|


คำบอกเล่าของคนใกล้ชิด
อรศรี งามวิทยาพงศ์ เรียบเรียงและบรรณาธิการ
จิรัฐติกาล จิตตวิสุทธิ ภาพประกอบ
ภาค ๒ รวมธรรมจากคำบอกเล่า
ความประหยัดจากใจ
สัยความประหยัดของท่านอาจารย์พุทธทาสนั้น เป็นที่รับรู้อย่างชัดเจนและเห็นพ้องต้องกันในหมู่ผู้ใกล้ชิด
ท่านอาจารย์เองเคยเล่าไว้ในหนังสืออัตชีวประวัติ เล่าไว้เมื่อวัยสนธยาว่า
ลักษณะนิสัยดังกล่าวรับถ่ายทอด และฝึกฝนมาจากโยมมารดาของท่านตั้งแต่เด็ก
มีผลให้ท่านเป็นผู้ที่เห็นคุณค่าในสิ่งที่ใช้และมีความละเอียดลออรอบคอบอีกด้วย
ท่านอาจารย์โพธิ์พูดถึงเรื่องความประหยัดของท่านอาจารย์พุทธทาสว่า
"อาตมาเห็นว่าท่านประหยัดทุกเรื่อง ท่านพูดชัดเจนว่า ทำอะไรต้องประหยัดให้มากที่สุด
ความเป็นอยู่ของท่านอาจารย์ เราจะเห็นว่าท่านประหยัดมาก อาหาร ที่อยู่
ที่หลับที่นอน อะไร ๆ ก็เรียกว่าไม่ต้องใช้ของแพง มีอะไรใช้ได้ก็ให้ใช้
อะไรที่ยังใช้ได้ก็ไม่ค่อยจะรื้อทิ้ง พยายามที่จะรักษาและใช้มันก่อน ท่านมีนิสัยอย่างนี้ตลอดเวลาเท่าที่อาตมาสังเกตเห็นจากท่าน"
ในขณะที่
พระสิงห์ทอง เขมิโย พระอุปัฏฐาก เล่าว่าท่านเองได้รับการฝึกฝนเรื่องดังกล่าวจากท่านอาจารย์โดยตรง
จากวิธีการใช้ห่อพัสดุต่าง ๆ คือ "ห่อพัสดุหรือห่ออะไรที่เขาส่งมาถึงท่าน
ท่านอาจารย์จะบอกอาตมา ไม่ให้ฉีกไม่ให้ตัด ท่านจะให้แก้ออก โดยเอาส้อมแทงเข้าไปในเชือกที่เขาผูก
แล้วก็แก้ออกมา เพื่อจะเอาไปใช้ได้อย่างเดิมอีก คือท่านจะไม่เคยให้ซื้อของใช้ที่เป็นพวกวัสดุห่อของ
กระดาษ เชือก เลย เพราะจะมีครบหมดเลย เวลาจะห่อของให้ใคร หรือส่งอะไรก็แล้วแต่
จะเอาวัสดุที่เขาใช้ส่งมานั่นแหละ ห่อกลับคืนไปให้เขาอีกทีหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องไปซื้อ
ไปหาที่อื่นอีก ใช้การเก็บเอาจากของเดิมนั้นเอง ท่านหัดเรามาอย่างนั้น
ให้ทำอย่างนี้ ๆ โดยท่านจะแนะนำจนกว่าเห็นว่าเราจะทำเป็น ท่านจึงวางมือ
ให้เราจัดการต่อ"
การใช้เครื่องนุ่งห่มของท่านก็ประหยัดมาก
ถ้าต้องรับแขกหรือในพิธีการ เช่น รับเสด็จสมเด็จพระ-สังฆราช รับถวายปริญญาบัตร
อะไรต่าง ๆ ท่านก็จะนุ่มห่มผ้าเก่า บอกว่าสบายตัว ท่านจะใช้จนเก่ามาก ขนาดว่าเปื่อยจนนั่งขาด
ทำอะไรไม่ได้แล้วจึงจะทิ้ง ทำอย่างนั้นทุก ๆ ผืน อย่างผ้าสรงน้ำของท่านนั้น
ใช้เก่าจนขนาดตากไว้ มีคนแถวกุฏิที่ไม่รู้ ถือวิสาสะเข้ามาหยิบไปใช้ นึกว่าเป็นผ้าขี้ริ้ว
เราต้องไปวิ่งตามเอาคืน บอกว่าเป็นผ้าสรงน้ำของท่านอาจารย์ ผ้าอย่างดีที่มีคนเอามาถวาย
ท่านก็ไม่ใช้ แต่จะเอาชนิดปานกลางพื้น ๆ เท่านั้น"
พระเลขานุการ
พระพรเทพ ฐิตปัญโญ ซึ่งใกล้ชิดในการทำงานเล่าว่า "ในการทำงานท่านอาจารย์ใช้ข้าวของประหยัดมากอย่างไม่น่าเชื่อเลย
อย่างพิมพ์จดหมาย ซึ่งต้องพิมพ์ก๊อบปี้ด้วย เมื่อพิมพ์เสร็จ ท่านอาจารย์อ่านทวนใหม่
แล้วบอกว่าน่าจะเปลี่ยนตรงนี้อีกหน่อย อาตมาบอกท่านว่า เดี๋ยวผมพิมพ์เปลี่ยนให้ใหม่
ท่านไม่เอา บอกว่าเสียดายกระดาษ มันพิมพ์ไปแล้ว ผิดอย่างนี้ ช่างมันเถอะ
เราก็พยายามคะยั้นคะยอท่าน บอกท่านอาจารย์ครับ ผมพิมพ์แก้ใหม่ให้ครับ คะยั้นคะยอเท่าไร
ท่านก็ไม่พิมพ์ใหม่ บอกว่าปล่อยผิดอย่างนี้ไป อย่างมากก็ให้เขาคิดว่าเราโง่
ดีกว่าเสียกระดาษ เสียพลังงาน เสียทรัพยากร ก็ส่งไปอย่างนั้น ถ้าเป็นเราเอาใหม่แล้วใช่ไหม
แต่บางงานท่านก็ให้พิมพ์ใหม่เหมือนกัน แล้วแต่กรณีและความเหมาะสม คือถ้าไม่จำเป็นท่านจะยึดหลักประหยัดไว้ก่อน
อย่างกระดาษหรือสมุดโน้ตใหม่
ๆ ดี ๆ ท่านไม่ค่อยได้ใช้หรอก เคยถามท่านเหมือนกัน ท่านอาจารย์บอกว่ามันดีเกินไป
เสียดาย แล้วท่านไปโน้ตใส่อะไรรู้ไหม? ท่านใช้กระดาษซองจดหมายที่คนส่งมานั้นแหละ
ใช้ด้านหลังที่ว่าง แล้วก็กระดาษปฏิทิน ที่ท่านฉีกแล้วห้ามทิ้งนะ ท่านจะสั่งว่า
คุณเอามาเก็บตรงนี้ แล้วท่านก็เอาด้านหลังมาโน้ตอีก แล้วข้อความสำคัญทั้งนั้นเลยนะที่โน้ตในเศษกระดาษพวกนั้นน่ะ
เดี๋ยวนี้ก็ยังอยู่ มีเป็นกล่อง ๆ เลย ท่านเป็นคนประหยัดขนาดนี้ ประหยัดมาก
บนโต๊ะทำงานซึ่งเป็นโต๊ะฉันของท่านด้วยนั้น
พอท่านฉันอาหารเสร็จ กระดาษชำระที่ใช้แล้วก็เอามาเช็ดโต๊ะ แล้วจึงทิ้ง
มีบางครั้งท่านเช็ดแล้วไม่ทิ้ง เราไปเห็นเข้า เราบอกท่านอาจารย์ครับ อันนี้ทิ้งนะครับ
ท่านบอกไม่ทิ้ง มันไม่เลอะอะไร เอาเช็ดน้ำเฉย ๆ ให้เอาไว้ตรงนั้น เดี๋ยวมันแห้ง
เอามาเช็ดได้ใหม่ ท่านประหยัดและละเอียดขนาดนี้เลย ปกติพวกเรานั้น เช็ดทิ้ง
ๆ"
เรื่องการติดเครื่องปรับอากาศในห้องพักของท่านอาจารย์
ได้มีผู้เสนอไว้หลายครั้ง แต่ท่านปฏิเสธตลอด บอกว่าไม่เหมาะไม่ควร จนกระทั่งเมื่อท่านมีปัญหาสุขภาพ
แพทย์แนะนำว่าต้องติดเครื่องปรับอากาศในห้องของท่าน เพราะถ้าอากาศร้อนจัด
และท่านเสียเหงื่อมาก ๆ จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เมื่อกราบเรียนความจำเป็นในเรื่องนี้
ท่านจึงอนุญาต แต่เอาเข้าจริง ๆ ท่านก็ไม่ค่อยเปิดใช้ นายเมตตา พานิช หลานชายของท่านเล่าว่าเคยมาพบเมื่อท่านเรียกหา
เห็นท่านอาจารย์เปิดพัดลมแทนเปิดเครื่องปรับอากาศ จึงกราบเรียนถามท่านว่า
ทำไมไม่เปิดแอร์ ท่านอาจารย์บอกสั้น ๆ เพียงว่า "มันเปลือง"

|