||\\พุทธทาสศึกษา : ศึกษาเพื่อสืบสานปณิธานพุทธทาส ชีวิตและผลงาน
หน้าแรก | ข่าว-กิจกรรม | >ชีวิตและผลงาน | บทความ | แฟ้มภาพ | วาทะพุทธทาส | กลุ่มพุทธทาสศึกษา | จุดเชื่อมต่อ

*

๕
สิ่งรบกวน

 

          การขอร้องไม่ให้มีคนเข้าไปรบกวน นับว่าได้ผลดี. นาน ๆ จะมีคนที่ไม่รู้ หรือเป็นพวกที่ไม่อาจจะรู้ได้ เข้าไปเที่ยวสักคนหนึ่ง ซึ่งเราถือว่าเป็นของธรรมดา. คนเป็นอันมากได้ให้ความเห็นอกเห็นใจ ไม่มีธุระจำเป็นเหลือเกินแล้วจะไม่เข้าไปในสวนโมกข์ เราขอขอบคุณในความเอื้อเฟื้ออันนี้ไว้ในที่นี้ทั่วกันทุกคน และนับว่าเป็นการทำกุศลของท่านอย่างหนึ่งซึ่งพวกเราขออนุโมทนาด้วย. ส่วนที่เข้าไปเพื่อธุระหรือเพื่อการศึกษา แม้ที่สุดแต่เพื่อเยี่ยมเยียนตามโอกาสนั้น เป็นสิ่งที่พวกเรายังคงต้อนรับด้วยความยินดีเสมอ.

          เด็ก ๆ ดูเหมือนจะเป็นจำพวกที่เป็นปัญหามาก ตามที่สังเกตเห็นเด็ก ๆ มีความอยากได้สิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้ว เป็นลืมนึกถึงอะไรหมด ฉะนั้นถ้าในสถานที่ปฏิบัติธรรมแห่งใด มีสิ่งที่เด็ก ๆ ต้องการ ก็คงจะได้รับความรบกวนบ้างเป็นธรรมดา. ในบริเวณสวนโมกข์ ยังมีเด็ก ๆ ที่แอบเข้าไปขโมยช้อนปลา ซึ่งมีทั้งปลาเล่นและปลาที่ใช้เป็นอาหาร เก็บผักหาเห็ด ยิงนก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ยากที่จะจัดการไม่ให้มีได้ เพราะมีชุมตามธรรมชาติ แม้ที่สุดแต่ไม้ฟืนและไม้ที่จะใช้การงานอย่างอื่น. ถ้าหากว่าในการที่จะจัดตั้งสำนักปฏิบัติธรรมรายใด ได้คำนึงถึงปัญหาอันนี้มาเสียตั้งแต่แรก และจัดการหลีกเลี่ยงหรือป้องกันเสียตั้งแต่แรกแล้ว จะเป็นผลดีแก่ภิกษุสามเณรผู้อยู่อาศัยมากทีเดียว. การสู้รบกับเด็ก ๆ ซึ่งอยากได้รุนแรงและลืมอะไรเก่งนั้นไม่ค่อยสนุกเลย. ถ้าในสถานที่นั้นมไม่มีสิ่งที่ต้องการสำหรับเด็ก ๆ แล้ว ปัญหาก็ไม่มี. และบางทีต้องคิดหาอุบายทำลายและโยกย้ายสิ่งเหล่านั้นให้หมดไปจากสถานที่เช่นนี้เสีย ก็ดูเหมือนได้ผลเกินค่ากว่าสิ่งของที่ต้องเสียไป.

          สิ่งรบกวนตามธรรมชาติบางประการ เช่นเสียงร้องของนกเป็นต้นนั้น ไม่เป็นปัญหาอันใดเพราะเป็นสิ่งที่ไร้ความหมาย เช่นเดียวกับเสียงคลื่นเสียงลม ไม่นานเท่าใดก็เป็นการเคยชิน และเป็นการศึกษาในบางอย่างบางประการอีกด้วย.

          แต่มีบางสิ่งบางอย่างที่ต้องทำการศึกษาจากมันอย่างใจเย็น. ที่สวนโมกข์ยุงชุมมาก มีน้อยวันเหลือเกินที่ปราศจากยุง แต่ไม่ปรากฏว่ามีเชื้อมาลาเรีย เนื่องจากเป็นยุงธรรมดาตัวเล็ก ๆ ซึ่งขึ้นมาจากคลองน้ำเค็มเป็นส่วนมาก. ในกรณีเช่นนี้ต้องเรียนรู้ถึงธรรมชาติของเหล่านี้ รู้จักหลีกเลี่ยงหรือป้องกัน. กลางวันไม่มียุงเลย ตอนพลบค่ำจะมีมาก จึงต้องหาวิธีป้องกันไม่ให้ตามขึ้นไปบนที่อาศัย เช่นออกมาเสียหรือไม่เปิดแสงไฟให้เห็นจนกว่าจะค่ำไปมากแล้ว รู้จักแบ่งเวลาการงานให้เข้ารูปหรือเหมาะกับธรรมชาติ เช่นเวลาที่มียุงเช่นนี้ด้วย ในที่สุดก็จะเหมือนกับไม่มียุงเหมือนกัน. การตัดตอนหรือป้องกันต้นเหตุ เช่นการระบายน้ำไม่ให้มีที่เกิดของยุงก็ช่วยได้มากและเป็นสิ่งที่ควรเอาใจใส่ตามที่ควร. ในบางคราวยุงก็มีประโยชน์ในการช่วยไม่ให้นอนมากเกินไปกว่าธรรมดาหรือเกินความต้องการของร่างกาย.

บรรยากาศในสวนโมกข์เก่าที่พุมเรียง

          การไม่ใช้มุ้ง ใช้ฟูก ใช้หมอนนั้นดีมาก, เว้นแต่คราวเจ็บไข้. ทำให้มีความคิดนึกกว้างขวางเบากายเบาใจ ตื่นดีกว่าธรรมดา เห็นการนอนเป็นเพียงการพักผ่อนชั่วครู่ชั่วยามของร่างกายจริง ๆ ไม่ใช่เวลาหาความสุขหรือมัวเมาในอารมณ์สุข. สามารถที่จะบำเพ็ญแบบแห่งชาคริยานุโยคได้ดีที่สุดและง่าย ๆ ด้วย.

          แต่ข้อนี้หมายเฉพาะภิกษุสามเณรที่กำลังฝึกฝนทางจิตโดยตรง ถ้ายังมีการศึกษาอย่างอื่น หรือการงานอย่างอื่นแทรกแซง อาจไม่ได้ผลเต็มตามที่ว่านี้นัก. ข้อนี้เนื่องจากเวลาที่จิตพักอยู่ในความสงบด้วยการนั่งอยู่นิ่ง ๆ สบายกว่าการนอนเสียอีก การนอนเลยกลายเป็นของไม่อยากให้มีมา อยากตื่นอยู่ด้วยความแจ่มใสสดชื่น ในการยืน การเดินเล่น นั่งเล่นมากกว่า, เพราะสนุกหรือเพลิดเพลินดีกว่า. ร่างกายที่เคลื่อนไหวน้อย เช่นการเป็นอยู่ของโยคีนั้น มันต้องการนอนน้อยที่สุด อย่างที่เรียกว่าผิดธรรมดา. ข้อนี้คนธรรมดาอาจเข้าใจไม่ได้ ถ้าไม่เคยลองเป็นอยู่ตามแบบนั้นดูก่อน. หรือจะสังเกตเปรียบเทียบได้ในเลาที่ป่วยไข้นอนอยู่นิ่ง ๆ เคลื่อนไหวน้อยมาก ก็ต้องการหลับน้อยมาก คือนอนไม่ใคร่จะหลับนั่นเอง แต่นี่เป็นเรื่องของโรค ผิดตรงข้ามกับเรื่องของความสงบสบาย.

 

          พวกเราอยู่กันที่นี่ ในส่วนตัวได้รับความพอใจสะดวกสบาย ไม่มีความรู้สึกว่าเป็นการทรมาน ทั้งนี้เนื่องจากการปรับระดับของจิตใจในเบื้องต้นไว้ถูกต้อง แต่มีคนภายนอกมีความรู้สึกว่าเกินไปหรือทรมานไปก็มี.

          ถ้าใครสามารถทำให้จิตใจของตนมองเห็นลู่ทางของความสงบได็ก็จะยิ่งอยากอยู่ในที่เช่นนี้ หรือให้มีการบีบคั้นมากกว่านี้ไปเสียอีก เพราะการอยู่เช่นนั้น มีเรื่องน้อย หรือแทบจะไม่มีเลยนั่นเอง มีโอกาสเพลิดเพลินอยู่ด้วยการคิดค้นและแสงสว่างแจ่มจ้าต่าง ๆ มีรสใหม่ ๆ แปลก ๆ.

          แม้ภิกษุสามเณรประเภทที่ยังมีการศึกษาทางตำราหรือการศึกษาเบื้องต้นอื่น ๆ นั้น จะต้องมีความรู้สึกที่สูงไปในทางรักการศึกษาหรือเมาการศึกษานั่นเอง ในที่สุดก็จะวิ่งเข้าหาสถานที่ที่มีเรื่องน้อยนั้นอีกเหมือนกัน.

          ที่อยู่ที่ให้ความสบายมากไปนั้น ดึงเวลาหรือความคิดไปยังความเพลิดเพลิน การคิดประดิดประดอยตกแต่งให้สวยงามยิ่งขึ้น หรืออย่างน้อยที่สุด ก็ยังมีการกังวลเกี่ยวด้วยการระวังดูแลที่มากเกินควร. ฉะนั้นจึงไม่ค่อยให้ประโยชน์อันแท้จริงแก่นักศึกษา และทั้งเป็นสิ่งที่กำลังหลงกันอยู่โดยไม่รู้สึกตัว โดยเห็นเป็นเกียรติหรือเป็นอะไรในทำนองนั้น ซึ่งทำจิตใจให้เป็น บ้าน มากกว่าเป็น อนาคาริกผู้ค้นคิด. ถ้าประชาชนส่วนมากชองชาติพลอยหลงใหลไปตามนี้ด้วย นั่นก็คือความที่ศาสนาเป็นเสนียดชองชาติอยู่โดยเร้นลับ. เสียหายทั้งส่วนวัตถุและส่วนจิตใจ.          

ตอน


*บทความนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์ พุทธสาสนา เมื่อปี ๒๔๘๖ และได้มีการพิมพ์ใหม่อีกอย่างน้อย ๔ ครั้ง และชื่อบทความไม่สู้จะตรงกันนัก เมื่อจะตีพิมพ์ใหม่ในครั้งนี้ ได้ไปเรียนปรึกษาท่านผู้เขียน ท่านพอใจจะให้ชื่อว่า "สิบปีในสวนโมกข์" ดังที่ปรากฏอยู่นี้ ส่วนเนื้อเรื่องภายในคงไว้ตามเดิมทุกประการ

และเนื่องจากบทความมีขนาดยาวมากจึงได้จัดแบ่งเป็น ๗ ตอน เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้าชม -- กลุ่มพุทธทาสศึกษา

ชีวิตและผลงาน > สิบปีในสวนโมกข์ ตอน ๕ สิ่งรบกวน


หน้าแรก | ข่าว-กิจกรรม | >ชีวิตและผลงาน | บทความ | แฟ้มภาพ | วาทะพุทธทาส | กลุ่มพุทธทาสศึกษา | จุดเชื่อมต่อ

สมุดเยี่ยม | แนะนำหน้านี้ให้เพื่อน | Site Map

Buddhadasa.org
กลุ่มพุทธทาสศึกษา ตู้ ปณ.๓๘ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๑๐
e-mail : info@buddhadasa.org
.