|


จากคำบอกเล่าของคนใกล้ชิด
อรศรี งามวิทยาพงศ์ เรียบเรียงและบรรณาธิการ
จิรัฐติกาล จิตตวิสุทธิ ภาพประกอบ
คำนำ 
ท่านอาจารย์พุทธทาสมหาเถระไปตั้งสวนโมกขพลารามในปี
พ.ศ.๒๔๗๕ ท่านเป็นบุคคลร่วมสมัยที่เห็นวิกฤตการณ์ก่อนใคร ๆ เป็นเวลากว่าครึ่งศตวรรษที่ท่านพร่ำตะโกนบอกคนไทยเป็นทำนองว่า
"วิกฤตแล้วโว้ย ๆ" แต่ก็มีคนจำนวนน้อยเท่านั้นที่ได้ยิน เพราะกระแสวัตถุนิยมเชี่ยวกรากประดุจช้างตกมัน
เป็นไปทั้งโลก บัดนี้ประเทศไทยประสบความล่มสลายทางเศรษฐกิจอย่างไม่เคยประสบมาก่อน
และโลกทั้งโลกก็จะวิกฤตยิ่งขึ้น ๆ เพราะอย่างไร ปรัชญา "กำไรสูงสุด"
ก็ไปไม่ได้โดยไม่ก่อให้เกิดวิกฤตการณ์ เพราะ "กำไรสูงสุด" ไม่ใช่
"ความถูกต้องสูงสุด" ท่านอาจารย์พุทธทาสสอนเรื่องความถูกต้องสูงสุด
ในยามวิกฤตเช่นนี้
ถ้าหันไปศึกษาพุทธทาสธรรมกันให้มาก จะเกิดสติเกิดปัญญา อันจะนำไปสู่การแก้ปัญหา
ทั้งระยะใกล้และระยะไกล เนื่องในวันคล้ายวันเกิดของท่านอาจารย์พุทธทาสในวันที่
๒๗ พฤษภาคม ๒๕๔๑ นี้ คุณอรศรี งามวิทยาพงศ์ ผู้ซึ่งได้ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับคำสอนของท่านอาจารย์พุทธทาสไว้มาก
จนอาจเรียกว่าเป็นผู้ชำนาญในวิชาพุทธทาสศาสตร์ ได้รวบรวมเกร็ดธรรมะท่านอาจารย์พุทธทาสจากผู้ใกล้ชิดมาบันทึกไว้
เรื่องเหล่านี้เป็นเกร็ดจริง ๆ อย่างที่ชื่อหนังสือบอกไว้ ท่านอาจารย์พุทธทาสได้เรียบเรียง
"แก่นพุทธศาสน์" ไว้มาก ทั้งในชื่อนี้และชื่ออื่น ผู้ที่เคยศึกษาพุทธทาสธรรมมาแล้วอย่างโชกโชน
ถ้าอ่าน "เกร็ด" ก็เห็นองค์ท่านอาจารย์พุทธทาสเลย สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยสัมผัสพุทธทาสธรรม
ก็หวังว่าคงจะสาวจาก "เกร็ด" ไปหา "แก่น" และได้ประโยชน์ทางจิตวิญญาณลึกซึ้งยิ่ง
ๆ ขึ้นไป
มิติทางจิตวิญญาณเป็นคุณสมบัติทางความเป็นมนุษย์และมนุษย์ขาดมิติทางจิตวิญญาณไม่ได้
ถ้าขาดจะขาดความสมบูรณ์ในตัวเอง เมื่อขาดความสมบูรณ์ในตัวเองก็จะต้องไปหาสิ่งภายนอกมาเติม
เช่น ยาเสพติด ความต้องการทางเพศที่เกินเลยและความฟุ่มเฟือยต่าง ๆ แต่สิ่งเหล่านี้ก็ทดแทนมิติทางจิตวิญญาณไม่ได้
มนุษย์จึงยิ่งวิกฤตมากขึ้นเพราะสิ่งเหล่านี้
พุทธทาสธรรมนั้นเป็นไปเพื่อพัฒนาการทางจิตวิญญาณ
(Spiritual Development) ซึ่งเป็นพัฒนาการที่สำคัญที่สุด และเป็นพัฒนาการแห่งความเป็นมนุษย์
ท่านอาจารย์พุทธทาสได้ผลิตพุทธทาสธรรมไว้เป็นปริมาณมโหฬารรอให้ท่านมาลิ้มชิมรส
เพื่อจักรู้รสอร่อยของธรรมะด้วยตัวท่านเอง เราจักฟังคำบรรยายของรสอร่อยของแกงเท่าไร
ๆ เราก็ไม่รู้รสอร่อยนั้นจนกว่าจะชิมธรรมะนั้นมีรสอร่อย การรู้รสอร่อยของธรรมท่านเรียกว่าสันทิฐิโก
หรือการเห็นได้ด้วยตนเอง พุทธทาสธรรมเป็นสันทิฐิกธรรม
ประเวศ วะสี
๖ พฤษภาคม ๒๕๔๑
คำนำบรรณาธิการ 
วิกฤตการณ์รุนแรงอันรุมเร้าบ้านเมืองอยู่ในเวลานี้
ยิ่งทำให้เราเห็นถึงอัจฉริยภาพและคุณูปการของท่านอาจารย์พุทธทาสมหาเถระได้เด่นชัดมากยิ่งขึ้นอีก
เพราะเป็นเวลานับสิบ ๆ ปีมาแล้วก่อนที่เศรษฐกิจฟองสบู่จะแตกวินาศ ท่านอาจารย์ได้กล่าวเตือนซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า
สังคมจะถึงหายนะ เพราะมีทัศนะในการพัฒนามนุษย์และสังคมที่ผิด (มิจฉาทิฏฐิ)
ถึงแม้ว่าคำเตือนของท่านจะมีน้อยคนนัก ที่นำไปคิดไตร่ตรองตาม โดยเฉพาะหมู่ผู้มีอำนาจในบ้านเมือง
คำกล่าวของท่านอาจารย์จึงมิอาจยับยั้งหายนภัยที่เกิดขึ้นได้ในปัจจุบัน
แต่คุณูปการสำคัญยิ่งที่ทำให้เราโชคดีกว่าประเทศเพื่อนบ้านอื่น ๆ ที่เผชิญวิกฤตการณ์แบบเดียวกันก็คือ
สังคมของเรายังมีภูมิปัญญาจากพุทธธรรม อันมาจากการอุทิศตนศึกษาค้นคว้า
และก่อร่างสร้างฐานของขบวนการปฏิรูปพุทธศาสนาในนามสวนโมกข์ ด้วยความวิริยะอุตสาหะของท่านอาจารย์พุทธทาส
และสหายธรรมแห่งท่าน ทุนสำรองธรรมหรือเสบียงปัญญาเหล่านี้ จะเป็นประโยชน์อย่างอเนกอนันต์เมื่อบ้านเมืองอับจนทางออก
หรือหาทางเยียวยาบาดแผลจากมิจฉาพัฒนาไม่สำเร็จ มิหนำซ้ำยังเลวร้ายลงเป็นลำดับด้วย
ทุนสำรองทางความคิดนี้ จะช่วยให้เราไม่บาดเจ็บนานนัก มีโอกาสฟื้นตัวได้เร็วกว่าผู้ที่จะต้องตั้งต้นคลำหาทางออก
หรือหาทางออกจากทุกข์เหมือนชาติอื่น ๆ
ธรรมะของท่านอาจารย์พุทธทาสนั้น
จึงมิใช่มีขึ้นเพียงเพื่อเยียวยาความทุกข์ในชีวิตของปัจเจกชนเท่านั้น หากท่านยังสนใจใส่ใจ
และมีข้อเสนอแนะในการจัดสร้างสังคมที่มีธรรมด้วย ดังแนวคิดธรรมิกสังคมนิยม
ซึ่งท่านเสนอไว้ในยุคสมัยที่อุดมการณ์ทางการเมืองแยกเป็น ๒ ขั้ว สุดโต่ง
๒ ฝ่าย (ทุนนิยม / คอมมิวนิสต์) เป็นปฏิปักษ์หักล้างกัน อันมิใช่สภาวะจริงของธรรมชาติที่มีความเชื่อมโยงกันอิงอาศัยกัน
ถึงแม้จะแบ่งแยกแต่ก็เชื่อมโยงอย่างกลมกลืนกันทั้งหมด ธรรมะของท่านอาจารย์จึงมิใช่มุ่งเพียงช่วยปัจเจกชนให้หลุดพ้นจากทุกข์เฉพาะตนเท่านั้น
หากยังครอบคลุมไปถึงการจัดวางสังคมที่จะเป็นธรรมิกสังคมนิยม คือมีโครงสร้างระบบที่เป็นธรรม
มีอิสรภาพแต่ก็มีความเชื่อมโยงอิงอาศัยกันและกันด้วย และแน่นอนที่สุดคือ
ความสัมพันธ์ระหว่างธรรมะระดับปัจเจกและระดับสังคมนี้ จะต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
มิอาจแยกสนใจเพียงส่วนใดส่วนเดียว เพราะนั่นย่อมแสดงว่า เราเข้าไม่ถึงความจริงของโลกที่แท้
ว่าสรรพสิ่งสัมพันธ์กัน
หนังสือเกร็ดธรรมะจากเกร็ดชีวิตของพุทธทาสภิกขุ
: จากคำบอกเล่าของคนใกล้ชิดนี้ แม้โดยเนื้อหาจะเป็นเรื่องธรรมของปัจเจกชน
แต่หากไตร่ตรองให้ลึกซึ้งแล้ว เราย่อมจะเห็นว่า แท้ที่จริงแล้ว ธรรมวินัยของพระศาสดานั้น
มิใช่เรื่องของคน ๆ เดียว หากเป็นความเกี่ยวข้องระหว่างบุคคลกับบุคคล และบุคคลกับสังคม
ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ในลักษณะปฏิสัมพันธ์ ดังนั้น แม้ว่าหนังสือเล่มนี้จะจัดทำขึ้น
โดยมีเกร็ดชีวิตของท่านอาจารย์พุทธทาสมหาเถระเป็นสาระหลัก แต่ที่จริงแล้ว
ผู้จัดทำยังมุ่งหวังที่จะให้ผู้อ่านได้เห็นว่า ความเจริญงอกงามแห่งธรรมนั้น
นอกจากจะขึ้นจากเหตุปัจจัยหรือภูมิหลัง (กรรม) ของบุคคลแล้ว กัลยาณมิตร
สิ่งแวดล้อม ฯลฯ ล้วนเอื้อต่อการงอกงามแห่งสติปัญญาทั้งสิ้น ทำอย่างไรเราจึงจะสร้างกัลยาณมิตร
และสิ่งแวดล้อมทางสังคมและธรรมชาติที่ดีงามให้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง สังคมจำเป็นจะต้องมีโครงสร้าง
ระบบ และกลไก เครื่องมือ หรือการบริหารจัดการอย่างไร จึงจะเกิดสิ่งดังกล่าวได้
นี่คือประเด็นสำคัญประการหนึ่งของการจัดทำหนังสือเล่มนี้ เพราะเราแน่ใจว่า
ท่านอาจารย์พุทธทาสไม่พึงประสงค์ให้ใครมายกย่อง ยึดติด บูชาท่าน มากไปกว่าการสนใจศึกษาและปฏิบัติธรรมที่ท่านได้สร้างนำไว้ทั้งแก่บุคคลและสังคม
โดยเฉพาะในสถานการณ์วิกฤตการณ์ปัจจุบัน การยึดถือคนดีเพียงคนเดียว หรือการสร้างเสริมคนดีจำนวนหนึ่ง
คงไม่เพียงพอจะแก้หายนะของบ้านเมืองที่มีขนาดมหึมาและกำลังคืบคลานเข้ามาทุกขณะได้
เราจึงหวังที่จะให้เกร็ดชีวิตของท่านอาจารย์เล่มนี้ เป็นสื่อให้เราได้คิดกว้างคิดไกลดังเช่นกับที่ท่านอาจารย์คิดในปณิธาน
๓ ข้อของท่าน ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่และเรื่องเกี่ยวพันกับสังคมทั้งสิ้น
เรื่องราวที่นำเสนอทั้งหมดนี้
มาจากการเรียบเรียงเนื้อหาที่ถอดเทปจากการอภิปราย การสัมภาษณ์บุคคลตามที่กล่าวไว้ในวาระและโอกาสต่าง
ๆ กัน แม้ว่าจะมีการตรวจทาน ตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ ว่าถูกต้องแน่นอนแล้ว
แต่หากยังมีข้อผิดพลาดบกพร่องอันใดเกิดขึ้นโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ บรรณาธิการและผู้จัดพิมพ์ก็ขออภัยอย่างสูงมา
ณ ที่นี้ด้วย อย่างไรก็ตาม เรามั่นใจว่าเนื้อหาหลักทั้งหมดยังคงสาระถูกต้อง
ส่วนที่อาจจะมีผิดพลาดตกหล่น เป็นเพียงรายละเอียดปลีกย่อยเท่านั้น ซึ่งเรายินดีอย่างยิ่งที่จะน้อมรับเพื่อการแก้ไขปรับปรุงในโอกาสต่อไป
สุดท้ายนี้
อานิสงส์ใด ๆ ที่อาจจะบังเกิดมี จากการที่ท่านได้อ่านหนังสือเล่มนี้ คณะผู้จัดทำขอน้อมถวายเป็นอาจาริยบูชาองค์ท่านอาจารย์พุทธทาสมหาเถระ
ด้วยความสำนึกในพระคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ท่านมีต่อเราทุกคนและแก่สังคมโลก
และหวังว่าเราทั้งหลายจะนำสติปัญญาดังกล่าวมาร่วมกันถักทอให้เกิดเป็นภูมิปัญญาทางธรรม
เพื่อแก้ไขปัญหาทั้งของชีวิตตนเองและสังคม ตามปณิธานของท่านอาจารย์ด้วย
อรศรี งามวิทยาพงศ์
พฤษภาคม ๒๕๔๑
ข้อมูลที่ใช้ในการเรียบเรียง
- การเสวนา "เกร็ดชีวิตจากคนใกล้ชิดท่านพุทธทาส"
นำเสวนาโดย พระพรเทพ ฐิตปัญโญ
วันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๓๕
- การอภิปราย "เกร็ดชีวิตท่านอาจารย์พุทธทาส" โดย
พระครูปลัดศีลวัฒน์ (โพธิ์ จันทสโร)
พระสิงห์ทอง เขมิโย
นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
นายเมตตา พานิช
นายประชา หุตานุวัตร ดำเนินรายการ
วันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๓๗
- การสัมภาษณ์ พระพรเทพ ฐิตปัญโญ พระสิงห์ทอง เขมิโย และแพทย์หญิงเสริมทรัพย์
ดำรงรัตน์ ในเรื่องเกร็ดชีวิตด้านสุขภาพและกิจวัตรทั่วไปของท่านอาจารย์พุทธทาส
โดย นางสาวอรศรี งามวิทยาพงศ์
วันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๓๖
|