรายังไม่ได้ผูกพัทธสีมา มันไม่จำเป็น ที่เขาเรียกฝังลูกนิมิตนั่นแหละ ทำกันเพื่อจะหาเงินมากกว่า เรายังไม่คิดจะทำ มันทำสังฆกรรมได้แล้ว
ก็มีความประสงค์จะเลือกเรื่องแปลก ๆ มาสู่สังคมผู้ฟังเทศน์ ให้ได้ยินเรื่องที่ไม่เคยได้ยิน แม้แต่เทศน์เวสสันดรชาดกก็เคยทำ แต่เราทำไม่เหมือนเขา เรามีแบบของเรา เลือกเอาคนที่ร้องเทศน์เวสสันดรทำนองเก่ง ๆ มา พระบ้าง ฆราวาสบ้าง มีบรรยายสลับอธิบายความ ที่เขาเทศน์ไว้เป็นทำนองไพเราะ ผู้ร้องก็มีอย่างนายสอนบ้าง พระครูสมบูรณ์บ้าง ตอนที่สำคัญ ๆ เขาร้องสัก ๑๕ นาที แล้วผมก็อธิบายเป็นวรรคเป็นเวร ตั้งแต่เริ่มกัณฑ์แรก รวบรัดจนจบ ๑๓ กัณฑ์ ได้เรื่องได้ราวดี มีร้องเป็นทำนองสลับเป็นตอน ๆ คนฟังก็พอใจ ไม่มีใครทำมาก่อน ที่ทำ ๆ กันมักนั่งฟังหลังขดหลังแข็งหลาย ๆ ชั่วโมง แต่ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง เราอธิบายเป็นธรรมะหมด คนก็เข้าใจง่าย งานของเราราว ๆ ๓ ชั่วโมง เลิกเย็นเกินไปไม่ได้ ชาวบ้านเขามากันไกล ๆ ต้องกลับบ้าน มีอยู่ปีหนึ่งพิเศษเทศน์ ๓ ธรรมาสน์ ท่านปัญญาฯ ท่านบุญชวน แล้วก็ผม ธรรมดาก็มีผมกับมหาสำเริงเป็นพื้น โดยมากผมก็เป็นคนวิสัชนา ไม่ได้เตรียมกันแบบตายตัว ครึ่งเตรียมครึ่งขึ้นไปนึกเอาบนธรรมาสน์ แล้วแต่ผู้ถามจะซักเอาเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่รู้ ๆ กันแล้ว เช่น ถ้าเทศน์เรื่องอนัตตลักขณสูตร ก็จะถามในแง่มุมต่าง ๆ ให้เกิดความเข้าใจเรื่องอนัตตาเป็นต้น มิลินทปัญหา ก็เคยเอามาเทศน์ เริ่มจัดเมื่อมาอยู่ได้ปี ๒ ปี อาจจะเป็นปี ๒๔๘๘ จัดอยู่ ๔-๕ ปีก็เลิก เพราะคนเลี้ยงอาหาร คนหาอาหารทำไม่ไหว มันเหนื่อย คนมันมากันมาก เคยลองประมาณดูปีหนึ่งตั้ง ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ คน เราจัดในวันสงกรานต์ คนเขามาเที่ยวสงกรานต์ด้วย มาฟังเทศน์ด้วย เป็นธรรมเนียมแต่โบราณ ชาวบ้านแถบนี้เขาจะมาเที่ยวสงกรานต์ที่เขานางเอกัน ทางท่าฉาง ท่าชนะ เขาจะมาเที่ยวสงกรานต์กันที่นี่ มาไหว้พระบาทในถ้ำ ถ้ำนั้นเป็นถ้ำลักษณะสกัดหิน สกัดหินมาทำพระพุทธรูป เอาเข้าไปในเมือง แล้วสกัดข้างล่างเป็นรอยพระพุทธบาทเอาไว้ มีสกัดลวดลายตามปากถ้ำบ้าง คงจะราว ๆ สมัยกรุงศรีอยุธยา เขาทำพระพุทธรูปก็เต็มไปทั้งบ้านทั้งเมือง พระพุทธรูปเป็นแบบอยุธยา คงเป็นสมัยพระบรมไตรโลกนาถ สันนิษฐานว่าอย่างนั้น บ้านเมืองตอนนั้นคงสงบสุขในทางศาสนา
งานเทศน์ประจำปีของเราเป็นการรวบรวมปัจจัยด้วย เพื่อสร้างนั่นสร้างนี่ในวัด ตำบลหนึ่งเขาก็จะแห่พุ่มต้นไม้ธนบัตรมากลุ่มหนึ่ง ตำบลนั้น ตำบลนี้ แห่กันมาพุ่มสองพุ่มแล้วแต่ งานจึงเต็มไปด้วยพุ่มธนบัตรมีการบอกข่าวออกไปตามสาย สายโมถ่าย สายตะกรบ สายป่าเวก็ส่งข่าวไปตามคนคุ้นเคย มีแจกใบปลิวกันเล็ก ๆ น้อย ๆ มันเป็นธรรมเนียมอย่างนี้ ง่ายมาก ไม่กี่ครั้งก็บ่อนติดจนต่อมาหลายปี เจ้าของบ้านสู้ไม่ไหว ต้องบอกเลิก เขามากันไกล ๆ เดินมาก็ตั้ง ๓-๔ ชั่วโมง มาถึงก็หิวก็เหนื่อย ก็ต้องทำอาหารเลี้ยง จะซื้อจะหาแบบเดี๋ยวนี้มันก็ไม่มี จะเปลืองมันก็ไม่เปลืองเท่าไร แต่คนทำเหนื่อยมาก ทำอาหารเลี้ยงคน ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ คน ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ พี่หอแกเป็นหัวหน้าแม่ครัว อยู่ที่บ้านปากด่าน ทำจนไม่มีเสียง พูดออกมาไม่ได้ยิน แม่ครัวส่วนใหญ่ก็คนแถวนี้ หมู่บ้านปากด่าน แล้วก็แถววัดแก้วอะไรก็มี ต้องมาค้างคืนที่วัด ทำขนมจีนกัน หรือรับไปทำที่บ้านก็มี ทำมาจากบ้านก็มี ที่วัดก็ตั้งครัวกันตรงริมธารน้ำไหล ตรงมีต้นยางใหญ่ ๆ อยู่เดี๋ยวนี้ ตรงนั้นมีจอมปลวกใหญ่อยู่ลูกหนึ่ง ก็ขุดหลุมกันรอบ ๆ จอมปลวกนั้น ตัดดินออกตั้งกระทะรอบ ๆ ได้ แล้วต้องปลูกโรงยาวหลังหนึ่งไว้วางของ มันเหน็ดเหนื่อยกันไปทั้งนั้น แม้คนกินก็เหนื่อยเพราะเดินมากว่าจะได้ไปฟังเทศน์ บางคนก็ต้องไปนอนฟังอยู่ชั้นล่าง แล้วฟังเสร็จก็ต้องรีบกลับ บ้านไกล ไม่ค่อยได้ตั้งใจฟังนัก คนอยู่ใกล้ก็ได้ประโยชน์ดี อยู่ไกล มันไม่ค่อยมีประโยชน์ ในที่สุดสู้ไม่ไหว เลยของด จัดอยู่ ๔-๕ ปี เห็นจะได้
ตอนแรกฉันกันที่ศาลาโรงธรรม ต่อมาเกิดความคิดที่จะนั่งฉันกลางดิน ก็นั่งฉันกันกลางดิน ยังไม่เป็นหินโค้ง นี่หมายถึงเวลามีงานพิเศษซึ่งต่อมาเรียกฉันสาธิต ตามปกติก็ฉันที่โรงฉัน แล้วความคิดเรื่องหินโค้งก็ค่อย ๆ เข้ามา จำไม่ได้แล้วว่าความคิดฟักตัวขึ้นมาอย่างไร แต่เราชอบโค้ง พระจันทร์ครึ่งซีก มันสวยกว่าเป็นศิลปะกว่าทื่อ ๆ และก็สะดวก ประธานสงฆ์นั่งตรงกลางสามารถเห็นองค์อื่น ๆ หมด ตอนแรกอยู่ตรงด้านหน้าออกมา ไม่ได้ลึกเข้าไปใกล้เชิงเขาอย่างปัจจุบัน แต่นั่งกลางดินมันไม่สะดวก รักษาความสะอาดยาก ปีหนึ่งมีคนจากกรุงเทพฯ มานั่งฟังเทศน์ตรงนั้น คันไปทั้งตัว เชื้อคันคงเป็นเรื่องของสุนัข หมัดสุนัข ความคิดที่จะยกพื้นขึ้นมาสูงเป็นหินโค้งก็ตามมา ใช้เลี้ยงพระ เวลาปกติใช้ฟังเทศน์ ฟังธรรมด้วย ถ้าฝนตกก็ใช้โรงธรรมในตอนแรก ต่อมาเมื่อมีโรงหนังมีเรือ ฝนตกก็ใช้โรงฉันตามปกติ ฟังเทศน์ก็ใช้ที่เรือลำใหญ่ มันก็เคลื่อนของมันมา เปลี่ยนแปลงมาเรื่อย ๆ
คำว่าสาธิตนี้มันเป็นคำที่มีใช้อยู่ทั่วไป คือแสดงการกระทำให้ดู ทำให้ดูแทนที่จะพูดเฉย ๆ ฉันสาธิตคือทำให้ดูว่าสมัยพุทธกาลเลี้ยงพระกันอย่างไร สมัยโน้นก็จะให้พระนั่งเป็นระเบียบ แล้วก็มอบบาตรให้เจ้าภาพตัก เจ้าภาพก็เอาบาตรไปจัดอาหารใส่ แล้วก็เอามาถวายพระที่นั่งอยู่ ฉันเสร็จแล้วก็อนุโมทนา ระยะแรก ๆ ที่นี่ก็ทำแบบนี้ ตอนแรกที่นี่ก็ทำแบบนี้ คือเอาบาตรวางไว้ตรงแท่นหินใหญ่หน้าหินโค้งลงมาด้านล่าง ให้ทายกทายิกาจัด แล้วจึงนำไปถวายพระที่นั่งอยู่ที่หินโค้ง ทีนี้ต่อมาไม่มีคนขน ต้องการคนขนมากก็เลยเปลี่ยนเป็นเอาบาตรวางไว้ตรงหน้าที่พระนั่ง อาหารต่าง ๆ ก็ใส่รวมลงไปในบาตร ของหวานวางในฝาบาตร เรียกเป็นการภายในว่าตักบาตรจานแมว เคยทำแบบนี้ตั้งแต่ใช้โรงธรรมอยู่ การเอาบาตรไปจัดมันไม่สะดวก เวลายกกลับมาบาตรของใครของใครมักสลับกัน ควบคุมลำบากก็เลยมาจัดตรงหน้าแทน เลี้ยงพระจำนวนร้อย ๆ ก็ได้ แล้วระหว่างพระฉันก็มีการเติม คอยเติมจนบอกปฏิเสธ เวลาฉันก็ฉันด้วยมือ ผมขอร้องให้ทุกองค์ฉันด้วยมือ เป็นการบูชาพระพุทธเจ้าเป็นพิเศษวันหนึ่ง การฉันแบบนี้ก็ทำเฉพาะโอกาสพิเศษ แรก ๆ ก็ทำทุกวันพระ และโอกาสที่มีคนมาเลี้ยงพิเศษ ต่อมาทำทุกวันเสาร์แทนวันพระ เพราะเรามีเทศน์วันเสาร์ แต่เดี๋ยวนี้ชักเลิก ๆ ไป แต่ถ้ามีคนเลี้ยงพิเศษก็เอื้อเฟื้อเขา มันยุ่งมากพอสมควร ทั้งคนเลี้ยง ทั้งพระที่มาฉัน เสียเวลามาก เพื่อความสะดวกโดยมากก็ฉันกันที่โรงฉัน นอกจากพระที่ทำงานพิเศษก็ตักไปฉันที่กุฏิได้ ฉันโรงฉันที่นี่เคยเรียกฉันแบบรถไฟ คือเข็นอาหารใส่รถเข็น พระนั่ง ๒ ข้างหันเข้าหากันแล้วก็ตักใส่บาตรเท่าที่ต้องการ แล้วก็เข็นต่อไป ตั้งแต่ไม่สบายผมก็ไม่ได้ไปฉันรวม ขอตัวเป็นพิเศษ ขอผ่อนผันไม่ต้องไปนั่งอย่างนั้น กว่าจะเสร็จมันขัดข้องต่อร่างกาย ถ้าผู้มีเกียรติมา คนพิเศษ มีบุญมีคุณมา ผมก็ไปช่วยพูดให้ไปต้อนรับ
ขุดมาจากตรงช่องแหว่งที่เขาพุทธทอง บางเวลาพระก็ช่วยกันทำ ท่านบัญญัติ ท่านพงศักดิ์ เหล่านี้ทำกันมาก ลงแรงกันมาก บางเวลาก็จ้างเขาขุด วาละ ๘๐๐ บาท มันเป็นเขาหินปนดิน ขุดออกมาแล้วก็เอาไปใช้ทั่ววัด ทำโรงเรียนหินก็เอาไปจากตรงนี้ ช่องนั้นเคยเรียกว่าถ้ำ เพราะตั้งใจจะทำถ้ำ กะจะขุดตัดภูเขาไปทะลุทางด้านโน้น แล้วหล่อคอนกรีตปิดข้างบนให้กลายเป็นถ้ำยาว สวนโมกข์ยังขาดถ้ำ เกิดความคิดจะทำถ้ำ แต่ก็ยังคาราคาซังมา ไม่อยากให้คนปลุกปล้ำกันมาก คงไม่มีใครทำต่อได้ มันเหนื่อยกันมาก ถ้าทำ มันจะคล้ายประสาทหินที่เขมร เข้าทางฝ่ายนี้ แล้วเดินมุดถ้ำไปเรื่อย ๆ กว่าจะทะลุตั้งกิโลฯ เป็นถ้ำจำลอง
ใช้อบรมธรรมะ สมัยผมยังเดินเหินคล่องแคล่ว ใช้ที่นั่นบ่อย พวกนักศึกษา พวกผู้พิพากษา พวกซิสเตอร์ ใช้ที่นั่นทั้งนั้น คำบรรยายชุดบรมธรรมก็บรรยายที่นั่น แต่ก่อนนี้มันเป็นที่สวยมุมหนึ่งของสวนโมกข์ ดูวิวก็สวย เดี๋ยวนี้ไม่ได้ใช้ก็รกไป ถ้าชำระสะสางกันใหม่ มันก็สวย ใช้ทรายขาวเป็นพื้น
ไม่มี คนแถวนี้จะไปหาศิลปินแบบนี้ที่ไหน เราก็ไม่ได้ออกแบบอะไร ใช้ความคิดนึกชั่วขณะที่มองเห็น อะไรเป็นปัญหาเกิดขึ้นชั่วขณะก็แก้เอา เราชอบธรรมชาติอันรื่นรมย์เกลี้ยงเกลา เมื่อเที่ยวทะเล เคยเห็นภาพวิวต่าง ๆ เห็นอะไรที่มีอยู่ก็อาศัยสิ่งนั้น เลยมาจัดให้มันกลมกลืน เกลี้ยงเกลา
(หัวเราะ) มันง่ายและต้องการให้มันแปลก หน้าต่างโล่ง ๆ มันจะไม่ได้อับ อยู่ในป่าแบบนี้ ไม่มีใครมองมาจากทางทิศไหน คนเข้าใจว่ามันเป็นป้อมตำรวจก็มี เราเคย (หัวเราะ) เรียกส้วมว่าเป็นกุฏิวิปัสสนา ล้อเลียนเพื่อน ก็ใช้พิจารณาอสุภะได้จริง ๆ ด้วย แต่ก่อนตรงมุมนี้ เคยมีส้วมเล็ก ๆ หลังหนึ่ง ใช้เฉพาะของเรา เคยแขวนป้าย กุฏิวิปัสสนาชั้นหนึ่ง
|
|||||||
|
> โบสถ์ เทศน์ประจำปีและหินโค้ง |
สมุดเยี่ยม | แนะนำหน้านี้ให้เพื่อน | Site Map
![]()
กลุ่มพุทธทาสศึกษา ตู้ ปณ.๓๘ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๑๐
e-mail : info@buddhadasa.org