||\\พุทธทาสศึกษา : ศึกษาเพื่อสืบสานปณิธานพุทธทาส ชีวิตและผลงาน
หน้าแรก | ข่าว-กิจกรรม | >ชีวิตและผลงาน | บทความ | แฟ้มภาพ | วาทะพุทธทาส | กลุ่มพุทธทาสศึกษา | จุดเชื่อมต่อ

อัตชีวประวัติของท่านพุทธทาส
เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา
พระประชา ปสนฺนธมฺโม  สัมภาษณ์
บทที่ ๓ ช่วงแห่งการบุกเบิก

 

กำลังหนุนจากโยมมารดาและน้องชาย

? อาจารย์ครับ โยมหญิงมีส่วนสนับสนุนงานของสวนโมกข์และคณะธรรมทานอย่างไรบ้างครับ ผมเห็นในพุทธสาสนาลงว่าทำพินัยกรรมมอบเงินให้ใช้ตั้ง ๖,๐๐๐ กว่าบาท อยากให้อาจารย์เล่าเรื่องเกี่ยวกับโยมหญิงไว้ด้วยครับ

          โดยทั่วไปโยมหญิงไม่มีความเห็นอะไร ไว้ใจเรา ไว้ใจผมว่าเราจะทำอะไรคงไม่ผิด คงไม่เสียหาย ไว้ใจด้วยความเคารพเชื่อมั่น ก็เลยไม่ต้องพูดอะไรกันมาก แล้วโยมก็มีศรัทธาในลักษณะอย่างนี้อยู่แล้ว ศรัทธาที่เราได้ร่ำเรียนธรรมะ ศรัทธาที่ได้แบ่งปันความรู้ให้ผู้อื่น แล้วก็มีความรู้ความเข้าใจอย่างดีอยู่แล้วว่า ธรรมทานน่ะเลิศกว่าทานทุกชนิด พอพูดเรื่องเผยแพร่ธรรมทาน จึงยอมรับหมด เห็นเป็นบุญกุศลอย่างลึกซึ้ง ที่จะเผยแพร่ธรรมะที่โลกยังไม่รู้ ยังไม่มีใครรู้ ยังไม่มีใครเคยทำ โยมจึงให้ใช้เงินในการทำกิจการต่าง ๆ ให้ใช้บ้านเป็นสำนักงานธรรมทานระยะแรก เป็นที่เทศน์ ทำหนังสืออะไรต่าง ๆ

          ผมให้โยมทำเป็นพินัยกรรม (๑ มิ.ย. ๒๔๗๕) ไว้ ส่วนหนึ่งก็แบ่งให้เป็นมรดกแก่ลูก ๆ ๓ คน ที่เหลือก็ตั้งเป็นทุนต้นตระกูลพานิช เพื่อใช้ดอกผลในกิจการพระศาสนา มรดกส่วนของผม ผมไม่เอาก็สมทบลงมาในส่วนนี้ ก็ได้ใช้เงินดอกผลจากทุนต้นตระกูลพานิชนี้ สร้างกิจการของสวนโมกข์ หอสมุดธรรมทาน และหนังสือพิมพ์พุทธสาสนามาแต่ต้น จนมีคนเห็นด้วยร่วมมือมากขึ้น ๆ จนเงินทุนเล็กน้อยเหล่านั้นไร้ความหมายไป เมื่อโยมตาย (๒๔๙๐) จึงได้สร้างศาลาป่าช้า (วัดเวียง) โดยใช้เงินต้นของทุนนี้ไปราว ๕,๐๐๐ บาท เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้โยม เพราะเริ่มมีคนมาช่วยกิจการของคณะธรรมทานมากขึ้นแล้ว ที่เหลือซื้อที่ดินแปลงหนึ่งเป็นของคณะธรรมทาน และเหลือตั้งเป็นทุนไว้ผลิตหนังสือ มีคนอื่นมาสมทบเป็นทุนอยู่ในมูลนิธิธรรมทาน

? อาจารย์ครับ แล้วตอนถูกเขาว่าเป็นพระบ้าอะไรนี่ โยมหวั่นไหวหรือเปล่า

          โอ้ เรื่องอย่างนี้ไม่มีหวั่นไหว มีแต่จะเก่งกว่าเราเสียอีก เพราะแกศึกษาธรรมะมาพอเพียง ตั้งแต่รุ่นพ่อ รุ่นปู่ รุ่นตาของแก

? อาจารย์ครับ เมื่อมีกิจการสวนโมกข์และอื่น ๆ แล้วนี่ อาจารย์ยังมีเวลาใกล้ชิดกับโยมหรือเปล่า เมื่อโยมยังมีชีวิตอยู่

          โยมอยู่ที่บ้านก็ไปเยี่ยมบ่อย ๆ มีเวลาไปเยี่ยม ตอนอยู่พุมเรียง ออกบิณฑบาตก็พบปะกันทุกวัน

? ตอนจะดับนี้ อาจารย์ได้ใกล้ชิดหรือเปล่าครับ ได้ให้ธรรมะให้อะไรหรือเปล่า และงานศพจัดอย่างไรครับ

 
งานศพโยมมารดา

          ไม่ได้ให้ เพราะโยมเป็นอัมพาต นอนอยู่หลายเดือน แต่ผมก็ไปอยู่ใกล้ชิด ไปพักที่วัดชยาราม ไปอยู่ใกล้ ๆ วันนั้นดึกมาแล้ว ครูสิริยังเป็นเด็ก ๆ ไปบอกที่วัดว่าย่าตายแล้ว

          งานศพก็จัดตามธรรมเนียม ผมก็เป็นประธานจัดงานศพ ญาติมิตรสหายก็มาช่วย พระเจ้าพระสงฆ์ก็มาช่วยกันมากมายหลายองค์ เพราะโยมอุปถัมภ์วัดต่าง ๆ ด้วย มาช่วยฟังสวด มาช่วยดูแลว่าต้องการอะไรบ้าง จัดอะไรบ้าง มันก็ไม่แปลกจากธรรมดา ตอนนั้นเขาทำกันเป็นธรรมดาที่จะต้องช่วยกันอย่างนี้ หลายองค์มานั่งอยู่ตลอดเวลา มาช่วยออกความคิด มาช่วยรับแขก จะมีแปลกอยู่บ้างก็ที่ผมเรียนแบบคนจีนที่เขามีแห่ผ้าเต็ก รู้สึกมันสวยดี เมื่อญาติผู้เฒ่าของผมคนหนึ่งที่บ้านดอนตายลง คนจีนที่บ้านดอนเขาระดมกันให้ นับเป็นสิบ ๆ แผ่น เป็นผ้าแพรอย่างดี เขียนอย่างดี ถือแห่ไปตามป่าช้า ผมเห็นว่ามันสวยดี ก็เลย (หัวเราะหึ ๆ) ทำบ้าง ดูเหมือนทำ ๓๐-๔๐ แผ่น ให้เด็กนักเรียนถือเดินตามขบวนศพ ผ้าเหล่านั้นพอไปถึงป่าช้าก็เป็นผ้าบังสกุล ถวายพระเป็นผ้าบังสุกุล ผ้าดิบย้อมง่ายพอซักออก ซักตัวหนังสือออก ก็ทำเป็นผ้าอาบได้ ธรรมเนียมจีนนั้นมิตรสหายเขาให้ เขาจะระบุชื่อคนตาย เป็นการให้เกียรติยศ และถือเป็นหลักว่า ถ้าให้ผ้านี้แล้วไม่ต้องให้เงิน

? อาจารย์ครับ ตอนโยมมารดาเสียชีวิต อาจารย์มีความรู้สึกผูกพันอาลัยอาวรณ์บ้างหรือเปล่า

          มันไม่ค่อยจะมี ถ้าไปอาลัยอาวรณ์ แกจะได้ล้อเอา แกมีความรู้ธรรมตามแบบของแก ว่าต้องไม่เสียใจ ไม่ร้องไห้ ไม่ทุกข์อย่างคนโง่ ๆ ที่ไม่รู้ธรรมะ แกยังเคยคุยว่า บรรดาพี่น้องของแกที่ไปพยาบาลพ่อของแกคือตาของผม ก่อนพ่อแกจะตาย เขาร้องไห้กันทุกคน แกไม่ร้องไห้ แกคุยอวดให้ผมฟังอย่างนี้ แกถ่ายทอดธรรมะจากพ่อโดยไม่รู้สึกตัวมากกว่าคนอื่น ๆ

          แล้วผมก็เห็นมาแต่แรกที่เริ่มป่วย แล้วก็เพียบลงเรื่อย ๆ มันก็ไม่รู้สึกแปลก แล้วตอนนั้นก็มีงานหลายอย่าง คือรีบสร้างศาลาป่าช้าที่วัดเวียง ที่เล่าแล้วว่าใช้เงินทุนต้นตระกูลพานิชไปราว ๕,๐๐๐ บาท ในการซื้อไม้ขอเลหลังจากการสร้างศาลาสันติภาพ ของทางอำเภอที่ค้างอยู่ แล้วระดมขอแรงชาวบ้าน สร้างเสร็จภายใน ๓ วัน หลังนั้นเดี๋ยวนี้ยังอยู่ที่ป่าช้าเก่าวัดเวียง ตอนโยมพ่อตายก็สร้างศาลาป่าช้าหลังหนึ่ง ที่ป่าช้าพุมเรียงหลังกลางนั่นแหละ เดี๋ยวนี้ก็ดูเหมือนยังอยู่

          ศาลาสันติภาพนั้น ตอนแรกเป็นความคิดของนายอำเภอจาด (อุรัสยนันท์) คิดจะสร้างศาลาประชาคม ผมว่าถ้าอย่างนั้นอาจจะทำได้ โดยเราขอแรงประชาชนทำ ผมกับท่านพระครูสุธนธรรมสารจะช่วยเหลือ แล้วก็เอาไม้ที่จับยึดได้จากคนทำผิดไม่ได้เสียค่าภาคหลวงมาสร้าง (๒๔๘๙) ยกเสาไว้เป็นปี ความคิดมันรวนเรก็ไม่ได้สร้างต่อ ตอนนั้นมันเกิดสงครามเลยให้ชื่อว่าศาลาสันติภาพ

? อาจารย์ปัญญาเล่าไว้ว่า โยมเคยปรารภอยากให้อาจารย์สึกนี้ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรครับ

          ไม่เคยได้ยิน มีแต่ตอนหลัง ๆ มานี่ มีข่าว อาจจะตอนแรก ๆ มีสวนโมกข์แล้ว มีข่าวว่าคนที่เคยไปพูดจาอะไรกันไว้ เขาเตือนเขาถามว่าจะว่าอย่างไร ผมบอกว่าไม่ ไม่สึกเขาก็ต้องเปลี่ยน

? ผู้หญิงเขาก็รอนานนะครับ เคยเห็นหน้ากันหรือเปล่า

          ฮึ เขาก็รอ ไม่ใช่ผู้หญิงรอ พ่อแม่ผู้หญิงเขาเดือดร้อน ไม่เคยเห็นหน้ากันก่อน (หัวเราะดุ ๆ) ไม่อยากให้ระบุชื่อ บันทึกชื่ออะไรไว้เกี่ยวกับเรื่องนี้ ตอนหลังนี้เขาก็มีครอบครัวไปแล้ว

? อาจารย์ครับแล้วเมื่อตั้งสวนโมกข์แล้วอาเสี้ยงยังได้พบกันบ่อยหรือเปล่า

          พบกันปีละครั้ง ๒ ครั้ง (หัวเราะหึ ๆ) แล้วก็เขียนคำกาพย์คำกลอนล้อไสยศาสตร์มาลงหนังสือพิมพ์พุทธสาสนาเรื่อย ๆ มา แกคอยอ่านของเรา แล้วก็พอใจ แสดงความพอใจเข้าหูอยู่บ่อย ๆ เพื่อให้เป็นกำลังใจ คอยอ่านพุทธสาสนาอย่างใจจดใจจ่อ

? อาจารย์ครับ มีญาติพี่น้องคนอื่นนอกจากคุณธรรมทาสมาช่วยกิจการงานของอาจารย์หรือเปล่าครับ

          โอ๊ย เขาไม่เข้าใจหรอก แล้วเขาก็มีหน้าที่การงานเต็มมือ ที่จะมาคิดว่าธรรมทานประเสริฐกว่าทานทั้งปวงนี่ไม่มี แล้วงานของเราก็เล็กเกินกว่าที่จะต้องการความร่วมมือขนาดนั้น ประชาชนทั่วไปไม่น้อยที่คิดว่าการกระทำของคณะธรรมทานนั้นเป็นการหากำไร แล้วเห็นผมมีส่วนให้ญาติได้ทำการค้าหากำไร เห็นว่าผมเขียนหนังสือมีชื่อ ช่วยให้พิมพ์ขายได้ ทั้งคนในท้องถิ่นและคนต่างจังหวัด แต่ก็ไม่มากจนมีความหมายอะไรต่องาน พวกนี้เขาคิดตามแบบของเขาเอง ว่าถ้าไม่ได้กำไรแล้วจะเหนื่อยทำไม (หัวเราะ) คนเดี๋ยวนี้มันมีความคิดอย่างนี้เกือบทั้งนั้น

? อาจารย์ครับ แล้วญาติพี่น้องมากวนหรือมาใช้ผลประโยชน์จากงานหรือชื่อเสียง มีบ้างไหมครับ

          ไม่ปรากฏ เขาคงรู้ว่าผมไม่ทำให้ เวลาป่วยไข้ให้ช่วยฝากโรงพยาบาล ก็มีบ้าง (หัวเราะหึ ๆ) แต่น้อยเต็มที เพราะมันไม่มีความจำเป็นพอที่จะทำ เขาช่วยตัวเองกันได้

? อาจารย์ครับ ช่วยเล่าถึงความร่วมมือระหว่างสวนโมกข์กับคณะธรรมทานตั้งแต่ต้นด้วยครับ

          มันไม่อาจใช้คำว่าร่วมมือ เพราะมันเป็นอันเดียวกัน ผมจะทำอะไรก็สั่งไปทางนั้น มันไม่มีลักษณะเป็น ๒ ส่วน ต่างคนต่างทำ นึกอะไรออกก็สั่งไปเท่านั้น นายธรรมทาสก็มีหน้าที่ดูแลเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ จัดเก็บรักษาไว้ให้ และแบ่งจ่ายตามคำสั่ง มันก็มีงบเล็ก ๆ เท่านั้น งานการไม่มากมายอะไร ไม่ได้ยุ่งยากมากมาย ทำมาโดยตลอด ปัจจุบันก็ยังช่วยดูแลและรักษาการเงิน บำรุงสวนโมกข์อยู่ แล้วก็มีหน้าที่ทำให้หนังสือพิมพ์ออกมา เขาต้องทำทุกอย่างให้หนังสือพิมพ์มันออกมาได้ เขามีหน้าที่หาเรื่องตามแบบของเขา เป็นส่วนหนึ่งเพื่อบรรจุลงในหนังสือพิมพ์พุทธสาสนาด้วย

? อาจารย์ครับ แล้วคณะธรรมทานเองมีกิจกรรมอะไรบ้างหรือเปล่า

          ก็อย่างที่เคยเล่าแล้ว ตอนแรกก็เป็นหีบอ่านหนังสือธรรมะ ให้คนมายืมหนังสือธรรมะเป็นมุมหนึ่งที่บ้าน มาตั้งเป็นทางการหน่อยเมื่อมีสวนโมกข์แล้ว (ก.ค. ๒๔๗๕) แล้วก็ใช้บ้านโยมนั่นแหละเป็นสโมสรจัดเทศน์ประจำทุกวันพระ ต่อมาทางการเขาย้ายที่ว่าการอำเภอมาที่ตำบลตลาดใกล้ทางรถไฟ (มิ.ย. ๒๔๗๘) เพื่อความสะดวกในการทำงาน คณะธรรมทานก็ย้ายมาอยู่ที่ตลาดด้วย (พ.ย. ๒๔๗๘) อยู่ริมทางรถไฟ ไปทางวัดพระบรมธาตุฯ ผมก็เลยได้เดินตากแดดตากฝนมาเทศน์ที่นี่ด้วย ท่านปัญญาก็เคยมาช่วยเทศน์บ้าง

? อาจารย์ครับ คำขวัญของคณะธรรมทานที่ว่า การให้ธรรมเป็นทาน ชนะการให้ทั้งปวง นี้ได้มาอย่างไรครับ

          นายธรรมทาสเขาเป็นคนเลือก ดูเหมือนจะเป็นคำขวัญบนหน้าปกหนังสือของสมาคมมหาโพธิด้วย ผมช่วยหาหลักฐานอ้างอิงทางบาลีให้

? อาจารย์ถ่ายทอดธรรมะให้กับชาวคณะธรรมทานอย่างไรบ้างครับ

          อ๋อ สำหรับผู้ร่วมงานก็ฟังเอาจากเทศน์ที่เราไปเทศน์บ่อย ๆ เขาก็ฟังทุกทีที่มีการเทศน์ นายธรรมทาสนั้นเกือบไม่ต้องให้อะไร เขาอ่านเอาเอง ศึกษาเอาเอง จากภาษาอังกฤษเสียเป็นส่วนมาก การแลกเปลี่ยนความเห็น การโต้งแย้งกับในเรื่องหลักธรรมไม่เคยมี จะมีเฉพาะที่เขาสงสัยว่าจะผิดพลาด เขาก็ให้ผมช่วยตรวจก่อนตีพิมพ์ อย่างนี้มีบ้าง

          แถลงการณ์ของคณะธรรมทานที่ลงพิมพ์ในพุทธสาสนานั้น นายธรรมทาสเขาเป็นคนเขียนหมด เขาว่าไปเลย แล้วแต่บรรณาธิการ ผมเป็นคล้าย ๆ ฝ่ายวิชาการ ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการรับสมาชิกอะไรต่าง ๆ

? อาจารย์ครับ งานคณะธรรมทานนี่ เคยมีงานประเภทต้องกู้เงินคนมาทำด้วยหรือเปล่า

          ไม่มี มันไม่มีเพราะมันไม่จำเป็นต้องมี แล้วเราก็ไม่กล้าทำถึงขนาดนั้น ไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนั้น ทำเท่าที่ทุนหรือหาทุนได้ ผมไม่เอาเด็ด นายธรรมทาสก็คงไม่เอาเด็ด

? อาจารย์ครับ การที่คณะธรรมทานจัดตั้งโรงเรียนพุทธนิคม (๒๔๗๙) นี่ เป็นดำริของใครครับ

          ของนายธรรมทาสล้วน ๆ ผมไม่มีส่วนแม้แต่นิดเดียว จะมีบ้างก็ไปช่วยพูดกับครู ไปอบรมนักเรียนบ้าง

          เหมือน ๆ กับคนอื่น ๆ อาจจะเคยไปแนะครูเรื่องวิธีสอนภาษาอังกฤษบ้าง

? ความพิเศษของโรงเรียนพุทธนิคมคืออะไรครับ

          คือสอนพุทธศาสนา สอนวิชาพุทธศาสนา ไม่มีกิจกรรมอะไรมากไปกว่าโรงเรียนอื่น มีการไหว้พระสวดมนต์บ้าง ประกวดความรู้เกี่ยวกับพุทธศาสนาบ้าง

? อาจารย์ครับ แล้วความคิดที่จะปั้นคนเป็นชาวพุทธที่ดีนี้ประสบความสำเร็จไหม

          ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ต้องพูดว่าไม่ประสบความสำเร็จ มันเหลือความสามารถ ก็ทำได้อย่างเปะ ๆ ปะ ๆ อย่างนี้ ครูที่หัวแหลมหน่อยก็ลาออกไปเป็นครูรัฐบาล อนาคตมันดีกว่า มั่นคงกว่า ๒-๓ คนที่เหลืออยู่ เป็นเพื่อนคู่ทุกข์ยากกันมา จนโรงเรียนไฟไหม้ชั้นมัธยมปลาย (๒๕๒๗) เหลือไม่กี่คน

          ความจริงแต่ก่อนนี้ เมื่อโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอยังไม่มี เด็กแถวนี้ถ้าจะต่อมัธยมทุกคนก็เรียนที่โรงเรียนพุทธนิคม ข้าราชการแถวนี้ที่เป็นคนเกิดบ้านนี้ที่อายุ ๓๐ ขึ้นไปทั้งหมด เรียนที่โรงเรียนพุทธนิคมทั้งนั้น แต่ก็เป็นการเรียนอย่างธรรมดา มันยากเกินไป เด็กเขาไม่ต้องการเป็นเด็กธรรมะ เขาก็เป็นเด็กบ้าน เด็กเมือง เด็กทำกิจการงาน หาเงินอะไรไปตามสังคม

? อาจารย์ครับ ผมเห็นในแฟ้มเก่า ๆ มีโครงการเกี่ยวกับการจัดตั้งมหาวิทยาลัย

          เคยคิดกันเล่น ๆ ฮึ่ ๆ ๆ พูดเล่นกันบ้างกับนายธรรมทาส ก็คิดกันธรรมดาว่าการศึกษาพุทธศาสนา ถ้ามีได้ถึงระดับมหาวิทยาลัยก็จะดี อยากให้เรียนธรรมะให้แตกฉาน รู้ธรรมะแตกฉาน แต่มันทำไม่ได้ นายธรรมทาสเป็นคนเชื่อแน่ว่าทำไม่ได้ ผมเองเคยเอ่ยขึ้นมาว่าทำไมไม่คิดไกลไปถึงระดับวิทยาลัยมหาวิทยาลัย คนเท่านี้ ทุนรอนเท่านี้ มีกำลังเท่านี้ ทำไม่ได้แน่ ๆ จะทำอย่างแผนใหม่ตามเมืองนอกที่มีอยู่ ๒-๓ แห่ง เราก็ไม่ต้องการ มันมีธรรมะน้อยเกินไป แล้วมันไม่มีคนสอน ไอ้เรายังไม่เชื่อตัวเองว่าจะสอนได้ ผมเคยคุยเล่นอยู่บ่อย ๆ ว่า เดี๋ยวนี้เราควรมีนักธรรมชั้นพิเศษต่อจากนักธรรมเอก เรียนเรื่องลึก ๆ ยาก ๆ ที่เราเอามาพูดกันบ่อย ๆ พบใครที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียนนักธรรมก็จะพูด แต่มักจะถูกค้านว่าจะเอาครูมาจากไหน (หัวเราะ) ก็เลยเงียบ ปิดปาก

? อาจารย์ครับ อย่าว่าแต่ชั้นพิเศษเลยครับ แม้แต่ชั้นตรี โท เอก มันก็ต้องเปลี่ยนแล้ว ตั้งเกือบร้อยปีไม่เปลี่ยนเลย มันน่าจะสอนสิ่งที่เหมาะกับการแก้ปัญหาชีวิตคนที่เรียน

          มันก็อยู่ในข้อที่หาครูไม่ได้ ถึงไม่เปลี่ยน มันก็น่าจะใช้ให้สมบูรณ์ตามที่วางไว้ ทีนี้มันเรียนโกง สอบโกง อะไรโกง มันมีความรู้ไม่ถึง ๑๐% ของหลักสูตรที่วางไว้

? อาจารย์ครับ การที่งานของคณะธรรมทานของสวนโมกข์แสดงบทบาทออกมามาก ๆ นี่มีผลกระทบให้เกิดความไม่พอใจหรือการปรับปรุงอะไรในหมู่พระสงฆ์อื่น ๆ ในท้องถิ่นหรือเปล่าครับ

          อาจจะมีบ้าง แต่ก็ไม่มีอิทธิพลมากเท่าไร มันไม่ได้กระทบกระทั่งใคร จะมีคนวิปริตจิตไม่สมประกอบ คนสองคนมองในแง่ร้าย คอยพูดใส่ร้าย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้

? อาจารย์ครับ ในอนาคตมูลนิธิธรรมทานก็แทบจะไม่ต้องเกี่ยวข้องอะไรกับสวนโมกข์เลยใช่ไหมครับ

          ก็ทำหน้าที่ไวยาวัจกรอยู่ตามมีตามได้ งานพิมพ์หนังสือบางส่วน มูลนิธิสวนอุศรมก็ช่วยรับไปทำแทน เป็นการแบ่งเบาภาระของมูลนิธิธรรมทาน เราก็ไม่ได้ทำอะไรแล้ว คือมันแก่แล้ว มันเตรียมตัวตายแล้ว เราพอใจแล้วเท่าที่ทำได้เพียงเท่านี้ จะมากจะน้อยก็แล้วแต่ มันได้ฝังรกรากลงไปในจิตใจของประชาชนส่วนหนึ่ง หนังสือที่เราทำขึ้นไว้คงจะเป็นเครื่องมือ เป็นคู่มือต่อไปอีกพอสมควร พอคุ้มกัน

<-- ^ -->

...

ชีวิตและผลงาน > ประวัติ > อัตชีวประวัติของท่านพุทธทาส "เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา" >
>
กำลังหนุนจากโยมมารดาและน้องชาย

หน้าแรก | ข่าว-กิจกรรม | >ชีวิตและผลงาน | บทความ | แฟ้มภาพ | วาทะพุทธทาส | กลุ่มพุทธทาสศึกษา | จุดเชื่อมต่อ

สมุดเยี่ยม | แนะนำหน้านี้ให้เพื่อน | Site Map

Buddhadasa.org
กลุ่มพุทธทาสศึกษา ตู้ ปณ.๓๘ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๑๐
e-mail : info@buddhadasa.org
.