|
| หน้าแรก
| ข่าว-กิจกรรม | |
อัตชีวประวัติของท่านพุทธทาส พระประชา ปสนฺนธมฺโม สัมภาษณ์
|
|||
|
สังเกตเห็นได้ว่ามีบ้าง ไม่มากนัก ตามธรรมเนียมตามประเพณีมากกว่า แต่ไม่ค่อยเห็นทำจริง ๆ จัง ๆ เช่นวันสงกรานต์มีบูชาท้าวสงกรานต์ ตามธรรมเนียมที่เขาทำกันทุกบ้าน โดยจุดธูปเทียนขึ้นไว้บนหลังประตู แล้วโยมก็เรียกเด็ก ๆ มานั่งดูนั่งไหว้ ต้อนรับท้าวสงกรานต์ นี้มันเป็นเรื่องไม่มีเหตุผล เป็นเรื่องทำตามประเพณี โยมผู้หญิงก็เป็นคนที่ไม่อยากจะคิดอะไรมาก ประเพณีที่ทำกันอยู่ก็ทำ แต่โดยจิตใจไม่ได้เชื่อมั่น คงจะคิดว่าทำดีกว่าไม่ทำ แม้ว่าโยมจะชื่อว่านับถือพุทธศาสนา แต่ว่ามันมีความเชื่ออย่างนี้ติดมาแต่ก่อน โยมพ่อไม่สนใจเรื่องอย่างนี้ คงจะไม่เชื่อด้วย เรื่องโชคลางเกี่ยวกับการค้าขาย เช่น นางกวัก กุมารทอง อะไรนี่ไม่มีเลย ศาลพระภูมิก็ไม่มี เพราะไม่มีที่ตั้ง เมื่อกล้วยมันบังเอิญเจาะทะลุมาออกปลีกลางต้น สีขาวเหมือนดอกบัว โยมก็ยังทำตามประเพณี เพื่อไม่ให้เป็นเรื่องโชคร้าย โดยเอาธูปเทียน ดอกไม้ไปวางไว้ที่ตรงนั้น แล้วจะว่าอย่างไร ผมก็ไม่ทราบ
ก็ยังเชื่อกันอยู่ส่วนมาก ในหมู่บ้านพุมเรียงนั้นมีคนเข้าทรง แต่ไม่ใช่ทรงเจ้าอย่างเดี๋ยวนี้ เป็นเรื่องทรงแม่ศรี ทรงร้องเพลง ร้องรำกัน สรุปความว่ามีความเชื่อในทางไสยศาสตร์อยู่ส่วนหนึ่ง ตามธรรมเนียมที่เขาเป็น ๆ กันโดยมาก
ไม่เคยคิด แต่ว่าต้องพูดไปตามเขา คนโดยมากเกือบทั้งหมดคงไม่ได้เชื่อ แต่ว่าทำไปตามประเพณี ผมว่าส่วนน้อยที่จะเชื่อจริง ๆ จัง ๆ แต่ว่ามันเป็นความกลัวตามธรรมเนียมประเพณี ที่ว่าถ้าไม่ทำจะโชคร้าย ความเสียหายจะตามมา
โยมผู้หญิงไปบ้าง โดยเฉพาะตอนเป็นผู้เฒ่าแล้วไปประจำ โยมผู้ชายไม่ได้ไปเลย วันสำคัญทางศาสนาตอนผมยังเล็ก ๆ ก็ยังไม่มีอะไรมาก เป็นเรื่องสนุกของเด็ก ๆ ถ้ามี ก็งานแห่พระพุทธรูปตอนออกพรรษานั่นแหละ ใหญ่โตอึกทึกกันมากหน่อย
ผมไม่ทราบ แต่ประมาณว่าราวพรรษาเดียว
เหมือนเด็ก ๆ ทั่วไป เชื่อกันตามประสาเด็ก ๆ ไม่มีผู้ใหญ่มาขู่ มีแต่เด็ก ๆ หลอกกันเอง ผมเป็นคนทะลึ่งไม่กลัวผี เราแสดงตัวเป็นผู้ไม่กลัวผี ไม่เชื่อผี ตั้งแต่เป็นเด็กวัยรุ่น แถบบ้านเมืองนี้ ทางสุราษฎร์ ไชยานี่ เรื่องผีมีน้อยไม่เหมือนทางภาคอีสาน แถวนี้คนเชื่อเรื่องผีน้อยมาก
ไม่ได้ต่อต้านอะไร เพียงแต่ล้อเล่นเท่านั้น อาเป็นคนนำ เป็นผู้นำ
ไม่มีเลย ตอนตรุษจีนก็มีการเลี้ยงเหล้าเพื่อนฝูง เลี้ยงเหล้าชาวบ้าน แต่โยมไม่เคย แม้แต่จิบ เล่นการพนันก็ไม่มี มีแต่การเล่นหมากรุกบ้าง
โอ้ ถามอย่างนี้มันไม่ถูก มันเป็นเรื่องช่วยกัน แม่กวดขันไปทาง พ่อกวดขันไปทาง โยมผู้หญิงจะว่าไปตามขนบธรรมเนียมประเพณีทั่ว ๆ ไป โยมผู้ชายไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยเอ่ยปาก เรื่องรู้บุญคุณคน โยมผู้หญิงคอยเตือนอยู่บ่อย เป็นธรรมเนียมประเพณีที่ต้องดูแลเด็ก ๆ ให้เป็นอย่างนั้น ตามแบบที่เขาทำกันอยู่ นึกไม่ออกว่ามีคุณธรรมข้อไหนถูกเน้นเป็นพิเศษ
(หัวเราะ) โอ้ย ถูกตีบ่อยตามธรรมเนียม โยมผู้หญิงตีมาก โยมผู้ชายเกือบจะไม่ได้ตีเลย ตีด้วยก้านมะยม ไม้เป็นลำเป็นหวายไม่เคยโดน ถ้าทะเลาะกับน้องตีทั้ง ๒ ฝ่าย ต้องรับผิดชอบทั้ง ๒ ฝ่าย แม้จะถามทีหลังก็ไม่ค่อยสำคัญนัก
มันก็ธรรมดา เพราะว่าถ้าไม่ร้องไห้เขาตีไม่หยุด (ฮึ ๆ ๆ ๆ) ถ้าร้องไห้ก็ต้องหยุด โยมผู้หญิงก็ไม่ได้เป็นคนโทสจริต ไม่ได้ตีด้วยโทสะ เรื่องที่ถูกตีบ่อยที่สุดก็เรื่องเอะอะ ๆ ทะเลาะกันพี่ ๆ น้อง ๆ การลงโทษการตีรู้สึกเหมือนกับการทำตามธรรมเนียม ให้เป็นระเบียบ รักษาระเบียบ การสั่งสอนก็ไม่ได้เทศนาอธิบายอะไร บอกว่ามันผิด แล้วก็มาตี ๆ ๆ (ฮะ ฮะ) ไม่ได้สอนอย่างเทศน์ อย่างเหตุผลแบบพระเทศน์
ค่อนข้างจะอ่อนแอไม่แข็งแรงนัก ไม่ได้แข็งแรง ไม่ได้ล่ำสัน แต่ก็ไม่ได้ผอมก๋องนะ ตอนบวชแล้วค่อยแข็งแรงขึ้น
นึกไม่ออก รู้แต่ว่าทำไปตามระเบียบ ทำไปตามธรรมเนียม
มันก็ไม่เกี่ยวกับซนอะไร เพียงแต่ว่ามีเรื่องจุกจิกกันระหว่างพี่น้องดูจะมากกว่าอย่างอื่น เล่นกันแล้วก็กลายเป็นทะเลาะกัน ดูจะมากกว่าเรื่องอื่น มีคำว่าแหย่น้อง ๆ ๆ ถูกตีมากเรื่องนี้ เมื่อน้องไปฟ้องหรือน้องร้อง รวมความแล้วไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันหรอกเรื่องตอนเด็ก ๆ
ก็อาจจะเป็นได้ แต่ผมไม่ได้สนใจ แล้วก็ลืมเสียมาก
|
|||
|
> บรรยากาศในครอบครัวบางแง่บางมุม |
สมุดเยี่ยม | แนะนำหน้านี้ให้เพื่อน | Site Map
![]()
กลุ่มพุทธทาสศึกษา ตู้ ปณ.๓๘ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๑๐
e-mail : info@buddhadasa.org