|
| หน้าแรก
| ข่าว-กิจกรรม | |
อัตชีวประวัติของท่านพุทธทาส พระประชา ปสนฺนธมฺโม สัมภาษณ์
|
|||||||||
|
เมื่อผมสอบนักธรรมเอกได้ พอดีญาติผู้ใหญ่คือคุณนายหง้วน นามสกุลเศรษฐภักดี ซึ่งนับญาติก็เป็นอา ผมเรียกแกว่าน้า แต่แกเรียกผมว่าน้อง แกเป็นสะใภ้ของพระยาปฏินันท์ภูมิรักษ์ เจ้าสัวบ้านดอน สามีร่ำรวย น้าหง้วนแกเกิดศรัทธาขึ้นมา บริจาคเงินสร้างโรงเรียนนักธรรมวัดพระธาตุไชยา โดยท่านพระครูเอี่ยมซึ่งอยู่ที่วัดพระธาตุนั้นเป็นผู้ดำเนินงาน ตกลงกันว่าเท่าไรเท่ากัน สมัยนั้นมันสร้างได้ด้วยเงิน ๕ พันกว่าแหละ หลังที่ยังอยู่จนถึงทุกวันนี้ หลังคาทรงไทยที่ยังใช้สอนกันอยู่นั่นแหละ พอสร้างเสร็จก็ต้องช่วยจนกระทั่งหาครูสอน ทีนี้พระครูเอี่ยมท่านรู้ว่าผมเป็นนักธรรมเอกแล้ว เขาก็ยุให้น้าหง้วนขอร้องหรือบังคับผมนั่นแหละ (หัวเราะลงคอเบา ๆ) ให้มาสอน ทั้ง ๆ ที่อาเสี้ยงที่ชุมพรไม่เห็นด้วย อยากให้รีบไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ เสียเร็ว ๆ ทีนี้ผมก็เกรงใจ เพราะฝ่ายนี้ก็มีแยะ โยมผมก็หันมาทางนี้ ผมก็เลยมาช่วยสอนนักธรรมเสียปีหนึ่ง มันจึงฆ่าเวลาไปอีกปีหนึ่งไม่ได้สึก (๒๔๗๒ - พรรษาที่ ๔)
สอนนักธรรมนี่ก็สนุก สอนคนเดียว ๒ ชั้น มันคุยได้ว่าสอบได้หมด แต่ตามหลักฐานที่ปรากฏตกไปองค์หนึ่ง เพราะใบตอบหาย ก็กลายเป็นครูที่มีชื่อเสียงขึ้นมาทันที (หึ ๆ ๆ) มันสนุก เพราะเป็นของใหม่ และมันชักจะอวด ๆ อยู่ว่าเราพอทำอะไรได้ หาวิธียักย้ายสอนให้มันสนุก ไม่เหมือนกับที่เขาสอน ๆ กันอยู่ เช่นผมมีวิธีเล่า วิธีพูดให้ชวนติดตาม หรือให้ประกวดกันตอบปัญหา ทำนองชิงรางวัล นักเรียนก็เรียนกันสนุก ก็สอบได้กัน เมื่อสอบได้อย่างนี้ น้าหง้วนก็จะให้รางวัล ในฐานะครูช่วยสอนนักธรรม ควรจะได้รางวัลบ้าง ทีแรกพูดกันว่าจะให้พระไตรปิฎกสัก ๑ ปิฎก สมัยนั้นทั้งไตรปิฎกเขาขายกัน ๔๕๐ บาท ๑ ปิฎกก็เท่ากับ ๑๕๐ บาท เลยบอกเขาว่าพระไตรปิฎกนั้นอย่าเพิ่งเอาเลย ถ้าอย่างไรก็เอาเงินซื้อพิมพ์ดีด น้าหง้วนเขาก็ตกลงให้เงินไปซื้อพิมพ์ดีด ตอนผมขึ้นไปเรียนบาลีต่อที่กรุงเทพฯ หลังจากที่สอนนักธรรมเสร็จในปีนั้น เผอิญวันที่ไปซื้อนั้น เจ้าของร้านจริง ๆ ของร้านสะอาดวิทยาคม ชื่อนายแมคฟาแลน กำลังเข้ามาในร้าน แกเลยช่วยคนขายอธิบายอย่างนั้นอย่างนี้ อวดว่าเป็นความคิดของแก ที่ให้บริษัทในเมืองนอกทำขึ้นเป็นพิเศษเพื่อใช้ในวัดได้สะดวก คือให้มีจุดใต้และนิคหิตด้วย ก่อนนี้ไม่มี ที่ผมซื้อเป็นพิมพ์ดีดกระเป๋าหิ้วรุ่นแรกของเรมิงตัน ๑๕๐ บาท เห็นเขาใช้กันอยู่เป็นเครื่องตั้งโต๊ะ เราอยากมีไว้ใช้บ้าง แต่อยากได้อย่างกระเป๋าหิ้ว พอได้มา เวลาเขียนบทความเขียนหนังสืออะไรก็ใช้พิมพ์เลย ไม่ได้ร่างด้วยปากกาดินสอก่อน บางทีพิมพ์แล้วใช้ไม่ได้ก็ต้องพิมพ์ใหม่ เวลาพิมพ์ก็ไม่ได้ใช้สัมผัส ใช้ ๒ นิ้ว ซื้อมาแรก ๆ ก็พิมพ์เป็นการใหญ่ เรียนบาลีมันมีอะไรให้คัดลอกมาก ก่อนที่ผมจะมาสอนที่วัดบรมธาตุฯ นั้น อาจารย์ครูโสภณฯ (คง) อุปัชฌาย์ของผมท่านเป็นเจ้าคณะอำเภอ และจัดโรงเรียนนักธรรม ท่านอยากให้ผมสอนที่วัดโพธาราม (วัดเหนือ) แต่พอบอกว่าน้าหง้วนขอร้องไว้เสียแล้ว แกเงียบกริบเลย (หัวเราะลงคอ) เรียกว่ายอมแพ้ เพราะไม่อยากขัดใจผู้มีอิทธิพล ทางวัดพระบรมธาตุฯ นั้น ท่านพระครูเอี่ยมท่านเป็นคนมีความคิด เป็นผู้ชักชวนให้ตั้งโรงเรียนนักธรรม ที่วัดพระบรมธาตุฯ ทำข้ามหน้าข้ามตาเจ้าอาวาสด้วย เพราะเจ้าอาวาสทำอะไรไม่เป็น จนในที่สุดท่านพระครูเอี่ยมก็ได้เป็นเจ้าคณะอำเภอ ทั้ง ๆ ไม่ได้เป็นเจ้าอาวาส และได้เป็นพระครูโสภณเจตสิการาม ต่อจากอาจารย์ครูโสภณเจตสิการาม (คง วิมโล) วัดโพธาราม
ท่านพระครูโสภณเจตสิการาม (เอี่ยม) ท่านเป็นคนฉลาด มีความคิดทันสมัย เคยไปเล่าเรียนที่กรุงเทพฯ หลายปี แล้วก็เป็นผู้นำในการพัฒนา ก่อสร้าง นวกรรม ทำแบบตัวอย่างกุฏิทันสมัย หลังคาปั้นหยาขึ้นมา ทำขึ้นเป็นหลังแรกจนมีผู้เอาอย่างทั่วไป เกือบทุกวัดก็ว่าได้ ท่านมีความคิดก้าวหน้ามาก ร่วมมือกับกรมศิลปากรเปิดสาขาพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติขึ้นที่วัดพระบรมธาตุฯ ท่านเป็นคนไม่ถึงกับรุ่นพ่อ แต่ก็แก่กว่ารุ่นพี่ มีน้ำใจต่อกันมาโดยตลอด
มันก็ไม่ต่างกันมาก เหมือน ๆ กับทางพุมเรียง จะต่างกันก็ทางนี้ทำอาหารรสชาติสู้ทางพุมเรียงไม่ได้ ทางพุมเรียงสูงกว่า เพราะถ่ายทอดมาจากชาวกรุงเทพฯ พวกภรรยาข้าราชการที่มาทำงานที่พุมเรียง ขนาดว่าฝีมือชาวพุมเรียงทำได้ถึงที่สุดแหละ
|
|||||||||
|
> รสชาติใหม่ของครูสอนนักธรรม |
สมุดเยี่ยม | แนะนำหน้านี้ให้เพื่อน | Site Map
![]()
กลุ่มพุทธทาสศึกษา ตู้ ปณ.๓๘ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๑๐
e-mail : info@buddhadasa.org