||\\พุทธทาสศึกษา : ศึกษาเพื่อสืบสานปณิธานพุทธทาส ชีวิตและผลงาน
หน้าแรก | ข่าว-กิจกรรม | >ชีวิตและผลงาน | บทความ | แฟ้มภาพ | วาทะพุทธทาส | กลุ่มพุทธทาสศึกษา | จุดเชื่อมต่อ

*

๗
ทุน

 

          เรื่องสุดท้ายที่ฉันจะเล่าสู่ท่านทั้งหลายฟังก็คือเรื่อง ทุน. เรื่องนอกนั้น โดยมากก็เป็นเรื่องที่ท่านอาจทราบได้แล้ว หรือบางเรื่องก็เป็นของส่วนตัว เกินไปกว่าที่จะนำมาเล่าในหน้ากระดาษเหล่านี้

 

          ทุนอันแรก คือ เงินและแรง. การใช้จ่ายเนื่องกับสวนโมกข์นั้น ปรากฏอยู่แล้วตามบัญชีในแถลงการณ์ของคณะธรรมทาน ว่ามีจำนวนเท่าใด. ทั้งหมดนั้นส่วนมากใช้ในการตกแต่งสถานที่ การล้อมลวดหนามการทำที่พักอาศัย และใช้เป็นค่ำหยูกหยาในคราวเจ็บไข้ ตลอดจนค่าเดินทางไปมาซึ่งมีอยู่บ่อย ๆ. บางปีก็มากบางปีก็น้อย.

เมื่อมาช่วยงานก่อสร้างในสวนโมกข์
ชาวบ้านนำอาหารมาเลี้ยงกันเอง
เพราะทราบว่าสวนโมกข์ยังยากจนอย
ู่

          และนับตั้งแต่แรกเริ่มมา เมื่อพิจารณาดูแล้ว อาจจะพบความจริงได้อย่างหนึ่งว่า การจัดสถานที่แบบนี้ ไม่เป็นการหมดเปลืองมากมายอย่างใดเลย เมื่อคำนึงถึงผลแล้ว รู้สึกว่าได้ผลเกินค่า หากแต่ว่าผลนั้น ๆ เป็นสิ่งที่ไม่มีตัวมีตนแสดงอยู่ปรากฏชัดเหมือนการบริจาคสร้างโบสถ์สร้างวัด สร้างโรงเรียน เป็นต้น จึงดูเป็นไม่ชวนให้ทำ. การเสียสละเพียงเท่านี้ในประเทศไทยเรามีคนอาจจะสละได้เป็นจำนวนหลายหมื่นคน หากแต่ว่ากิจการอันนี้ยังไม่เป็นที่เข้าใจดีสำหรับผู้พร้อมที่จะเสียสละเหล่านั้นเท่านั้น.

 

          ทุนอันที่สอง คือ กำลังน้ำใจ พวกเราได้กำลังน้ำใจกันมาจากไหน ท่านอาจทราบได้แล้วจากข้อความที่เขียนมาข้างต้น ๆ. ทุนอันนี้ สำคัญยิ่งไปกว่าเงินหรือแรง เพราะถ้าไม่มีกำลังใจมุ่งหวังอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างแรงกล้า และได้รับการสนับสนุนจากมิตรสหาย และเหตุการณ์บางอย่างอยู่เสมอแล้ว ก็ชวนให้เบื่อหน่าย. ฉะนั้นการที่มีผู้อ่านหนังสือเพื่อหาความรู้ หรือเพื่อทราบข่าวกิจการของเราก็ตาม เป็นการให้กำลังน้ำใจอย่างดีของเราอยู่ส่วนหนึ่ง ซึ่งเราขอขอบคุณโดยทั่วกัน.

พระดุลยพากย์สุวมัณฑ์ ข้าราชการระดับสูง อีกท่านหนึ่ง ซึ่งท่านพุทธทาสถือว่า เป็นสหายธรรม ที่สำคัญมากเช่นกัน เพราะมีบทบาทช่วยเหลือ กิจการงานเผยแผ่
ของสวนโมกข์มาโดยตลอด

          ทุนอันที่สาม ซึ่งเป็นอันดับสุดท้าย ได้แก่ ผู้กล้ารับภาระจัดการเป็นตัวยืนโรง ถ้าไม่มีใครทำหรือใครช่วยก็ยินดีที่จะทำไปคนเดียวเรื่อย ๆ ไม่ยอมเลิกล้ม ได้เท่าใดก็เอาเท่านั้น ซึ่งมีความสำคัญในข้อที่ว่า คนที่คอยให้ทุนหรือกำลังใจนั้น มิใช่ได้มาทำด้วยได้.

          ต่อเมื่อทุนมีครบพร้อมทั้งสามประการดังกล่าวมา กิจการก็ก่อรูปและดำเนินไปได้ สำหรับงานประเภทนี้ ซึ่งเราอาจกล่าวได้เต็มปากว่า ไม่เป็นงานที่ชวนให้ทำตามธรรมชาติ เหมือนงานที่ได้รับค่าจ้างรางวัลตรง ๆ เสียเลย. ฉันขอแสดงความหวังเป็นอย่างมากว่า เพื่อนพุทธบริษัทผู้ใดที่ตั้งใจจะจัดงานตามแบบนี้ขึ้น ควรจะรวมทุนทั้งสามประการนี้ให้ครบถ้วนเสียก่อน การกุศลชนิดที่ไม่มีค่าจ้างหรือเงินเดือนนี้ ซึ่งความจริงไม่ใช่เป็นของท่าน แต่เป็นของชาติและศาสนา จึงจะดำเนินไปได้ ไม่มากก็น้อย.

          ในที่สุด ขอสรุปการเล่าอันยืดยาวของฉันด้วยถ้อยคำสั้น ๆ ว่า พวกเรากำลังได้รับความพอใจในงานที่ทำ มีความกล้าหาญรื่นเริง เป็นสุขสบายดีอยู่ทั่วกันทุกคน. และตั้งใจที่จะทำหน้าที่ของเราเรื่อย ๆ ไปไม่ว่าสถานการณ์ของโลกจะเปลี่ยนไปอย่างใด.

ตอน


*บทความนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์ พุทธสาสนา เมื่อปี ๒๔๘๖ และได้มีการพิมพ์ใหม่อีกอย่างน้อย ๔ ครั้ง และชื่อบทความไม่สู้จะตรงกันนัก เมื่อจะตีพิมพ์ใหม่ในครั้งนี้ ได้ไปเรียนปรึกษาท่านผู้เขียน ท่านพอใจจะให้ชื่อว่า "สิบปีในสวนโมกข์" ดังที่ปรากฏอยู่นี้ ส่วนเนื้อเรื่องภายในคงไว้ตามเดิมทุกประการ

และเนื่องจากบทความมีขนาดยาวมากจึงได้จัดแบ่งเป็น ๗ ตอน เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้าชม -- กลุ่มพุทธทาสศึกษา

ชีวิตและผลงาน > สิบปีในสวนโมกข์ ตอน ๗ ทุน


หน้าแรก | ข่าว-กิจกรรม | >ชีวิตและผลงาน | บทความ | แฟ้มภาพ | วาทะพุทธทาส | กลุ่มพุทธทาสศึกษา | จุดเชื่อมต่อ

สมุดเยี่ยม | แนะนำหน้านี้ให้เพื่อน | Site Map

Buddhadasa.org
กลุ่มพุทธทาสศึกษา ตู้ ปณ.๓๘ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๑๐
e-mail : info@buddhadasa.org
.