||\\พุทธทาสศึกษา : ศึกษาเพื่อสืบสานปณิธานพุทธทาส ชีวิตและผลงาน
หน้าแรก | ข่าว-กิจกรรม | >ชีวิตและผลงาน | บทความ | แฟ้มภาพ | วาทะพุทธทาส | กลุ่มพุทธทาสศึกษา | จุดเชื่อมต่อ

อัตชีวประวัติของท่านพุทธทาส
เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา
พระประชา ปสนฺนธมฺโม  สัมภาษณ์
บทที่ ๒ บวชเรียนและการก่อรูปแห่งอุดมคติ

 

เที่ยวเล่นและงานอดิเรก

? ที่อาจารย์ว่าเที่ยวนี่เที่ยวอะไรบ้างครับ

          เที่ยวดูสถานที่และเที่ยวถ่ายรูป ไปดูอะไรที่มันแปลก ๆ ที่ไม่รู้มาก่อนว่าอะไร ก็มีคู่หูบ้าง แล้วก็อาจารย์พระครูชยาภิวัติเองเป็นผู้ช่วยสนับสนุน การไปในที่ไม่เคยไป บางทีอาจารย์ก็พาไป วัดนั้นวัดนี้ บางวันไปเช้าจนเย็น ท่านพระครูท่านไปอยู่นานแล้ว ท่านรู้วัดอะไรเป็นอะไร ทิศไหน ถนนไหนท่านรู้ ก็ช่วยพาไป ฝั่งธนฯ ทั่วไปหมด วัดต่าง ๆ ข้างบนนี่เที่ยวขึ้นมาจนถึงวังจิตรลดา วัดเบญจฯ วัดต่าง ๆ ที่น่าถ่ายรูป แล้วก็เล่นพิมพ์ดีด เล่นจานเสียง เล่นวิทยุ ไอ้เล่นพิมพ์ดีด เล่นจานเสียง มีเล่นกันไม่กี่คน แต่เล่นวิทยุนั้นเล่นกันหมดเลย ผมยังเล่นกล้องอีกด้วย ตอนเที่ยวกรุงเทพฯ นั้นมันก็เที่ยว ๆ ไปอย่างนั้นแหละ ไม่ได้มีความคิดที่จะปฏิวัติอะไร มันยังไม่มี

? การเที่ยวในกรุงเทพฯ เดินทางอย่างไร

          เดิน เดินทั้งวัน ไม่ค่อยได้ขึ้นรถหรอก เพราะอยากจะเห็น แล้วท่านอาจารย์ก็วางแผนถูก เดินไปยังจุดที่มีประโยชน์เลย ไม่เดินเสียเปล่า เช่น วัดกัลยาฯ วัดประยูรวงศ์ เป็นต้น ตอนนั้นผมยังเป็นแฟนมหาน้อย อยู่ในกลุ่มมหาน้อย มหาน้อยเขามักได้รับนิมนต์เทศน์ไปปทุมฯ ไปนนทบุรี เราก็มักจะติดเรือไปด้วย เป็นเรือยนต์มีหลังคา ไม่ใช่เรือหางยาว ไปทีได้ ๒๐-๓๐ องค์ รถรางก็เคยนั่ง เสีย ๕ สตางค์ ๑๐ สตางค์ พระโดยมากขึ้นรถเจ๊ก ถ้าไปรับสังฆทานที่บ้านไกล ๆ ขากลับกลับรถเจ๊ก หรือบางองค์ไปบิณฑบาตไกลเกินไป ขากลับกลับรถเจ๊กก็มี (หึ ๆ) มันเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะต้องใช้สตางค์ ต้องจับเงินจับทองด้วย น้อยครั้งที่เจ้าของบ้านจะให้สตางค์เจ๊กมาเสร็จ ขึ้นรถรางก็จะต้องใช้สตางค์เอง น้อยครั้งที่เจ้าของบ้านจะให้คนมาส่ง มามอบหมาย สมัยนั้นพระนั่งรถรางดูเหมือนจะไม่เคยฟรี รถรางบางทีอันตราย วันนั้นฝนตก เปียกปอน พอผมเอามือจับเข้าที่แขนจับข้างบันได ไฟช็อตเป็นจุด ๆ ๆ ทะลุหนังมือเลย แต่ไม่มีใครรู้ ไม่ถึงกับเลือดออก แต่เป็นจุดออกดำ ๆ ๆ ไฟฟ้ามันรั่วลงมาถึงคันรถแล้ว ไอ้เรามันยังเหยียบอยู่ที่พื้นดินข้างหนึ่ง ที่จับมันเป็นไม้แต่เปียกดีที่ไม่ถึงกับตาย คนทั้งรถรางก็ไม่รู้ว่าผมถูกอย่างนี้ ผมก็ขึ้นไปหาที่นั่งตามปกติ ตอนจับทีแรกเหมือนกับกำไฟ

? อาจารย์ครับ ที่อาจารย์มาสนใจพวกวิทยุ กล้อง แผ่นเสียง นี่มันมาอย่างไรครับ

          เราเป็นพระอุตริอยู่กันไม่กี่องค์ นายมณี สีทัด ที่สึกออกไปเขาก็เล่นอันนี้มาอยู่ตั้งแต่เป็นพระเหมือนกัน เป็นเพื่อนกันมา มันก็สนุกและมีประโยชน์แหละ เช่นเครื่องพิมพ์ดีดมันมีประโยชน์ เราไปซื้อที่มันชำรุดจากเวิ้งนครเขษมมาแก้ไขกันใช้ พอซ่อมใช้ได้ ก็ขายซื้อใหม่อีกที ก็ได้เครื่องที่ดีกว่า จนกระทั่งตอนหลัง ๆ พอจะซื้อของใหม่ กล้องถ่ายรูปก็เหมือนกัน กล้องแรกที่มีใช้ โกดัก เวสต้า ๑๒ บาท ซื้อที่เวิ้งนครเขษม มันก็ถ่ายได้ดี แล้วก็มาหัดล้างหัดอัดเอง มันเป็นงานง่าย ๆ น้ำยามันสำเร็จรูป ผสมมาเป็นขวดมาเติมน้ำสิบเท่า ก็ล้างได้ กระดาษโปสการ์ดแผ่นละ ๑ สตางค์ ถ้าเป็นของญี่ปุ่น ๑๐๐ แผ่น ๗๕ สตางค์ อัดกันเป็นภูเขาเลากา เวลาเราไปถ่ายรูป เราก็ทำอย่างไม่จุ้นจ้าน อย่างเดี๋ยวนี้ที่เขาทำกันไม่มีเลย แล้วมันไม่ค่อยได้ถ่ายคนหรอก ถ่ายสถานที่ ถ่ายวัดอะไรเสียมากกว่า แผ่นเสียงก็เรียนภาษาบ้าง ลิงกัวโพนอะไรพวกนั้น แผ่นเสียงเพลงไม่ได้ซื้อ แต่ก็ฟังที่เขาฝากซื้อ มีคนฝากซื้อเรื่อย มันมีเรื่องน่าหัว ตอนนั้นมันอยู่กุฏิสุดมุม ไม่ไกลจากกุฏิรองเจ้าอาวาสที่ดุเป็นเสือเลย ผมลืม ไปเปิดแผ่นเสียงเสียดังลั่น ท่านเดินปัง ๆ มาเปิดประตูชะโงกดู แล้วก็ยิ้มกลับไปเลย (หัวเราะลงคอ) ทุกคนคิดว่าคงจะเกิดเรื่องแล้ว แผ่นเสียงชุดนั้นดังมาก ตรากระต่าย คนร้องชื่อหม่อมเสนีย์ ดังเท่ากับขยายเสียง ส่วนใหญ่เราใช้แผ่นเสียงเรียนภาษาอังกฤษ มันก็ไม่ค่อยได้ผลหรอก แต่มันไม่รู้จะทำอะไรดี

          โชคมันดีอยู่หน่อยที่มันไม่ไปสนใจเรื่องเพศ ถ้าไปสนใจเรื่องเพศคงเสร็จไปนานแล้ว คงไม่มีสวนโมกข์อย่างทุกวันนี้ พระอื่นเขาสนใจกัน และเราก็มีโอกาส แต่เพราะอะไรก็ไม่รู้ ไม่ได้ไปสนใจ เพื่อนบางคนชวนไปเที่ยวบ้านแฟนเขา ไปฉันเพลไปอะไรกันขลุกขลัก ๆ อยู่หลายชั่วโมง สังเกตได้อย่างว่ามีมาก คนที่มีลูกสาวก็ยินดีให้คุ้นเคยคลุกคลีกับพระ สังเกตดูเขาคงแน่ใจว่าถ้าเป็นพระละก็ไม่เลวแน่ อย่างนี้มีมากคือไม่รังเกียจ ปล่อยให้คุยกันตามประสาตามพอใจจนน่าเกลียด แต่ทำกันมากก็ไม่รู้สึกว่าน่าเกลียด ความจริงมันน่าเกลียด ผมทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เป็นตัวหลักเป็นแต่พ่วงไป เขาก็ยังสนใจ มีบ้านนั้นแหละแม่เขาจะให้ลูกสาวมาเย็บจีวรให้ผมที่เผอิญมันขาดอยู่หน่อย ผมบอก "ไม่ได้ ๆ ๆ ๆ ไม่ต้อง ๆ ๆ ๆ" (หัวเราะ) มันไม่รู้อีโหน่อีเหน่กันเสียมั่งเลย ทั้ง ๒ ฝ่ายมันไม่รู้บาปกรรม ควรไม่ควร มันไม่รู้ มันจึงเป็นไปได้ง่าย ที่พระจะสึกออกไป พระท่านส่วนมากก็มุ่งเรียนเอาดีกรี ไปหาเงินแต่งงาน เป็นถึงเจ้าคุณชั้นธรรม ทำนั่นนี่กับผู้หญิงจนเขาจับได้ ดีที่เขาไม่จับชนิดจับสึก ก็เลยสึกเองแล้วยังไปได้กัน ยังได้ทำราชการมีหน้ามีตา ขนบธรรมเนียมประเพณีมันให้โอกาสมากนัก ที่ชาวบ้านเขาถือกันอยู่มันไม่มีใครรู้จริง ไม่มีใครติเตียน มีโอกาสไปบ้านผู้หญิงได้ทั้งกลางค่ำกลางคืน

? อาจารย์มีแนวโน้มไปทางนั้นบ้างไหมครับ ที่อยากจะเรียนให้ได้ดีกรีแล้วออกไปหางานหาการทำกับเขา

          ไม่ค่อยมีหรอก ความคิดอย่างนั้นมันไม่มี เพราะมันรู้ว่าเรามีงานทำแล้ว เราทำงานของเราได้ ทำราชการรู้สึกว่ามันไม่ถูกกัน

? อาจารย์ครับ เล่นกล้องนี่มันสนุกอย่างไรครับ

          โอ๊ย มันสนุก ถ่ายรูปมาดีก็สนุก ถ้าไม่ดีก็อยากจะแก้ตัวใหม่ มันก็ให้เราเลือกได้ตามพอใจ ผมเคยถ่ายแต่เมฆอย่างเดียวตั้งพันภาพ เมฆสวยขึ้นมาเป็นรูปอะไร ๆ ก็ถ่ายไว้ อัดเองมันถูกมาก ถูกกว่ากันหลายเท่า ๕๐ เท่าได้ ถ้าไปจ้างเขาทำแพงกว่า ๕๐ เท่า โดยมากผมถ่ายวิว ไม่ได้ถ่ายคน แต่พอถึงที่สุดมันก็เบื่อ ไม่มีความสนุก เดี๋ยวนี้มันก็ไม่มีความรู้สึกสนุก ใครจะเอากล้องอย่างวิเศษมาให้ก็ไม่เอา ไม่รับหรอก ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร มาอยู่ที่นี่ก็ยังเล่นสนุกอยู่ เพิ่งจะหยุดเด็ดขาดไปสัก ๑๕ ปีเท่านั้น เราไม่ต้องมีห้องมืด ล้างตอนกลางคืน อากาศก็เย็นสบาย ทำเฉพาะกลางคืน เข้าไปในห้องมันร้อน มันอับ มันอึดอัด ตอนหลังพระบุญชูช่วยทำแทน

? อาจารย์ครับ ถ้าวัดมีหลายแผนก ทำทุกอย่างในวัดได้คงสนุกนะครับ

          สนุก แต่มันหาผู้ร่วมมือยาก ผมเคยเขียนแผนผัง เดี๋ยวนี้ไม่รู้อยู่ไหนแล้ว มีเจ้าอาวาส ๑ องค์ มีเจ้าอธิการประมาณ ๑๐-๑๒ อธิการ ที่รวมกันขึ้นอยู่กับเจ้าอาวาส เช่นอธิการปริยัตินักธรรม บาลี อธิการด้านเจ็บไข้ได้ป่วย ด้านการเงิน ด้านหาของ ด้านก่อสร้าง ด้านรับแขก ด้านประดับประดาตกแต่ง รวมทั้งหมด ๑๒ อธิการรวมกันเป็น ๑ วัดที่ขึ้นอยู่กับเจ้าอาวาส ซึ่งสามารถควบคุมได้ทุกอย่าง วัดนั้นคงวิเศษ เขียนไว้นานแล้ว แต่มองไม่เห็นทางหาคนที่จะร่วมงานได้ อยู่ด้วยกันได้พร้อม ๆ กันตั้งเท่านั้น ดูจะไม่มีหวัง เรามันไม่ใช่เอตทัคคะในทางมีบริวารมาก แต่ก็เคยพูดให้คนอื่นฟังหลายคน เขาก็เห็นด้วยว่าถ้าทำได้มันวิเศษ คือมันเป็นรูปคณะกรรมการ ๑๒ คน ๑๓ ทั้งประธาน ที่ทำไม่ได้มันมีอยู่เหตุเดียวคือวัดนี่มันไม่มีเงินจ้าง ไม่มีเงินบังคับ ถ้ามันมีเงินบังคับแบบราชการมันก็พอที่จะรวบรวมคนได้ มันเป็นงานที่เบาแก่คนทุกคน เช่นต้อนรับแขกมีสักคน หาอาหารมาเลี้ยงกันในวัดมีสักคน กระทั่งมีโรงพิมพ์มีอะไร แต่เจ้าอาวาสต้องเก่งพอตัวจึงจะควบคุมทั้งหมดนี้ไว้ในเกลียวเดียวกันได้ ฝ่ายต้อนรับแขก หรือปฏิคมหายาก

<-- ^ -->

...

ชีวิตและผลงาน > ประวัติ > อัตชีวประวัติของท่านพุทธทาส "เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา" >
>
เที่ยวเล่นและงานอดิเรก

หน้าแรก | ข่าว-กิจกรรม | >ชีวิตและผลงาน | บทความ | แฟ้มภาพ | วาทะพุทธทาส | กลุ่มพุทธทาสศึกษา | จุดเชื่อมต่อ

สมุดเยี่ยม | แนะนำหน้านี้ให้เพื่อน | Site Map

Buddhadasa.org
กลุ่มพุทธทาสศึกษา ตู้ ปณ.๓๘ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๑๐
e-mail : info@buddhadasa.org
.