||\\พุทธทาสศึกษา : ศึกษาเพื่อสืบสานปณิธานพุทธทาส กลุ่มพุทธทาสศึกษา
หน้าแรก | ข่าว-กิจกรรม | ชีวิตและผลงาน | บทความ | แฟ้มภาพ | วาทะพุทธทาส | >กลุ่มพุทธทาสศึกษา | จุดเชื่อมต่อ

/ - \
|

@ จดหมายข่าว
เสขิยธรรม

เสขิยธรรม ฉบับที่ ๕๖          "เสขิยธรรม" เป็นจดหมายข่าวมีวัตถุประสงค์ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิด ความรู้ และประสบการณ์ การประยุกต์หลักธรรมมาใช้กับชีวิตและสังคมสมัยใหม่ ทั้งในหมู่ของบรรพชิตและฆราวาส


ล่าสุด ฉบับที่ ๕๖ .. เมษายน - มิถุนายน ๒๕๔๖ .. สันติภาวะ
--> รายละเอียดการสมัครสมาชิก "จดหมายข่าวเสขิยธรรม" รายสามเดือน
อัตราสมาชิกฯ ปีละ ๒๐๐ บาท ๔ ฉบับ
โดยส่ง ธนาณัติ, ตั๋วแลกเงินไปรษณีย์ หรือ เช็คของขวัญ
สั่งจ่ายในนาม นางสาวบัวลอง พิมพลา (ปณ.คลองสาน)
มาที่
กลุ่มเสขิยธรรม
๑๒๔ ซอยวัดทองนพคุณ ถนนสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน กรุงเทพฯ ๑๐๖๐๐
โทรศัพท์ ๐๒–๘๖๓๑๑๑๘ โทรสาร ๐๒–๔๓๗๘๘๗๕
อีเมล : seki@skyd.org
|
\ - /

>กลุ่มเสขิยธรรม

สขธ.          เกิดขึ้นจากการรวมตัวของพระภิกษุ–สามเณรและฆราวาส ผู้ห่วงใยในพระพุทธศาสนาและสภาพของสังคมไทย มีความประสงค์จะประยุกต์ใช้ศาสนธรรม เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคมอย่างสมสมัย นอกเหนือจาก การประสานงานและเกื้อหนุนกำลังใจซึ่งกันและกัน ในการทำงานเพื่อสังคมในด้านต่าง ๆ แล้ว ลักษณะเฉพาะอีกประการหนึ่งของกลุ่มฯ ก็คือ การเพียรพยายามประยุกต์ธรรมะ เป็นข้อวัตรปฏิบัติเพื่อขัดเกลาตนเอง โดยมุ่งประโยชน์สุขของสังคม และเพื่อสมดุลของระบบนิเวศน์ อาทิ การลดและพยายามงดเว้นจากอบายมุขสมัยใหม่ เช่น บุหรี่ เครื่องดื่มชูกำลัง น้ำอัดลม ภาชนะพลาสติกและโฟม เป็นต้น

เสขิยธรรม อีกก้าวหนึ่งของพระนักพัฒนา

          ราวกลางปี พ.ศ. ๒๕๓๒ พระภิกษุ ๑๒ รูป และอุบาสก ๖ คน นั่งล้อมวงกันอยู่ใต้เงาไม้ของวัดแห่งหนึ่งในเขตจังหวัดนครปฐม ได้สนทนากันถึงประเด็นปัญหาที่พระภิกษุที่ถูกเรียกขานว่า "พระนักพัฒนา" กำลังประสบ ชื่อเสียงของบรรดาพระภิกษุเกือบทั้งหมดที่นั่งสนทนากันอยู่ ณ ที่นั้น ได้รับการสรรเสริญจากทั้งหน่วยงานของรัฐและองค์กรเอกชน ว่าท่านเหล่านี้เป็นพระนักพัฒนารุ่นบุกเบิก ที่ประสบความสำเร็จในการทำงานในตลอดช่วงเวลาราว ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมา และเป็นผู้ที่ควรจะถือเอาเป็นแบบอย่าง

          ปฐมเหตุของการจัดการพูดคุยครั้งนี้ขึ้นนั้น เนื่องมาจากการบรรลุผลสำเร็จในทางการดำเนินงานพัฒนาชนบทของท่านเหล่านี้นี่เอง พระภิกษุผู้เป็นเสมือนประธานของกลุ่มได้บอกเล่าถึงความตรากตรำในการที่ต้องให้การบรรยาย เรื่องแนวทางการทำงานพัฒนาของท่านตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งถึงสมัยปัจจุบัน โดยส่วนมากท่านได้รับการอาราธนาจากรัฐบาลและเอกชน เพื่อไปบรรยายเรื่องนั้น ๆ ในที่ห่างไกลทั่วประเทศ ซึ่งย่อมใช้เวลาและพละกำลังเป็นอย่างมาก นี่ยังไม่รวมภาระหน้าที่ของการไปประชุมในฐานะที่ปรึกษา หรือกรรมการของหน่วยงาน โครงการ ฯลฯ ที่ฝ่ายต่าง ๆ มาขอให้เป็น ด้วยสาเหตุดังกล่าวภายหลังท่านจึงได้เริ่มตระหนักว่า วิถีชีวิตของท่านออกห่างจากกิจกรรม การทำสมาธิภาวนาอันเป็นเครื่องมือเสริมสร้างการพัฒนาจากด้านใน คือจิตใจยิ่งขึ้นทุกที กับทั้งท่านยังต้องเหินห่างจากมิตรสหายรอบข้าง อันได้แก่ราษฎรชาวบ้านในชุมชนที่ตั้งของวัดซึ่งท่านร่วมทุกข์ร่วมสุขมาแต่ดั้งเดิม คำถามจึงเกิดขึ้นว่าวิธีการทำงานเช่นนี้ที่ผ่านมานั้นถูกต้องแล้วหรือ

          ในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และบอกเล่าถึงประสบการณ์การทำงานของท่านรูปอื่น ๆ ก็ปรากฏว่าต่างก็ต้องเผชิญกับปัญหาในลักษณะที่แทบไม่แตกต่างกัน กล่าวคือท่านเหล่านั้นต้องรับภาระหนัก จากการร้องขอของหน่วยงานและองค์กรทางการพัฒนาทั้งหลาย ทำให้ท่านขาดโอกาสที่จะดำเนินการพัฒนาในมิติที่ลึกซึ้งในทางจิตใจ ทั้งที่เป็นประโยชน์แก่ตัวท่านเองและประโยชน์แก่คนรอบข้าง แม้ว่าในระยะหลัง ๆ จะมีการเกิดขึ้นของกลุ่มขบวนการพระสงฆ์นักพัฒนาหรือนักเผยแพร่รุ่นใหม่ขึ้นมารับงานสืบต่อจากท่าน เช่น กลุ่มสหธรรมเพื่อการพัฒนาในสายงานของพระครูพิพิธประชานาถ (หลวงพ่อนาน สุทฺธสีโล) จังหวัดสุรินทร์ กลุ่มพุทธยาน ซึ่งทำงานเผยแพร่คำสอนและแนวการปฏิบัติธรรมในสายหลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ ตลอดจนคณะทำงานของโครงการต่าง ๆ ภายใต้สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ แห่งมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยก็ตาม แต่เนื่องด้วยขบวนการดังกล่าวในระยะแรกก็มักมีอาการล้มลุกคลุกคลาน เพราะเหตุที่ผู้ปฏิบัติงานยังคงขาดทักษะในการทำงานในลักษณะนั้น ๆ ทำให้ตัวท่านในฐานะผู้นำต้องให้การเอาใจใส่ประคับประคองไปพลาง ๆ จนกว่ากลุ่มจะสามารถดำเนินไปได้โดยลำพังตนเอง นอกจากนั้นปัญหาบางประเภทที่เกิดขึ้นเฉพาะกับกลุ่ม คือมิใช่ปัญหาในเรื่องตัวบุคคล ซึ่งท่านผู้เดียวก็ไม่อาจช่วยแก้ปัญหาให้ได้ ก็ย่อมจะต้องติดต่อประสานงานกับผู้ที่มีประสบการณ์ในทางความเชี่ยวชาญมาให้การสร้างเสริมคุณภาพใหม่ ๆ แก่กลุ่มต่อไป

          ผลสรุปจากการพูดคุยคราวนั้นก็คือ นอกจากจะจัดวางแนวทางในการประสานงานเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นเรื่อง ๆ ไปแล้ว ผู้ร่วมสนทนาทุกท่านเห็นพ้องต้องกันว่า สมควรที่จะจัดให้มีการพบปะประชุมชนิดที่เป็นการผ่อนคลายทางจิตใจ เพื่อการภาวนาไปด้วยในตัว สำหรับเป็นโอกาสในการทบทวนบทบาทของตนเอง ในระหว่างพระนักพัฒนาที่คุ้นเคยกันปีละ ๑ ครั้ง ซึ่งโดยอาศัยมติดังกล่าวนี้เอง ในปีถัดมาการพบปะครั้งที่ ๒ ของกลุ่มคนดังกล่าวจึงได้เกิดขึ้นอีกในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๓ ณ วัดมงคลสามัคคีธัมโมทัย (เขาสาบ) จังหวัดระยอง

          ในการประชุมครั้งที่ ๒ นี้ มีพระนักพัฒนาและฆราวาสมาสมทบเพิ่มอีกหลายคน โดยได้ประสานงานจัดรายการถวายความรู้ โดยนักพัฒนาและนักวิชาการ ผู้สนใจในการนำศาสนธรรมมาประยุกต์ใช้ในการทำงานทางสังคมต่างหากจากการแลกเปลี่ยนทัศนะ และทบทวนบทบาทในส่วนของตนตลอดจนถึงการภาวนาร่วมกันดังได้กล่าวแล้วอีกด้วย และจากการร่วมระดมความเห็นเพื่อการแก้ปัญหาอันเนื่องมาแต่บทบาทหน้าที่ในทางการพัฒนา ผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมดเห็นพ้องต้องกันที่จะรวมกันก่อตั้งกลุ่มที่มีแบบแผนในทางการประพฤติปฏิบัติ เพื่อการขัดเกลาตนเองในแนวทางเดียวกัน กับทั้งมุ่งให้มีกิจกรรมไปในทางเกื้อหนุนให้เกิดความร่วมมือในระหว่างเครือข่ายของพระนักพัฒนา เพื่อผลักดันงานพัฒนาสังคมให้ขยายวงออกไปโดยเฉพาะทางด้านคุณภาพ โดยกลุ่มฯ จะเอื้ออำนวยในทางที่เป็นการส่งเสริมกำลังใจของกันและกันอีกด้วย กลุ่มดังกล่าวนี้ได้รับการตั้งชื่อว่า "กลุ่มเสขิยธรรม"

          กลุ่มได้วางวัตถุประสงค์เอาไว้ในขั้นต้นว่า

          ๑. ประสานความร่วมมือให้เกิดความสามัคคีในหมู่พระนักพัฒนา ในอันที่จะนำไปสู่การพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่สูงขึ้น

          ๒. เสริมสร้างประสบการณ์ แลกเปลี่ยนทัศนะของการทำงานพัฒนา เพิ่มพูนทักษะของการทำงาน เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจในการมองปัญหาของสังคมไทยมากขึ้น

          ๓. ผลักดันกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งจะเริ่มสร้างงานพัฒนาของพระภิกษุสงฆ์ให้ขยายกระจายออกไปสู่สาธารณชนมากขึ้น

          ๔. พัฒนาคุณค่าด้านในของพระสงฆ์ให้มีพละอินทรีย์มากขึ้น ในการที่จะฝ่าฟันอุปสรรค เพื่อการแก้ไขปัญหาสังคมและปัญหาในทางจิตใจ

          ๕. ถ่ายทอดประสบการณ์และสร้างพระนักพัฒนารุ่นใหม่ที่มีคุณภาพ มารับช่วงสืบทอดงานของพระนักพัฒนารุ่นเก่า เพื่อที่ท่านเหล่านั้นจะสามารถมีโอกาสในการทำงานด้านการภาวนาเพื่อพัฒนาคุณค่าชีวิตมากขึ้น

          ๖. กระจายข่าวสารงานพัฒนาให้ขยายไปสู่ชุมชนมากขึ้น

          นอกจากนี้ ในแง่วัตรปฏิบัติพิเศษที่กำหนดให้ผู้เป็นสมาชิกกลุ่มต้องกระทำ คือการหลีกเว้นจากอบายมุขสมัยใหม่ อันได้แก่การงดเว้นจากการสูบบุหรี่ เครื่องดื่มชูกำลัง น้ำอัดลม สิ่งเสพติดให้โทษ และหลีกเลี่ยงการใช้ถุงพลาสติกและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากโฟม ซึ่งทั้งหมดที่เอ่ยถึงนี้ล้วนเป็นสาเหตุแห่งความเสื่อมโทรมทั้งในแง่ของรายกาย จิตใจ สังคม และธรรมชาติ

คณะกรรมการกลุ่มเสขิยธรรม

๑. พระไพศาล วิสาโล
๒. พระกิตติศักดิ์ กิตฺติโสภโณ
๓. พระชาย วรธมฺโม
๔. พระมหานิคม คุณสมฺปณฺโณ
๕. พระอธิการบุญมี ติสฺสโร
๖. พระชัยยน อาจาโร
๗. แม่ชีจุติภา ทรรพประสิทธิ์

ผู้มีความสนใจ ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่

--> ฝ่ายประสานงานกลุ่มเสขิยธรรม
๑๒๔ ซ.วัดทองนพคุณ ถ.สมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน กรุงเทพฯ ๑๐๖๐๐
โทรศัพท์ ๐๒–๘๖๓๑๑๑๘ โทรสาร ๐๒–๔๓๗๘๘๗๕
e-mail : seki@skyd.org

"

          ...พูดถึงกลุ่ม “เสขิยธรรม” ชื่อก็ตรงอยู่แล้ว เสขิยธรรม นั้นตัวศัพท์เอง หมายถึง ข้อปฏิบัติที่เรียกกันว่า เสขิยวัตร นั่นแหละ ในพระไตรปิฎก ท่านเรียก เสขิวัตรว่า “เสขิยา ธมฺมา” อย่างในบทสวด ปาติโมกข์ สรุปว่า “...เสขิยา ธมฺมา นิฏฺ€ิตา...”

          เสขิยธรรม แปลว่า ธรรมที่พึงศึกษาหรือต้องศึกษา แม้ว่าจะหมายถึง เสขิยวัตร แต่ตัวศัพท์เองมีความหมายกว้าง คือแปลว่าสิ่งที่จะต้องศึกษา ซึ่งหมายถึงอะไรก็ตาม ที่จะต้องเรียนรู้ฝึกหัดเพื่อพัฒนาทำชีวิตให้ดีงามขึ้น รวมเข้าใน “ไตรสิกขา” ทั้งสามด้าน ทั้ง ศีล สมาธิ ปัญญา...

"

พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต)
“เสมือนบทนำ” เสขิยธรรม ฉบับที่ ๔๒ ปีที่ ๙ กันยายน – ธันวาคม ๒๕๔๒ หน้า ๓


องค์กรสนับสนุน

ศพพ.>คณะกรรมการศาสนาเพื่อการพัฒนา (ศ.พ.พ.)

ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๒ มีวัตถุประสงค์เพื่อ

  • ประสานงานระหว่างบุคคล กลุ่มบุคคล และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับศาสนาและการพัฒนาเพื่อ ดำเนินงานร่วมกัน
  • แลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้ความเข้าใจ เรื่องศาสนา และการพัฒนา พร้อมทั้งศึกษาหาแนวทางร่วมกันในการทำงาน
  • ฝึกอบรมและสรรหาทรัพยากรบุคคลและวัสดุอุปกรณ์ เพื่อสนับสนุน ส่งเสริมหน่วยงานซึ่งต้องการการเกื้อหนุนดังกล่าว

กลุ่มพุทธทาสศึกษา > เสขิยธรรม


หน้าแรก | ข่าว-กิจกรรม | ชีวิตและผลงาน | บทความ | แฟ้มภาพ | วาทะพุทธทาส | >กลุ่มพุทธทาสศึกษา | จุดเชื่อมต่อ
Search WWW Search พุทธทาสศึกษา

สมุดเยี่ยม | แนะนำหน้านี้ให้เพื่อน | Site Map

Buddhadasa.org
กลุ่มพุทธทาสศึกษา ตู้ ปณ.๓๘ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๑๐
e-mail : admin@buddhadasa.org
.