|
| หน้าแรก
| ข่าว-กิจกรรม | |
อัตชีวประวัติของท่านพุทธทาส พระประชา ปสนฺนธมฺโม สัมภาษณ์
|
|||
|
เที่ยวดูสถานที่และเที่ยวถ่ายรูป ไปดูอะไรที่มันแปลก ๆ ที่ไม่รู้มาก่อนว่าอะไร ก็มีคู่หูบ้าง แล้วก็อาจารย์พระครูชยาภิวัติเองเป็นผู้ช่วยสนับสนุน การไปในที่ไม่เคยไป บางทีอาจารย์ก็พาไป วัดนั้นวัดนี้ บางวันไปเช้าจนเย็น ท่านพระครูท่านไปอยู่นานแล้ว ท่านรู้วัดอะไรเป็นอะไร ทิศไหน ถนนไหนท่านรู้ ก็ช่วยพาไป ฝั่งธนฯ ทั่วไปหมด วัดต่าง ๆ ข้างบนนี่เที่ยวขึ้นมาจนถึงวังจิตรลดา วัดเบญจฯ วัดต่าง ๆ ที่น่าถ่ายรูป แล้วก็เล่นพิมพ์ดีด เล่นจานเสียง เล่นวิทยุ ไอ้เล่นพิมพ์ดีด เล่นจานเสียง มีเล่นกันไม่กี่คน แต่เล่นวิทยุนั้นเล่นกันหมดเลย ผมยังเล่นกล้องอีกด้วย ตอนเที่ยวกรุงเทพฯ นั้นมันก็เที่ยว ๆ ไปอย่างนั้นแหละ ไม่ได้มีความคิดที่จะปฏิวัติอะไร มันยังไม่มี
เดิน เดินทั้งวัน ไม่ค่อยได้ขึ้นรถหรอก เพราะอยากจะเห็น แล้วท่านอาจารย์ก็วางแผนถูก เดินไปยังจุดที่มีประโยชน์เลย ไม่เดินเสียเปล่า เช่น วัดกัลยาฯ วัดประยูรวงศ์ เป็นต้น ตอนนั้นผมยังเป็นแฟนมหาน้อย อยู่ในกลุ่มมหาน้อย มหาน้อยเขามักได้รับนิมนต์เทศน์ไปปทุมฯ ไปนนทบุรี เราก็มักจะติดเรือไปด้วย เป็นเรือยนต์มีหลังคา ไม่ใช่เรือหางยาว ไปทีได้ ๒๐-๓๐ องค์ รถรางก็เคยนั่ง เสีย ๕ สตางค์ ๑๐ สตางค์ พระโดยมากขึ้นรถเจ๊ก ถ้าไปรับสังฆทานที่บ้านไกล ๆ ขากลับกลับรถเจ๊ก หรือบางองค์ไปบิณฑบาตไกลเกินไป ขากลับกลับรถเจ๊กก็มี (หึ ๆ) มันเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะต้องใช้สตางค์ ต้องจับเงินจับทองด้วย น้อยครั้งที่เจ้าของบ้านจะให้สตางค์เจ๊กมาเสร็จ ขึ้นรถรางก็จะต้องใช้สตางค์เอง น้อยครั้งที่เจ้าของบ้านจะให้คนมาส่ง มามอบหมาย สมัยนั้นพระนั่งรถรางดูเหมือนจะไม่เคยฟรี รถรางบางทีอันตราย วันนั้นฝนตก เปียกปอน พอผมเอามือจับเข้าที่แขนจับข้างบันได ไฟช็อตเป็นจุด ๆ ๆ ทะลุหนังมือเลย แต่ไม่มีใครรู้ ไม่ถึงกับเลือดออก แต่เป็นจุดออกดำ ๆ ๆ ไฟฟ้ามันรั่วลงมาถึงคันรถแล้ว ไอ้เรามันยังเหยียบอยู่ที่พื้นดินข้างหนึ่ง ที่จับมันเป็นไม้แต่เปียกดีที่ไม่ถึงกับตาย คนทั้งรถรางก็ไม่รู้ว่าผมถูกอย่างนี้ ผมก็ขึ้นไปหาที่นั่งตามปกติ ตอนจับทีแรกเหมือนกับกำไฟ
เราเป็นพระอุตริอยู่กันไม่กี่องค์ นายมณี สีทัด ที่สึกออกไปเขาก็เล่นอันนี้มาอยู่ตั้งแต่เป็นพระเหมือนกัน เป็นเพื่อนกันมา มันก็สนุกและมีประโยชน์แหละ เช่นเครื่องพิมพ์ดีดมันมีประโยชน์ เราไปซื้อที่มันชำรุดจากเวิ้งนครเขษมมาแก้ไขกันใช้ พอซ่อมใช้ได้ ก็ขายซื้อใหม่อีกที ก็ได้เครื่องที่ดีกว่า จนกระทั่งตอนหลัง ๆ พอจะซื้อของใหม่ กล้องถ่ายรูปก็เหมือนกัน กล้องแรกที่มีใช้ โกดัก เวสต้า ๑๒ บาท ซื้อที่เวิ้งนครเขษม มันก็ถ่ายได้ดี แล้วก็มาหัดล้างหัดอัดเอง มันเป็นงานง่าย ๆ น้ำยามันสำเร็จรูป ผสมมาเป็นขวดมาเติมน้ำสิบเท่า ก็ล้างได้ กระดาษโปสการ์ดแผ่นละ ๑ สตางค์ ถ้าเป็นของญี่ปุ่น ๑๐๐ แผ่น ๗๕ สตางค์ อัดกันเป็นภูเขาเลากา เวลาเราไปถ่ายรูป เราก็ทำอย่างไม่จุ้นจ้าน อย่างเดี๋ยวนี้ที่เขาทำกันไม่มีเลย แล้วมันไม่ค่อยได้ถ่ายคนหรอก ถ่ายสถานที่ ถ่ายวัดอะไรเสียมากกว่า แผ่นเสียงก็เรียนภาษาบ้าง ลิงกัวโพนอะไรพวกนั้น แผ่นเสียงเพลงไม่ได้ซื้อ แต่ก็ฟังที่เขาฝากซื้อ มีคนฝากซื้อเรื่อย มันมีเรื่องน่าหัว ตอนนั้นมันอยู่กุฏิสุดมุม ไม่ไกลจากกุฏิรองเจ้าอาวาสที่ดุเป็นเสือเลย ผมลืม ไปเปิดแผ่นเสียงเสียดังลั่น ท่านเดินปัง ๆ มาเปิดประตูชะโงกดู แล้วก็ยิ้มกลับไปเลย (หัวเราะลงคอ) ทุกคนคิดว่าคงจะเกิดเรื่องแล้ว แผ่นเสียงชุดนั้นดังมาก ตรากระต่าย คนร้องชื่อหม่อมเสนีย์ ดังเท่ากับขยายเสียง ส่วนใหญ่เราใช้แผ่นเสียงเรียนภาษาอังกฤษ มันก็ไม่ค่อยได้ผลหรอก แต่มันไม่รู้จะทำอะไรดี โชคมันดีอยู่หน่อยที่มันไม่ไปสนใจเรื่องเพศ ถ้าไปสนใจเรื่องเพศคงเสร็จไปนานแล้ว คงไม่มีสวนโมกข์อย่างทุกวันนี้ พระอื่นเขาสนใจกัน และเราก็มีโอกาส แต่เพราะอะไรก็ไม่รู้ ไม่ได้ไปสนใจ เพื่อนบางคนชวนไปเที่ยวบ้านแฟนเขา ไปฉันเพลไปอะไรกันขลุกขลัก ๆ อยู่หลายชั่วโมง สังเกตได้อย่างว่ามีมาก คนที่มีลูกสาวก็ยินดีให้คุ้นเคยคลุกคลีกับพระ สังเกตดูเขาคงแน่ใจว่าถ้าเป็นพระละก็ไม่เลวแน่ อย่างนี้มีมากคือไม่รังเกียจ ปล่อยให้คุยกันตามประสาตามพอใจจนน่าเกลียด แต่ทำกันมากก็ไม่รู้สึกว่าน่าเกลียด ความจริงมันน่าเกลียด ผมทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เป็นตัวหลักเป็นแต่พ่วงไป เขาก็ยังสนใจ มีบ้านนั้นแหละแม่เขาจะให้ลูกสาวมาเย็บจีวรให้ผมที่เผอิญมันขาดอยู่หน่อย ผมบอก "ไม่ได้ ๆ ๆ ๆ ไม่ต้อง ๆ ๆ ๆ" (หัวเราะ) มันไม่รู้อีโหน่อีเหน่กันเสียมั่งเลย ทั้ง ๒ ฝ่ายมันไม่รู้บาปกรรม ควรไม่ควร มันไม่รู้ มันจึงเป็นไปได้ง่าย ที่พระจะสึกออกไป พระท่านส่วนมากก็มุ่งเรียนเอาดีกรี ไปหาเงินแต่งงาน เป็นถึงเจ้าคุณชั้นธรรม ทำนั่นนี่กับผู้หญิงจนเขาจับได้ ดีที่เขาไม่จับชนิดจับสึก ก็เลยสึกเองแล้วยังไปได้กัน ยังได้ทำราชการมีหน้ามีตา ขนบธรรมเนียมประเพณีมันให้โอกาสมากนัก ที่ชาวบ้านเขาถือกันอยู่มันไม่มีใครรู้จริง ไม่มีใครติเตียน มีโอกาสไปบ้านผู้หญิงได้ทั้งกลางค่ำกลางคืน
ไม่ค่อยมีหรอก ความคิดอย่างนั้นมันไม่มี เพราะมันรู้ว่าเรามีงานทำแล้ว เราทำงานของเราได้ ทำราชการรู้สึกว่ามันไม่ถูกกัน
โอ๊ย มันสนุก ถ่ายรูปมาดีก็สนุก ถ้าไม่ดีก็อยากจะแก้ตัวใหม่ มันก็ให้เราเลือกได้ตามพอใจ ผมเคยถ่ายแต่เมฆอย่างเดียวตั้งพันภาพ เมฆสวยขึ้นมาเป็นรูปอะไร ๆ ก็ถ่ายไว้ อัดเองมันถูกมาก ถูกกว่ากันหลายเท่า ๕๐ เท่าได้ ถ้าไปจ้างเขาทำแพงกว่า ๕๐ เท่า โดยมากผมถ่ายวิว ไม่ได้ถ่ายคน แต่พอถึงที่สุดมันก็เบื่อ ไม่มีความสนุก เดี๋ยวนี้มันก็ไม่มีความรู้สึกสนุก ใครจะเอากล้องอย่างวิเศษมาให้ก็ไม่เอา ไม่รับหรอก ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร มาอยู่ที่นี่ก็ยังเล่นสนุกอยู่ เพิ่งจะหยุดเด็ดขาดไปสัก ๑๕ ปีเท่านั้น เราไม่ต้องมีห้องมืด ล้างตอนกลางคืน อากาศก็เย็นสบาย ทำเฉพาะกลางคืน เข้าไปในห้องมันร้อน มันอับ มันอึดอัด ตอนหลังพระบุญชูช่วยทำแทน
สนุก แต่มันหาผู้ร่วมมือยาก ผมเคยเขียนแผนผัง เดี๋ยวนี้ไม่รู้อยู่ไหนแล้ว มีเจ้าอาวาส ๑ องค์ มีเจ้าอธิการประมาณ ๑๐-๑๒ อธิการ ที่รวมกันขึ้นอยู่กับเจ้าอาวาส เช่นอธิการปริยัตินักธรรม บาลี อธิการด้านเจ็บไข้ได้ป่วย ด้านการเงิน ด้านหาของ ด้านก่อสร้าง ด้านรับแขก ด้านประดับประดาตกแต่ง รวมทั้งหมด ๑๒ อธิการรวมกันเป็น ๑ วัดที่ขึ้นอยู่กับเจ้าอาวาส ซึ่งสามารถควบคุมได้ทุกอย่าง วัดนั้นคงวิเศษ เขียนไว้นานแล้ว แต่มองไม่เห็นทางหาคนที่จะร่วมงานได้ อยู่ด้วยกันได้พร้อม ๆ กันตั้งเท่านั้น ดูจะไม่มีหวัง เรามันไม่ใช่เอตทัคคะในทางมีบริวารมาก แต่ก็เคยพูดให้คนอื่นฟังหลายคน เขาก็เห็นด้วยว่าถ้าทำได้มันวิเศษ คือมันเป็นรูปคณะกรรมการ ๑๒ คน ๑๓ ทั้งประธาน ที่ทำไม่ได้มันมีอยู่เหตุเดียวคือวัดนี่มันไม่มีเงินจ้าง ไม่มีเงินบังคับ ถ้ามันมีเงินบังคับแบบราชการมันก็พอที่จะรวบรวมคนได้ มันเป็นงานที่เบาแก่คนทุกคน เช่นต้อนรับแขกมีสักคน หาอาหารมาเลี้ยงกันในวัดมีสักคน กระทั่งมีโรงพิมพ์มีอะไร แต่เจ้าอาวาสต้องเก่งพอตัวจึงจะควบคุมทั้งหมดนี้ไว้ในเกลียวเดียวกันได้ ฝ่ายต้อนรับแขก หรือปฏิคมหายาก
|
|||
|
> เที่ยวเล่นและงานอดิเรก |
สมุดเยี่ยม | แนะนำหน้านี้ให้เพื่อน | Site Map
![]()
กลุ่มพุทธทาสศึกษา ตู้ ปณ.๓๘ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๑๐
e-mail : info@buddhadasa.org