|
| หน้าแรก
| ข่าว-กิจกรรม | |
อัตชีวประวัติของท่านพุทธทาส พระประชา ปสนฺนธมฺโม สัมภาษณ์
|
|||||
|
นายธรรมทาส พานิช หัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญที่สุดของคณะธรรมทาน
นายธรรมทาสเขามีนิสัยอยากส่งเสริมพุทธศาสนาให้รุ่งเรือง ตั้งแต่ตอนที่เขาไปเรียนเตรียมแพทย์ที่จุฬาฯ (๒๔๖๙) เขาไปพบบทความเกี่ยวกับการเผยแผ่พุทธศาสนาทางสมาคมมหาโพธิ ของธรรมปาละ และหนังสือยังอิสต์ ของญี่ปุ่น ได้เร้าใจให้เขาเห็นคุณค่าของพระพุทธศาสนา และหาหนังสือทางพุทธศาสนามาจากหอสมุดนั้นมาอ่านเสมอ พอกลับมาบ้าน (๒๔๗๐) ก็มาตั้งหีบหนังสือให้คนอื่นอ่านกันในเวลาต่อมา (๒๔๗๒) รวบรวมหนังสือธรรมะที่หาได้ในสมัยนั้น รวมทั้ง เทศนาเสือป่า พระพุทธเจ้าตรัสรู้อะไร ไทยเขษม วิสาขะ เป็นต้น ก็ก่อหวอดให้เกิดความสนใจในหมู่คนแถวนั้น ไม่กี่คนหรอก จับกลุ่มสนทนากันเรื่องจะทำพุทธศาสนาให้มันบริสุทธิ์ ให้มันถูกต้องอย่างไร ต่อมาคนเหล่านี้ก็เป็นกำลังตั้งสวนโมกข์และคณะธรรมทาน มีนายเที่ยง จันทเวช นายดาว ใจสะอาด นายฉัว วรรณกลัด นายเนิน วงศ์วานิช นายกวย กิ่วไม้แดง เป็นตัวตั้งตัวตี นายธรรมทาสเขาได้รู้จักกับชาวลังกาชื่อสิริเสนา ที่มาพักอยู่ที่บ้านท่าโพธิ์ จึงได้รู้เรื่องกิจการของสมาคมมหาโพธิ และอนาคาริกะธรรมปาละ ซึ่งพยายามฟื้นฟูพุทธศาสนาในลังกาและอินเดีย นายธรรมทาสเขาก็มีจดหมายติดต่อรับหนังสือมหาโพธิ ต่อมาก็รับ บริติชบุดดิสต์ ของสมาคมมหาโพธิ ลอนดอน บุดดิสต์ อิน อิงแลนด์ และ บุดดิสต์ แอนนวล ออฟซีลอน ทำให้เขารู้ว่าข่าวคราวความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับพุทธศาสนาในต่างประเทศ แล้วก็พยายามส่งต่อมาให้ผมอ่านบ้าง แต่ผมอ่านไม่ค่อยรู้เรื่อง ไม่ทนอ่านเพราะต้องเปิดดิกชันนารีมาก โดยมากอ่านแต่ข่าว (หัวเราะเบา ๆ) นายธรรมทาสเขาก็เอาเรื่องจากหนังสือเหล่านี้เขียนหรือแปลเป็นไทย ไปลงตามนิตยสารสมัยนั้น เช่น ศรีกรุง เดลิเมล์ ไทยเขษม เป็นต้น และเริ่มใช้นามปากกาธรรมทาส ก่อนนั้นเขาชื่อยี่เกย เมื่อผมไปอยู่กรุงเทพฯ แล้ว หนังสือภาษาอังกฤษที่เขารับอยู่ ถ้าฉบับไหนมันพิเศษ เขาต้องการให้อ่าน เขาก็ส่งไปให้ มันก็เป็นเรื่องที่ทำให้ได้คุยกันหรือศึกษากันอยู่บ้างเกี่ยวกับการฟื้นฟูแบบธรรมปาละนี่แหละ พอตั้งสวนโมกข์ก็เลยร่วมมือกัน ผมมันเป็นคนใจกระด้าง ไม่ค่อยจะเชื่อว่าใครมีอะไรดีได้ง่าย ๆ ถือหลักว่าต้องดูไปก่อน บางอย่างก็ดี บางอย่างมันก็บ้าบิ่น
ธรรมปาละเขาเป็นชาวลังกา (๒๔๐๘-๒๔๗๖) เคยถือคริสต์มาก่อน ต่อมาเกิดหันมาถือพุทธ เพราะเสื่อมศรัทธา ไปเห็นบาทหลวงถือปืนยิงนก แล้วต่อมาได้ตั้งสมาคมมหาโพธิขึ้น เพื่อฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในลังกาและอินเดีย และเผยแพร่ในตะวันตกด้วย ต้องถือว่าเขาเป็นคนบุกเบิกรุ่นแรก เป็นรุ่นจุดชนวนที่สำคัญที่สุด ไม่งั้นจะไม่มีอะไร แต่มาถึงเดี๋ยวนี้ สรุปความแล้วก็ยังมีผลน้อยมาก มีผลไม่เต็มที่อย่างที่หวัง พุทธศาสนาในอินเดียไม่เป็นปึกแผ่นอย่างที่ธรรมปาละเข้าใจ
มันไม่เกี่ยวกับพลาด มันเกี่ยวกับทำไม่ได้ เพราะว่าวิชาความรู้ก็ยังไม่ถึงที่สุด แม้แต่เขียนหนังสือ เป็นที่นิยมนับถือก็ยังไม่ถึงที่สุดของความรู้ในทางธรรมะ ยังไม่พูดถึงเรื่องอิทัปปัจจยตา สุญญตา มันเป็นเรื่องพุทธศาสนาตามธรรมเนียม แล้วในทางจิตใจก็ยังไม่สมบูรณ์ แกตีหัวฝรั่งแตกเพราะใส่รองเท้าเข้าไปในวิหาร เกือบเกิดเรื่องใหญ่ แสดงว่ายังมุทะลุ ยังยึดถืออะไรเกินควร แล้วคำปฏิญญาฟังดูแปลกมาก ขอเกิดอีก ๒๕ ชาติ เพื่อแผ่พุทธศาสนา มันเป็นพุทธศาสนาข้างนอกไม่ใช่พุทธศาสนาข้างใน มันก็เชื่ออย่างคนธรรมดาเชื่อ คน ๆ เดียวกันตายแล้วมาเกิดอีก ๆ ๆ ซึ่งไม่ใช่เรื่องพุทธศาสนา มันเป็นเรื่องสังคมมากกว่าเรื่องทางศาสนา แกตั้งใจจะฝึกพระขึ้นมา แต่ก็ทำไม่ได้ตามลำพัง จัดให้เรียนที่นั่นเรียนที่นี่ ที่ลังกา ที่อินเดีย อังกฤษ แล้วเดี๋ยวนี้มันก็เรียกว่าหมดแล้ว ทลายหมดแล้ว ๒ คนสุดท้ายที่ทำงานได้ผลบ้างก็ท่านราหุละ สังภริตยายนะ กับ อานันทะ เกาศัลยายนะ ที่ยังอยู่เดี๋ยวนี้ กำลังร่วมมือกับพวกอัมเบ๊ดก้า เคยเขียนจดหมายมาขอความช่วยเหลือที่ผม เมื่ออัมเบ๊ดก้าตายแล้ว มันเปลี่ยนแปลงมาก ชาวพุทธ ๔-๕ ล้านคนกำลังจะกลับไปเป็นฮินดูอีก เพราะมันไม่ได้รับประโยชน์อะไรจากการเป็นพุทธ มันไม่ได้ช่วยให้มีอาหารกินมากขึ้น ที่เคยอ่านมามี ๑๔ องค์ที่จัดส่งให้ทำอย่างนี้ แล้วมันก็ไปกันหมด ส่งไปอังกฤษ ไปสึกมีเมียกันเสียก็มี
นึกไม่ค่อยออก อ้อ จากหนังสือพิมพ์มหาโพธิ ทำให้คนไทยตื่นเรื่องพระโลกนาถกันพักหนึ่ง นายธรรมทาสอ่านเรื่องของแกแล้วเอาไปเขียนลงหนังสือพิมพ์สมัยนั้น แกเป็นชาวอิตาเลี่ยน บวชเป็นพระภิกษุในพุทธศาสนาที่ประเทศพม่า (พ.ศ.๒๔๖๘) พยายามที่จะเผยแพร่พุทธศาสนาไปในยุโรป ได้ประกาศชักชวนพระภิกษุในลังกา พม่า ไทย ให้เดินทางไปกับท่าน จะเดินด้วยเท้าจากพุทธคยาไปเยรูซาเล็ม จากเยรูซาเล็มไปกรุงโรม เพื่อประดิษฐานพุทธศาสนาในยุโรป ลงประกาศในหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษหลายฉบับเมื่อ พ.ศ.๒๔๗๔ ต่อมาต้นปี ๒๔๗๕ ได้นำพระพม่าออกจากพระเจดีย์ชเวดากอง (สุวรรณเจดีย์) ไปอินเดีย ต่อมาเมื่อตั้งสวนโมกข์แล้วได้เดินทางเข้ามาประเทศไทย หนังสือพิมพ์พุทธสาสนาของเรา เป็นที่ลงข่าวชักชวนให้ ท่านปัญญานันทะก็เคยร่วมไปกับคณะนี้ ไปแตกทัพกันที่พม่า หนังสือพิมพ์พุทธสาสนาลงข่าวของแกต่อเนื่องกันโดยตลอด จนเงียบหายไปตอนผมอยู่กรุงเทพฯ เขาลงประกาศข่าวในมหาโพธิ ให้ติดต่อที่บ้านพระอภัยวงศ์ ถนนสาธร นายธรรมทาสส่งที่อยู่ไปให้ผมไปติดต่อดู ผมก็ไป แต่เจอบ้านปิดเหมือนบ้านร้าง ถามคนแถวนั้นว่าไม่เห็นมีใครอยู่
มันก็ไม่รู้สึกอย่างไร ข่าวเขามาทางมหาโพธิก่อนแล้ว เมื่อแกเข้ามาในกรุงเทพฯ เคยมาดังอยู่พักหนึ่ง คุณสัญญา ธรรมศักดิ์นี่ก็เป็นผู้สนับสนุนมาก พระราชธรรมนิเทศวิ่งสนับสนุนมาก หลงขนาดยอมจัดให้ทุกอย่าง ผมเคยพบกับโลกนาถคราวหนึ่งที่วัดบวรฯ แกพักที่วัดบวรฯ คุณสัญญาพาผมไปเยี่ยม เขาคงจะพูดกันแล้วว่าถ้าได้ผมไปด้วยจะดีมาก พอพบกันแกก็พยายามจะให้ผมไปด้วยให้ได้ ผมไม่เอา ตอบสั้น ๆว่ายังมีงานในเมืองไทย อยากจะเผยแพร่ในเมืองไทย
|
|||||
|
> ธรรมทาส ธรรมทาน และพุทธศาสนาในต่างประเทศ |
สมุดเยี่ยม | แนะนำหน้านี้ให้เพื่อน | Site Map
![]()
กลุ่มพุทธทาสศึกษา ตู้ ปณ.๓๘ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๑๐
e-mail : info@buddhadasa.org