|
ปฏิทินชีวิต ๘๐ ปีของท่าน  
(๒๔๔๙-๒๕๒๙)
๒๔๔๙
- เด็กชายเงื่อม หรือพุทธทาสภิกขุในเวลาต่อมา เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่
๒๗ พฤษภาคม ตรงกับวันขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ๗ ปีมะเมีย บุตร นายเซี้ยงและนางเคลื่อน
พานิช ที่หมู่บ้านกลาง ตำบลพุมเรียง ซึ่งสมัยนั้นยังเป็นที่ตั้งของจังหวัดไชยา

๒๔๕๑
- เด็กชายยี่เกย หรือ ธรรมทาส พานิช ผู้น้องชาย เกิดเมื่อ วันที่ ๑๓
สิงหาคม
๒๔๕๒
- ย้ายที่ตั้งตัวจังหวัดไปอยู่บ้านดอน
๒๔๕๗
- เมื่ออายุ ๘ ขวบ บิดามารดาพาเด็กชายเงื่อมไปฝากเป็นเด็กวัดที่วัดพุมเรียง
เป็นเวลา ๓ ปี เพื่อรับการศึกษาเบื้องต้นตามแบบโบราณ
๒๔๖๐
- เด็กชายเงื่อมกลับมาอยู่บ้าน เข้าเรียนชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนวัดโพธาราม
และเล่าเรียนที่นี่จนถึงชั้นมัธยม
๒๔๖๔
- ย้ายมาเรียนชั้นมัธยมปีที่ ๒ ที่โรงเรียนสารภีอุทิศ ตำบลตลาด เพื่อจะได้อยู่กับบิดา
ซึ่งมาเปิดร้านค้าอีกแห่งหนึ่งที่ตำบลนี้
๒๔๖๕
- บิดาถึงแก่กรรมด้วยโรคลมปัจจุบัน เด็กหนุ่มเงื่อมออกจากโรงเรียนมาช่วยดำเนินการค้ากับมารดา
- ระหว่างนี้ นายยี่เกย น้องชาย บวชเป็นสามเณรและเรียนชั้นมัธยมอยู่ที่โรงเรียนประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี
๒๔๖๘
- เปิดโรงเรียนนักธรรมขึ้นปีแรกในตำบลพุมเรียง
๒๔๖๙
- ต้นปีนายยี่เกยเข้าเตรียมแพทย์จุฬา
- ก่อนเข้าพรรษานายเงื่อมบวชเมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ได้ฉายา "อินฺทปญฺโ"
จำพรรษาที่วัดพุมเรียง
- ปลายปีสอบได้นักธรรมตรี ไม่ลาสิกขาตามกำหนด
- ปิดเทอมปลายปี นายยี่เกยกลับบ้านและไม่ไปเรียนต่อ เพื่อเปิดโอกาสให้พระเงื่อมได้บวชเรียนต่อไป
๒๔๗๐
๒๔๗๑
- ต้นปีพระเงื่อมเข้าเรียนต่อกรุงเทพฯ ครั้งแรกที่วัดปทุมคงคา อยู่ได้เพียง
๒ เดือน ก็เดินทางกลับมาจำพรรษาที่วัดพุมเรียง
- ปีนั้นสอบได้นักธรรมเอก
๒๔๗๒
- เป็นครูสอนนักธรรม โรงเรียนนักธรรม วัดพระบรมธาตุไชยา
- นายยี่เกยตั้งคณะธรรมทานขั้นต้นขึ้น โดยเปิดหีบหนังสือธรรมะให้คนยืมอ่านที่ร้านไชยาพานิช
- เริ่มรับหนังสือวารสารพุทธศาสนาภาษาอังกฤษจากต่างประเทศ
- นายยี่เกยเขียนบทความลงหนังสือพิมพ์ในกรุงเทพฯ ใช้นามปากกาว่า "ธรรมทาส"
๒๔๗๓
- พระเงื่อมขึ้นกรุงเทพฯ มาอยู่วัดปทุมคงคาอีกครั้งหนึ่งเพื่อเรียนบาลีต่อ
- เขียนบทความชิ้นแรกชื่อ "ประโยชน์แห่งทาน" เพื่อพิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพพระอุปัชฌาย์
มีเนื้อความตอบคำถามของคนสมัยใหม่ที่เริ่มสงสัยคุณค่าของการทำทานแบบที่ทำ
ๆ กันอยู่
- ปลายปีเขียนบทความขนาดยาวเรื่อง "พระพุทธศาสนาขั้นบุถุชน"
อธิบายคุณค่าของพระพุทธศาสนาด้วยภาษาสมัยปัจจุบัน และเริ่มแสดงความคิดเห็นว่า
มรรค ผล นิพพาน เป็นเรื่องที่เป็นไปได้จริงในสมัยปัจจุบัน บทความนี้พิมพ์เป็นหนังสือแจก
งานฉลองโรงเรียนนักธรรมวัดพระบรมธาตุไชยา
- ปลายปีนั้นสอบได้เปรียญธรรม ๓ ประโยค เป็นพระมหาเงื่อม อินฺทปญฺโ
๒๔๗๔
- เบื่อเรียนมากขึ้น ค้นคว้าศึกษานอกตำราเรียนออกไป ความคิดอุดมคติเริ่มตั้งมั่น
- ปลายปีสอบเปรียญธรรมประโยค ๔ ตก เตรียมเดินทางกลับบ้านเพื่อทำงานตามอุดมคติ
๒๔๗๕
- เดินทางกลับถึงพุมเรียง (๖ เม.ย.)
- เข้าอยู่ในวัดร้างตระพังจิก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของสวนโมกข์
(๑๒ พ.ค.)
- นางเคลื่อนทำพินัยกรรมมอบเงิน ๖,๓๗๘ บาท ตั้งเป็นทุนต้นตระกูลพานิช
ใช้ดอกผลบำรุงสวนโมกข์และคณะธรรมทาน
- คณะธรรมทานตั้งขึ้นอย่างเป็นกิจจะลักษณะ (ก.ค.) เปิดบ้านหนังหนึ่งเป็น
"ห้องธรรมทาน" มีทำบุญเลี้ยงพระและเทศน์ทุกวันพระและวัน ๘
ค่ำ
- เริ่มเขียน "ตามรอยพระอรหันต์" ในเดือนสิงหาคม
๒๔๗๖
- ออกหนังสือพิมพ์พุทธสาสนา ราย ๓ เดือน
- เริ่มเขียนบทความวิพากษ์วิจารณ์สภาพพระพุทธศาสนาและพระสงฆ์ใช้นามปากกา
"ธรรมโยช" "ชินวาทก์" ฯลฯ และเขียน "ทำไมไม่ไปกับพระโลกนาถ"
ลงหนังสือพิมพ์ประชาธิปไตย ฉบับวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๔๗๖
๒๔๗๗
- คณะธรรมทานซื้อแท่นพิมพ์มาพิมพ์หนังสือเอง เขียน "คันถะธุระกับวิปัสสนาธุระเนื่องกันอย่างไร"
- เริ่มแปล "พุทธประวัติจากพระโอษฐ์"
- แปล "บาลีมหาสติปัฏฐานสูตร"
- สด กูรมะโรหิต เขียนเรื่องมาจากปักกิ่ง ทั้งหมดนี้ลงพิมพ์ในพุทธสาสนา
- ก่อนเข้าพรรษาเดินทางไปนครศรีธรรมราช ปาฐกถาเรื่อง "การส่งเสริมปฏิบัติธรรม"
และ "หลักพุทธศาสนา" ให้แก่คณะของพระดุลยพากย์สุวมัณฑ์ ซึ่งเปิดสวนปันตาราม
ตามแบบสวนโมกขพลาราม
- ในพรรษาเข้ากรรมฐาน ๓ เดือนงดพูด จดบันทึกปฏิบัติธรรมเป็นรายวัน
- เขียนบทความขนาดยาวเรื่อง "การปฏิบัติธรรม" (๑๗ ก.พ.)
๒๔๗๘
- ทางราชการย้ายที่ว่าการอำเภอจากพุมเรียง ไปอยู่ที่ตำบลตลาด ริมทางรถไฟ
- คณะธรรมทานและโรงพิมพ์ธรรมทานย้ายตามไปอยู่ที่ตำบลตลาดด้วย
- เริ่มแปล "อริยสัจจากพระโอษฐ์" ลงพุทธสาสนา
- เดินทางไปเทศน์ถิ่นไทยทางใต้สุด กลับมาเขียนเรื่อง "พระพุทธศาสนาในถิ่นไทยทางใต้"
- เริ่มติดต่อกับสามเณรกรุณา กุศลาสัย (ต่อมาคืออาจารย์กรุณา กุศลาสัย)
บรรพชิตไทยรูปเดียวที่เดินเท้าไปถึงอินเดียพร้อมกับพระโลกนาถ (พระภิกษุชาวอิตาเลียน)
๒๔๗๙
- แปลและแต่งกาพย์สุกรยักษ์
อันเป็นคำวิจารณ์พระสงฆ์อย่างรุนแรง (จากบางตอนของสุมังคลวิลาสินี)
- เขียน "คุณค่าของปริยัติ" ชี้ให้เห็นความสำคัญของการเชื่อมระหว่างทฤษฎีและการปฏิบัติในพุทธศาสนา
- เขียน "สังคายนาแต้มหัวตะ" เรียกร้องให้แปลพระไตรปิฎกเป็นไทย
และวิจารณ์การทำสังคายนาที่ผ่าน ๆ มา
- ท่านปัญญานันทะ พระราชญาณกวี (บุญชวน) และสามเณรสำเริง มาร่วมจำพรรษาอยู่ด้วย
- พิมพ์รวมเล่มพุทธประวัติจากพระโอษฐ์ครั้งแรก
- คณะธรรมทานเปิดโรงเรียนพุทธนิคม
๒๔๘๐
- หัวหน้ากองตำรามหามกุฎราชวิทยาลัย ประกาศใช้พุทธประวัติจากพระโอษฐ์
เป็นหนังสือประกอบแบบเรียน (๑๕ มิ.ย.)
- แปล "ลังกาวตาลสูตร" จากพระสูตรฝ่ายมหายาน ลงพุทธสาสนา
- สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ ญาณวรเถร) วัดเทพศิรินทร์ ประธานกรรมการมหาเถรสมาคม
และผู้บัญชาการคณะสงฆ์แทนองค์สมเด็จพระสังฆราชเจ้า เดินทางมาเยี่ยมสวนโมกข์และค้างคืน
๑ คืน (๒๖ มิ.ย.)
- เขียน "บรรณวิจารณ์อภิธานัปปทีปนีกา" และ "ต้นบัญญัติสิกขาบท"
ไว้อาลัยวาระสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์
(๑๖ ธ.ค.)
๒๔๘๑
- เริ่มอบรมสามเณรชุดพิเศษ เพื่อสร้างนักเผยแผ่ที่ทันสมัย (งานที่ไม่ประสบความสำเร็จในเวลาต่อมา)
- เรียบเรียง "เกียรติคุณของพระพุทธเจ้า" หนังสือพุทธประวัติสำหรับคนหนุ่มสาว
ลงวันที่ ๑๑ ม.ค.
- เขียนบทความขนาดยาว "อนัตตาของพระพุทธเจ้า"
- พระยาลัดพลีธรรมประคัลภ์ (วงศ์ ลัดพลี) อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์
พระยาภะรตราชสุพิช ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ และนายสัญญา ธรรมศักดิ์ มาเยี่ยมสวนโมกข์เป็นครั้งแรก
๒๔๘๒
- นายยี่เกยเปลี่ยนชี่อเป็น "ธรรมทาส" อย่างเป็นทางการ
- สร้างหอสมุดธรรมทาน ที่วัดชยาราม เป็นที่พักและที่ทำงานอีกแห่งหนึ่ง
- มีบทความเกี่ยวกับกฤษณมูรติ ลงพุทธสาสนา
- เขียนบทความขนาดยาว ๕๕ หน้า "ตอบปัญหาบาทหลวง" หักล้างความเชื่อเกี่ยวกับพระเจ้าแบบบุคคลอย่างรุนแรง
ลงพุทธสาสนา
๒๔๘๓
- เกิดสงครามในยุโรป ทำให้กระดาษแพง หายาก พุทธสาสนา ๒ เล่ม
ออกรวมเป็นเล่มเดียว
- เริ่มมีบทความต่อต้านสงครามเรื่อง "ไฟไหม้โลกยุคกึ่งพุทธกาล"
ลงพุทธสาสนา
- แสดงปาฐกถาที่กรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก ตามคำอาราธนาของพุทธธรรมสมาคม
(ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นพุทธสมาคมแห่งประเทศไทยในปี พ.ศ.๒๔๘๔) ในหัวข้อเรื่อง
"วิถีแห่งการเข้าถึงพุทธธรรม" (๑๓ ก.ค. พูด ๒ ชั่วโมง ๑๕ นาที)
๒๔๘๔
- ทางราชการเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่ จาก ๑ เมษายน เป็น ๑ มกราคม
- เริ่มแปล "ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์" ลงพุทธสาสนา
๒๔๘๕
- เริ่มสร้างสโมสรธรรมทาน ที่วัดชยาราม
- หนังสือพิมพ์พุทธสาสนาเริ่มลงเรื่องเกี่ยวกับพุทธศาสนา ฝ่ายมหายาน
- แสดงปาฐกถาธรรมที่พุทธสมาคมแห่งประเทศไทยเรื่อง "ความสงบในฐานะเป็นผลแห่งการเข้าถึงพุทธธรรม"
๒๔๘๖
- วางเงินซื้อที่บริเวณธารน้ำไหลจากหลวงพรหมปัญญา เมื่อ ๑๘ มีนาคม
- หลวงบริบาลบุรีภัณฑ์เป็นผู้เชื่อมให้ได้เฝ้าสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ
ที่วังวรดิศ เพื่อปรึกษาหารือเรื่องโบราณคดีเมืองไชยา
- เทศน์งานพระราชทานเพลิงศพของสมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี) เรื่อง
"ลักษณะน่าอัศจรรย์บางประการของนิพพาน" (๒๒ ส.ค.)
- เขียนความเรียบเรียงเชิงประวัติ เกี่ยวกับชีวิตและงานในสวนโมกข์ที่ผ่านมาชื่อ
"สิบปีในสวนโมกข์"
๒๔๘๙
- ได้รับแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าฝ่ายองค์การเผยแผ่ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี
(๒๒ ม.ค.)
- ย้ายมาจำพรรษาที่สวนโมกข์แห่งใหม่ บริเวณธารน้ำไหล เขาพุทธทอง (สวนโมกข์ปัจจุบัน)
- คณะพระยาลัดพลีธรรมประคัลภ์มาเยี่ยมครั้งที่ ๒
๒๔๘๙
- ได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระครูอินทปัญญาจารย์
- ปาฐกถาธรรมที่พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย เรื่อง "พุทธธรรมกับสันติภาพ"
(๒ มี.ค.)
- เลิกสวนโมกข์แห่งเดิมที่พุมเรียงโดยสิ้นเชิง (ก่อนหน้านี้ยังมีพระอยู่ประจำ)
- ปาฐกถาธรรมที่สมาคมพุทธบริษัทไทยจีนประชา เรื่อง "ข้อควรทราบเกี่ยวกับหลักพุทธศาสนาระหว่างนิกายต่าง
ๆ" (๒๙ ธ.ค.)
๒๔๙๐
- ปาฐกถาที่พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย เรื่อง "พุทธธรรมกับเจตนารมณ์แห่งประชาธิปไตย"
ฯพณฯ ปรีดี พนมยงค์ ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินในขณะนั้นเข้าฟังด้วย (๑๑
พ.ย.)
- เกิดคณะพุทธนิคมที่เชียงใหม่
- ปาฐกถาที่หอประชุมใหญ่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง "พระพุทธศาสนาจะช่วยพวกเราในปัจจุบันนี้ได้อย่างไร"
(๓๑ พ.ค.)
- เริ่มแปล "สูตรของเว่ยหล่าง" ลงพุทธสาสนา
๒๔๙๑
- โยมมารดาถึงแก่กรรม (๒๔ เม.ย.)
- เดินทางขึ้นเชียงใหม่ครั้งแรกเพื่อช่วยให้คำแนะนำแก่กิจการของคณะพุทธนิคมเชียงใหม่
(ก่อนเข้าพรรษา)
- ออกตระเวณเทศน์ตามเกาะสมุย เกาะพงัน
- ปาฐกถาธรรมที่พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย เรื่อง "ภูเขาแห่งวิถีพุทธธรรม"
(๕ มิ.ย.) และเริ่มถูกโจมตีในข้อหาเกี่ยวกับคอมมิวนิสต์
- ออกพรรษา ท่านปัญญานันทะขึ้นไปประจำอยู่ที่เชียงใหม่
๒๔๙๒
- ได้รับแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าองค์การเผยแผ่ประจำภาค ๕ (ภาคใต้ ๑๔
จังหวัด)
- ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุไชยา (๓๐ มิ.ย.)
๒๔๙๓
- พักสวนชาใกล้หมู่บ้านแก่งปันเต้า อ.เชียวดาว จ.เชียงใหม่ เป็นเวลา
๒๐ วัน เพื่อเขียน "โบราณคดีรอบอ่าวบ้านดอน" (ม.ค.)
- ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ สาขาประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี
- เขียนบทความทดลอง เสนอเกี่ยวกับจิตวิทยาแบบพุทธ เรื่อง "ปมเขื่อง"
- ตระเวณเทศน์หัวเมืองปักษ์ใต้ กับพระยาอมรฤทธิธำรง (พร้อม ณ ถลาง)
- ได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานพิธีสวดกระทำน้ำมุรธาภิเษกสำหรับพระเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบัน
ณ วัดพระบรมธาตุไชยา ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระอริยนันทมุนี (๔
ธ.ค.)
๒๔๙๔
- อบรมข้าราชการในสำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมและศาล ที่กรุงเทพฯ เรื่อง
"ทุกขขัปนูทนกถา" (๒๐ ก.ย.)
- มีประกาศในพุทธสาสนาว่าพระยาอนุมานราชธน ส่งหนังสือมาให้ห้องสมุดธรรมทานหลายเล่ม
๒๔๙๕
- นายกุหลาบ สายประดิษฐ์ มาเยี่ยมสวนโมกข์ (ก.พ.)
- คณะพุทธนิคม เชียงใหม่ ออกหนังสือพิมพ์ชาวพุทธ เมื่อวันวิสาขบูชา
- มีพิธีทอดกฐินครั้งแรกและครั้งเดียวของสวนโมกข์
- เขียน "บันทึกเปิดผนึกครบรอบ ๒๐ ปี" ลงในพุทธสาสนา
ซึ่งออกรวมเป็นเพียงฉบับเดียวในปีนั้น
- เริ่มมีการบรรยายประจำคืนในช่วงพรรษา เพื่ออบรมพระภิกษุสามเณรภายในสวนโมกข์
๒๔๙๖
- แสดงธรรมเรื่อง "ศาสนาคือโรงพยาบาลของโลก" ที่โรงพยาบาลสงฆ์
ในโอกาสเปิดตึกสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (๒๑ ก.พ.)
- คณะธรรมทานได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็น "ธรรมทานมูลนิธิ"
(๒๔ พ.ย.)
- มีผู้บริจาคแท่นพิมพ์และเครื่องตัดกระดาาให้ใหม่
- มีการฉายสไลด์ในสวนโมกข์ ริเริ่มการเผยแผ่ธรรมโดยการฉายสไลด์
๒๔๙๗
- อธิษฐานไม่ออกนอกเขตตลอดพรรษา
- พิมพ์หนังสือทำวัตรสวดมนต์แปลครั้งแรก
- ร่วมประชุมและกล่าวปราศรัยในนามตัวแทนคณะสงฆ์ไทย ในงานฉัฏฐสังคายนาที่ประเทศพม่า
เรื่อง "ลักษณะน่าอัศจรรย์บางประการของพุทธศาสนาแบบเถรวาท"
(๖ ธ.ค.)
- เขียน "โลกอาจรอดได้ แม้เพราะกตัญญู" (๘ มี.ค.) เป็นบทความที่เด่นบทหนึ่ง
แสดงให้เห็นถึงโลกทัศน์แบบพุทธที่มีลักษณะนิเวศวิทยาอยู่ในตัว
๒๔๙๘
- อบรมข้าราชการตุลาการครั้งแรก เรื่อง "ใจความสำคัญของพุทธศาสนา"
ณ ห้องบรรยายเนติบัณฑิตยสภา ต่อมาพิมพ์เป็นเล่มชื่อหลักพระพุทธศาสนา
และพิมพ์ในชุดธรรมโฆษณ์ ชื่อ "ตุลาการิกธรรม เล่ม ๑" การบรรยายชุดนี้ทำต่อเนื่องมาอีกรวม
๑๔ ครั้ง
๒๕๐๐
- แสดงธรรมที่โรงพยาบาลสงฆ์ เรื่อง "ธรรมะคือโอสถสำหรับโลก"
(ก.พ.)
- เทศน์ในโอกาส ๒๕ พุทธศตวรรษ เรื่อง "หนทางดับความเลวร้ายในยุคปัจจุบัน"
ที่วัดพระบรมธาตุไชยา
- คณะพุทธนิคมเชียงใหม่ตั้งชาวพุทธมูลนิธิ
- ในพรรษาบรรยาย "การศึกษาธรรมะอย่างถูกวิธี" หรือ "ธรรมวิภาคนวกภูมิ"
ต่อมากลายเป็นหนังสือพื้นฐานที่สำคัญอีกเล่มหนึ่งของสวนโมกข์
- ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชชัยกวี
๒๕๐๑
- ตั้งสำนักปฏิบัติธรรม "สวนอุศม" และ "สวนอุศมมูลนิธิ"
ที่กรุงเทพฯ เป็นอีกองค์กรหนึ่งในเครือข่ายของสวนโมกข์
- ทางราชการประกาศให้วันอาสาฬหบูชาเป็นวันสำคัญทางศาสนา สอดคล้องกับที่สวนโมกข์ทำมาก่อน
- ไปเขมร ชม นครวัด นครธม
๒๕๐๒
- กรมศิลปากรส่งศิลาจารึกจำลองทุกหลักที่ทำจากไชยามาถวาย
- ท่านปัญญานันทะลงมาจำพรรษาที่วัดชลประทานรังสฤษฏ์
- เจ้าชื่น สิโรรส หัวหน้าคณะพุทธนิคมและบุตรลงมาอยู่ที่สวนโมกข์ในระหว่างช่วงเข้าพรรษา
- สถานีวิทยุ ปชส.๗ ธนบุรี นำ "หลักพระพุทธศาสนา" ที่อบรมข้าราชการตุลาการครั้งแรก
ไปอ่านออกอากาศเป็นประจำทุกวัน เวลา ๐๖.๓๐ น. ในระหว่างช่วงเข้าพรรษา
- พิมพ์อริยสัจจากพระโอษฐ์ ครั้งแรก
- บรรยาย "อานาปานสติ" (ฉบับสมบูรณ์) ในระหว่างพรรษาในสวนโมกข์
๒๕๐๓
- โรงเรียนพุทธนิคมเปิดชั้นเตรียมอุดมศึกษา
- แสดงธรรมที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง "ส่วนสำคัญของพระพุทธศาสนาที่ทุกคนควรรู้จัก"
ตามคำอาราธนาของสมเด็จพระราชชนนี องค์อุปถัมภกของชมรมกลุ่มศึกษาพุทธศาสตร์และประเพณี
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีผู้ฟังประมาณ ๓,๐๐๐ คน (๒๘ ธ.ค.)
๒๕๐๔
- ในพรรษาพูดเรื่อง "ตัวกู-ของกู" อบรมพระสงฆ์สามเณร
- ร่วมสัมมนาเรื่อง "การศึกษาพุทธศาสนาในมหาวิทยาลัย" ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
(๒๖ พ.ย. - ๒๒ ธ.ค.) และแสดงธรรมอบรมนิสิต รวม ๗ ครั้ง
๒๕๐๕
- เริ่มสร้างโรงมหรสพทางวิญญาณ (โรงหนังแบบสวนโมกข์) และมีโรงปั้นเพื่อปั้นภาพพุทธประวัติยุคแรกของโลก
ทั้ง ๒ อย่างนี้ใช้เวลาราว ๑๐ ปี จึงเสร็จ
๒๕๐๖
- อภิปรายแบบธรรมสากัจฉา กับหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ครั้งแรก ในหัวข้อ
"การทำงานคือการปฎิบัติธรรม" มีนายปุ๋ย โรจนบุรานนท์ และ นายฉันทิชย์
กระแสสินธุ์ ร่วมด้วย ที่หอประชุมคุรุสภา (๖ ธ.ค.)
๒๕๐๗
- อภิปรายแบบธรรมสากัจฉา (ที่กลายเป็นวิวาทะ) กับหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์
ปราโมช ครั้งที่ ๒ และครั้งสุดท้าย ที่หอประชุมคุรุสภา เรื่อง "การทำงานด้วยจิตว่าง"
(๑๓ ก.พ.
๒๕๐๘
- ปาฐกถาธรรมเรื่อง "สิ่งที่เรายังเข้าใจผิดกันอยู่" ที่พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย
กรุงเทพฯ (๒๑ ม.ค.)
- ปาฐกถาธรรมเรื่อง "การส่งเสริมจริยธรรมแก่เด็กวัยรุ่น"
ในที่ประชุมสามัญประจำปี ที่คุรุสภา (๒๗ เม.ย.)
๒๕๐๙
- เริ่มมีงานล้ออายุ ครั้งแรก (๒๗ พ.ค.)
- ปาฐกถาธรรมเรื่อง "สิ่งที่เรายังสนใจกันน้อยเกินไป" ในที่ประชุมองค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก
ณ พุทธสถานเชียงใหม่ (๘ พ.ย.)
- ปาฐกถาธรรมเรื่อง "ผีหัวเราะเยาะมนุษย์" แก่ผู้ร่วมประชุมยุวพุทธิกสมาคมทั่วประเทศครั้งที่
๑๐ ยอดเขาพุทธทอง สวนโมกข์ (๑๔ พ.ย.)
๒๕๑๐
- เป็นประธานในการอบรมพระธรรมทูตรุ่นแรกที่จะไปเผยแผ่พระศาสนาในต่างประเทศ
- ปาฐกถา "คริสตธรรม-พุทธธรรม" ณ วิทยาลัยพระคริสตธรรม เชียงใหม่
- ในพรรษา เริ่มบรรยายชุด "ธรรมปาฏิโมกข์" แก่พระสงฆ์สามเณรภายในสวนโมกข์
(กระทำต่อเนื่องทุกพรรษาถึง พ.ศ. ๒๕๑๔)
๒๕๑๑
- เป็นประธานในการประชุมสมาคมพุทธศาสนาทั่วประเทศ ครั้งที่ ๑๖ ณ ค่ายลูกเสือธรรมบุตร
ติดกับสวนโมกข์ (๑ ธ.ค.)
- พระยาลัดพลีธรรมประคัลภ์ "สหายธรรมหมายเลขหนึ่ง" ถึงแก่อนิจกรรม
(๑๙ เม.ย.) มอบทุน ๒๐๐,๐๐๐ บาท ให้ธรรมทานมูลนิธิ
- เริ่มโครงการพิมพ์หนังสือชุดธรรมโฆษณ์
๒๕๑๒
- บรรยายชุด "บรมธรรม" แก่ พระนิสิตภาคฤดูร้อน
๒๕๑๔
- เริ่มบรรยายธรรมประจำวันเสาร์และทำต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
- ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น "พระเทพวิสุทธิเมธี" (๕ ธ.ค.)
- เขียน "บันทึกคำชี้แจงเกี่ยวกับการศึกษาเรื่องปฏิจจสมุปบาท"
(๓๐ ก.ย.)
๒๕๑๕
- บรรยายชุด "แก่นพุทธศาสน์" ที่โรงพยาบาลศิริราช
- บรรยายชุด "สอนพุทธศาสนาผ่านคัมภีร์ไบเบิล" ในสวนโมกข์
๒๕๑๖
- บรรยายเรื่อง "มหาวิทยาลัยกับความรู้เรื่องจิต" แก่อาจารย์คณะแพทย์ศาสตร์จากมหาวิทยาลัยมหิดล
ที่มาสวนโมกข์ (๓๐ ส.ค.)
- เขียนบทความขนาดยาว "สมเด็จในความรู้สึกของข้าพเจ้า" ตามคำขอของพระดุลยพากย์สุวมัณฑ์
เพื่อพิมพ์ในหนังสือครบรอบ ๑๐๐ ปี สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ ญาณวรเถร)
- บรรยายเรื่อง "ประชาธิปไตยแบบสังคมนิยม" ในสวนโมกข์ (๑๑
พ.ย.)
- อาพาธ ขณะกำลังเทศน์และเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราช (ธ.ค.)
๒๕๑๗
- บรรยายเรื่อง "มหิดลธรรม" แก่พระนักศึกษาภาคฤดูร้อน
- บรรยายเรื่อง "สังคมนิยมตามหลักแห่งพระศาสนา" (๑๕ ก.ย.)
๒๕๑๘
- บรรยายชุด "โมกขธรรมประยุกต์" สำหรับพระนักศึกษาภาคฤดูร้อน
- บรรยายเรื่อง "พระพุทธเจ้ามีอุดมคติเป็นสังคมนิยม"
- บรรยายเรื่อง "สังคมนิยมชนิดที่ช่วยโลกได้" (๒๗ พ.ค. ๑๘)
๒๕๒๑
- เริ่มปาฐกถาธรรมทางวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ทุกวันอาทิตย์ที่
๓ ของเดือน
๒๕๒๒
- บรรยายชุด "ใจความแห่งคริสตธรรม เท่าที่พุทธบริษัทควรทราบ"
- ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาพุทธศาสตร์ จากมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย
๒๕๒๕
- สวนโมกข์อายุครบ ๕๐ ปี พิมพ์แถลงการณ์ ๕๐ ปี สวนโมกข์
- พิมพ์กฎบัตรของพุทธบริษัท ในวันวิสาขบูชา
๒๕๒๗
- พิมพ์อริยสัจจากพระโอษฐ์ ฉบับสมบูรณ์
๒๕๒๘
- อาพาธค่อนข้างหนักตั้งแต่ต้นปี
๒๕๒๙
- ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาอักษรศาสตร์ (ศาสนาและปรัชญา)
จากมหาวิทยาลัยศิลปากร
- ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาศึกษาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง
จาก อัตชีวประวัติของท่านพุทธทาส "เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา"
หน้า ๖๙๓๗๐๘

Link เกี่ยวข้อง
ประวัติย่อ
อัตชีวประวัติของท่านพุทธทาส 
ชีวิตและผลงาน
> ปฏิทินชีวิต ๘๐ ปีของท่านพุทธทาส
|