![]() ![]() |
![]() |
| หน้าแรก
| ข่าว-กิจกรรม | ชีวิตและผลงาน
| บทความ | แฟ้มภาพ
| วาทะพุทธทาส | |
เสขิยธรรม อีกก้าวหนึ่งของพระนักพัฒนา ราวกลางปี พ.ศ. ๒๕๓๒ พระภิกษุ ๑๒ รูป และอุบาสก ๖ คน นั่งล้อมวงกันอยู่ใต้เงาไม้ของวัดแห่งหนึ่งในเขตจังหวัดนครปฐม ได้สนทนากันถึงประเด็นปัญหาที่พระภิกษุที่ถูกเรียกขานว่า "พระนักพัฒนา" กำลังประสบ ชื่อเสียงของบรรดาพระภิกษุเกือบทั้งหมดที่นั่งสนทนากันอยู่ ณ ที่นั้น ได้รับการสรรเสริญจากทั้งหน่วยงานของรัฐและองค์กรเอกชน ว่าท่านเหล่านี้เป็นพระนักพัฒนารุ่นบุกเบิก ที่ประสบความสำเร็จในการทำงานในตลอดช่วงเวลาราว ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมา และเป็นผู้ที่ควรจะถือเอาเป็นแบบอย่าง ปฐมเหตุของการจัดการพูดคุยครั้งนี้ขึ้นนั้น เนื่องมาจากการบรรลุผลสำเร็จในทางการดำเนินงานพัฒนาชนบทของท่านเหล่านี้นี่เอง พระภิกษุผู้เป็นเสมือนประธานของกลุ่มได้บอกเล่าถึงความตรากตรำในการที่ต้องให้การบรรยาย เรื่องแนวทางการทำงานพัฒนาของท่านตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งถึงสมัยปัจจุบัน โดยส่วนมากท่านได้รับการอาราธนาจากรัฐบาลและเอกชน เพื่อไปบรรยายเรื่องนั้น ๆ ในที่ห่างไกลทั่วประเทศ ซึ่งย่อมใช้เวลาและพละกำลังเป็นอย่างมาก นี่ยังไม่รวมภาระหน้าที่ของการไปประชุมในฐานะที่ปรึกษา หรือกรรมการของหน่วยงาน โครงการ ฯลฯ ที่ฝ่ายต่าง ๆ มาขอให้เป็น ด้วยสาเหตุดังกล่าวภายหลังท่านจึงได้เริ่มตระหนักว่า วิถีชีวิตของท่านออกห่างจากกิจกรรม การทำสมาธิภาวนาอันเป็นเครื่องมือเสริมสร้างการพัฒนาจากด้านใน คือจิตใจยิ่งขึ้นทุกที กับทั้งท่านยังต้องเหินห่างจากมิตรสหายรอบข้าง อันได้แก่ราษฎรชาวบ้านในชุมชนที่ตั้งของวัดซึ่งท่านร่วมทุกข์ร่วมสุขมาแต่ดั้งเดิม คำถามจึงเกิดขึ้นว่าวิธีการทำงานเช่นนี้ที่ผ่านมานั้นถูกต้องแล้วหรือ ในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และบอกเล่าถึงประสบการณ์การทำงานของท่านรูปอื่น ๆ ก็ปรากฏว่าต่างก็ต้องเผชิญกับปัญหาในลักษณะที่แทบไม่แตกต่างกัน กล่าวคือท่านเหล่านั้นต้องรับภาระหนัก จากการร้องขอของหน่วยงานและองค์กรทางการพัฒนาทั้งหลาย ทำให้ท่านขาดโอกาสที่จะดำเนินการพัฒนาในมิติที่ลึกซึ้งในทางจิตใจ ทั้งที่เป็นประโยชน์แก่ตัวท่านเองและประโยชน์แก่คนรอบข้าง แม้ว่าในระยะหลัง ๆ จะมีการเกิดขึ้นของกลุ่มขบวนการพระสงฆ์นักพัฒนาหรือนักเผยแพร่รุ่นใหม่ขึ้นมารับงานสืบต่อจากท่าน เช่น กลุ่มสหธรรมเพื่อการพัฒนาในสายงานของพระครูพิพิธประชานาถ (หลวงพ่อนาน สุทฺธสีโล) จังหวัดสุรินทร์ กลุ่มพุทธยาน ซึ่งทำงานเผยแพร่คำสอนและแนวการปฏิบัติธรรมในสายหลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ ตลอดจนคณะทำงานของโครงการต่าง ๆ ภายใต้สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ แห่งมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยก็ตาม แต่เนื่องด้วยขบวนการดังกล่าวในระยะแรกก็มักมีอาการล้มลุกคลุกคลาน เพราะเหตุที่ผู้ปฏิบัติงานยังคงขาดทักษะในการทำงานในลักษณะนั้น ๆ ทำให้ตัวท่านในฐานะผู้นำต้องให้การเอาใจใส่ประคับประคองไปพลาง ๆ จนกว่ากลุ่มจะสามารถดำเนินไปได้โดยลำพังตนเอง นอกจากนั้นปัญหาบางประเภทที่เกิดขึ้นเฉพาะกับกลุ่ม คือมิใช่ปัญหาในเรื่องตัวบุคคล ซึ่งท่านผู้เดียวก็ไม่อาจช่วยแก้ปัญหาให้ได้ ก็ย่อมจะต้องติดต่อประสานงานกับผู้ที่มีประสบการณ์ในทางความเชี่ยวชาญมาให้การสร้างเสริมคุณภาพใหม่ ๆ แก่กลุ่มต่อไป ผลสรุปจากการพูดคุยคราวนั้นก็คือ นอกจากจะจัดวางแนวทางในการประสานงานเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นเรื่อง ๆ ไปแล้ว ผู้ร่วมสนทนาทุกท่านเห็นพ้องต้องกันว่า สมควรที่จะจัดให้มีการพบปะประชุมชนิดที่เป็นการผ่อนคลายทางจิตใจ เพื่อการภาวนาไปด้วยในตัว สำหรับเป็นโอกาสในการทบทวนบทบาทของตนเอง ในระหว่างพระนักพัฒนาที่คุ้นเคยกันปีละ ๑ ครั้ง ซึ่งโดยอาศัยมติดังกล่าวนี้เอง ในปีถัดมาการพบปะครั้งที่ ๒ ของกลุ่มคนดังกล่าวจึงได้เกิดขึ้นอีกในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๓ ณ วัดมงคลสามัคคีธัมโมทัย (เขาสาบ) จังหวัดระยอง ในการประชุมครั้งที่ ๒ นี้ มีพระนักพัฒนาและฆราวาสมาสมทบเพิ่มอีกหลายคน โดยได้ประสานงานจัดรายการถวายความรู้ โดยนักพัฒนาและนักวิชาการ ผู้สนใจในการนำศาสนธรรมมาประยุกต์ใช้ในการทำงานทางสังคมต่างหากจากการแลกเปลี่ยนทัศนะ และทบทวนบทบาทในส่วนของตนตลอดจนถึงการภาวนาร่วมกันดังได้กล่าวแล้วอีกด้วย และจากการร่วมระดมความเห็นเพื่อการแก้ปัญหาอันเนื่องมาแต่บทบาทหน้าที่ในทางการพัฒนา ผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมดเห็นพ้องต้องกันที่จะรวมกันก่อตั้งกลุ่มที่มีแบบแผนในทางการประพฤติปฏิบัติ เพื่อการขัดเกลาตนเองในแนวทางเดียวกัน กับทั้งมุ่งให้มีกิจกรรมไปในทางเกื้อหนุนให้เกิดความร่วมมือในระหว่างเครือข่ายของพระนักพัฒนา เพื่อผลักดันงานพัฒนาสังคมให้ขยายวงออกไปโดยเฉพาะทางด้านคุณภาพ โดยกลุ่มฯ จะเอื้ออำนวยในทางที่เป็นการส่งเสริมกำลังใจของกันและกันอีกด้วย กลุ่มดังกล่าวนี้ได้รับการตั้งชื่อว่า "กลุ่มเสขิยธรรม" กลุ่มได้วางวัตถุประสงค์เอาไว้ในขั้นต้นว่า ๑. ประสานความร่วมมือให้เกิดความสามัคคีในหมู่พระนักพัฒนา ในอันที่จะนำไปสู่การพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่สูงขึ้น ๒. เสริมสร้างประสบการณ์ แลกเปลี่ยนทัศนะของการทำงานพัฒนา เพิ่มพูนทักษะของการทำงาน เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจในการมองปัญหาของสังคมไทยมากขึ้น ๓. ผลักดันกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งจะเริ่มสร้างงานพัฒนาของพระภิกษุสงฆ์ให้ขยายกระจายออกไปสู่สาธารณชนมากขึ้น ๔. พัฒนาคุณค่าด้านในของพระสงฆ์ให้มีพละอินทรีย์มากขึ้น ในการที่จะฝ่าฟันอุปสรรค เพื่อการแก้ไขปัญหาสังคมและปัญหาในทางจิตใจ ๕. ถ่ายทอดประสบการณ์และสร้างพระนักพัฒนารุ่นใหม่ที่มีคุณภาพ มารับช่วงสืบทอดงานของพระนักพัฒนารุ่นเก่า เพื่อที่ท่านเหล่านั้นจะสามารถมีโอกาสในการทำงานด้านการภาวนาเพื่อพัฒนาคุณค่าชีวิตมากขึ้น ๖. กระจายข่าวสารงานพัฒนาให้ขยายไปสู่ชุมชนมากขึ้น นอกจากนี้ ในแง่วัตรปฏิบัติพิเศษที่กำหนดให้ผู้เป็นสมาชิกกลุ่มต้องกระทำ คือการหลีกเว้นจากอบายมุขสมัยใหม่ อันได้แก่การงดเว้นจากการสูบบุหรี่ เครื่องดื่มชูกำลัง น้ำอัดลม สิ่งเสพติดให้โทษ และหลีกเลี่ยงการใช้ถุงพลาสติกและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากโฟม ซึ่งทั้งหมดที่เอ่ยถึงนี้ล้วนเป็นสาเหตุแห่งความเสื่อมโทรมทั้งในแง่ของรายกาย จิตใจ สังคม และธรรมชาติ คณะกรรมการกลุ่มเสขิยธรรม
ผู้มีความสนใจ ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่
องค์กรสนับสนุน
ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๒ มีวัตถุประสงค์เพื่อ
|
กลุ่มพุทธทาสศึกษา > เสขิยธรรม
สมุดเยี่ยม | แนะนำหน้านี้ให้เพื่อน | Site Map
![]()
กลุ่มพุทธทาสศึกษา ตู้ ปณ.๓๘ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๑๐
e-mail : admin@buddhadasa.org