|


คำบอกเล่าของคนใกล้ชิด
อรศรี งามวิทยาพงศ์ เรียบเรียงและบรรณาธิการ
จิรัฐติกาล จิตตวิสุทธิ ภาพประกอบ
ภาค ๒ รวมธรรมจากคำบอกเล่า
ธรรมดาคือธรรม
คนจำนวนไม่น้อย จะรู้สึกว่าท่านอาจารย์เป็นคนพิเศษและสำคัญยิ่ง พยายามที่จะยึดท่านอาจารย์เป็นเหมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือบุคคลพิเศษ
ในขณะที่ท่านเองจะแสดงความเป็นธรรมดา ความเป็นปกติ พระอุปัฏฐากเล่าว่า
มักจะมีผู้มาพยายามขอเส้นผมที่ปลงแล้ว ฟันที่ถอน หรือของใช้ต่าง ๆ ของท่านอาจารย์
ด้วยจุดมุ่งหมายต่าง ๆ กัน เวลาท่านปลงผมเสร็จ ท่านอาจารย์จะสั่งให้กวาดทิ้ง
เอาน้ำสาดตาม แต่ก็มีบางครั้ง ท่านจะสั่งบอกว่า เอาเก็บให้เขาหน่อย รักษาน้ำใจ
คือมีผู้มากราบเรียนขอท่านเอาไว้ ซึ่งท่านจะดูเป็นกรณีไป แต่โดยมากแล้วคือทิ้ง
อดีตพระโกวิท
เขมานันทะ (ผู้ปั้นรูปพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์) ผู้ทำงานรับใช้ใกล้ชิดท่านอาจารย์มากในช่วงก่อสร้างโรงหนัง
เคยเล่าให้นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ฟังว่า คนที่ยึดติดกับความเคร่งแบบหลงติดนั้น
ท่านอาจารย์ถึงกับเคยพูดว่า "ถ้าเขาหาว่าเราเคร่งนัก ก็ฉันข้าวเย็นซะบ้างก็ได้"
และมีครั้งหนึ่ง ขณะที่พระโกวิทกำลังปั้นรูปอยู่ ปรากฏว่ามีเด็กมายิงนกที่ต้นกระท้อนหน้ากุฏิท่านอาจารย์
พระโกวิทปีนลงมาไล่เด็ก แล้วก็พูดบอกเด็กว่า มายิงนกในสวนโมกข์ได้ยังไง
เด็กก็เงอะงะแล้วก็วิ่งไป ปรากฏว่าท่านอาจารย์เดินออกมาบอกว่า เราสั่งให้ยิงเอง
ผู้ไล่เล่าว่าฟังแล้วช็อค ตกใจใหญ่ ว่าเอ๊ะ! ทำไมท่านอาจารย์เป็นอย่างนี้
แล้วท่านก็หัวเราะฮึ ฮึ บอกว่า มันมากินกระท้อนของเรา (หัวเราะ) ท่านจึงให้ยิงไล่
ไม่ใช่ยิงจริง ๆ คือภาพพจน์ของท่านอาจารย์ในความรู้สึกของเรานั้นสูงส่ง
นึกไม่ถึงเลยว่า จริง ๆ ท่านเรียบง่าย เป็นสามัญธรรมดา ไม่ได้วางตนให้ใครมาถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์อะไร
ความเป็นสามัญของท่านนี้ มันเหมือนกับคำจีนที่ว่า สูงสุดคืนสู่สามัญ
แล้วมีอีกครั้งหนึ่ง
ตอนที่น้ำอัดลมพวกโคล่าเป๊ปซี่เพิ่งจะมีใหม่ ๆ ก็มีคนนำมาถวายท่านอาจารย์
พระโกวิทเข้าไปบอกท่านว่า พวกโคล่านี่น่ะมีคาเฟอีน ทำให้เสพติดได้ ท่านก็หัวเราะฮึ
ฮึ อีก บอกว่าเออ! ดี มันจะได้โง่ซะมั่ง ฉลาดนักก็ไม่ดี จะเห็นว่าท่านจะคิดอะไรให้เป็นธรรมดา
ไม่ให้ติดหรือหลงดี
(นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ : ผู้เล่า)

|