||\\พุทธทาสศึกษา : ศึกษาเพื่อสืบสานปณิธานพุทธทาส บทความที่น่าสนใจ
หน้าแรก | ข่าว-กิจกรรม | ชีวิตและผลงาน | >บทความ | แฟ้มภาพ | วาทะพุทธทาส | กลุ่มพุทธทาสศึกษา | จุดเชื่อมต่อ

สุกรยักษ์คำกลอน

 

ภิกษุพาล ย่อมปรารถนา ความสรรเสริญ อันไม่มีในตนด้วย, ปรารถนา ความเป็นหัวหน้าใหญ่ ในหมู่ ภิกษุทั้งหลาย ด้วย, ปรารถนาความเป็นใหญ่ ในอาวาสทั้งหลายด้วย, ปรารถนาการบูชา ในตระกูลอื่น ๆ ด้วย, ความดำริว่า "คฤหัสถ์ และบรรพชิต ทั้งสองพวก จงสำคัญกิจที่บุคคลอื่นทำแล้วว่า อันเราเท่านั้นทำ, คฤหัสถ์ และบรรพชิต จงเป็นไปในอำนาจของเราคนเดียว ในกิจน้อยใหญ่ใด ๆ" ดังนี้ย่อมเกิดขึ้นแก่ภิกษุพาล ความอยาก และมานะย่อมเจริญแก่เขา.ฯ

พาลวรรค ธรรมบท

 

พากยบาลี

(จากสุมังคลวิลาสินี ภาค ๒ หน้า ๓๔๑)

      ยถา —
                วาเมน สูกโร    โหติ ทกฺขิเณน อชามิ โค
                สเรน เอฬโก    โหติ วิสาเณน ชรคฺคโว ต

อยํ สูกรยกฺโข สูกรทิสฺวา สูกรสทิสํ วามปสฺสํ ทสฺเสตฺวา เต คเหตฺวา ขา ทติ, อชมิเค ทิสฺวา ตํสทิสํ ทกฺขิณปสฺสํ ทสฺเสตฺวา เต คเหตฺวา ขาทติ, เอฬกวจฺฉเก ทิสฺวา วจฺฉรวํ วิรวนฺโต เต คเหตฺวา ขาทติ, โคเณ ทิสฺวา เตสํ วิสาณสทิสานิ วิสาณานิ มาเปตฺวา เต ทูรโตว โคโณ วิย ฑิสสตีติ เอวํ อุปคเต คเหตฺวา ขาทติ; เตสํ วาจา กาเยน กาโย จ วาจาย น สเมตี ติ.

 

ภาคทั่วไป

คำแปลเนื้อความในบาลี

      อมนุษย์ตนหนึ่ง :
                ข้างซ้ายเป็นสุกร     ข้างขวาเป็นแพะ
                เสียงร้องเป็นแกะ     มีเขาเหมือนวัวแก่ — ดังนี้.

สุกรยักษ์ตัวนี้ ครั้นเห็นสุกร ก็หันสีข้างข้างซ้ายให้เห็น เข้าไปจับสุกรกินเสีย, ครั้นเห็นแพะ ก็หันขวาเข้าไป จับกินเสีย, ครั้นเห็นลูกแกะ ก็ร้องขึ้นเหมือนแกะ จับลูกแกะที่หลงเข้ามาใกล้กินเสีย, ครั้นเห็นวัว ก็แสดงเขา ให้วัวเห็นแต่ที่ไกล จับวัวที่หลงเข้ามาใกล้กินเสีย......ข้อนี้ฉันใด,
วาจาของเขาผู้ล่อลวง ย่อมไม่เสมอ(คือตรง) กับกาย,
และกายของเขาก็ไม่เสมอกับวาจา ฉันนั้น.

 

สุกรยักษ์คำกลอน*

"ใคร ๆ"** ประพันธ์

(สำหรับท่องบ่นเป็นเกราะกันภัยของคนซื่อจนตกเป็นเหยื่อของคนคดโกง)

    ธรรมะ เหมือนป้อม ปราการ     ป้องกันหมู่มาร
    ดุจกระดอง คุ้มเต่า ตามจน.

    แต่ผู้  หย่อนปัญ  ญายล      ตกเป็นเหยื่อคน
    ลวงโลก  โดยอ้าง  อิงธรรม

    เท่านี้  ก็มี  เงื่อนงำ      สอนให้เราสำ-
    นึกได้  สองแง่  แค่กัน.

    หนึ่งคือ  ธรรมเป็น  เกราะกั้น     สวมเสื้อธรรมพลัน
    ก็ผ่อง ก็พ้น ภัยพาล.

    อนึ่งส่วน  ชนเหล่า  เผ่ามาร     "สวมเสื้อธรรม"ผลาญ
    ชาวโลก  หลงลิ้น  สิ้นตัว.

    ดูเถิด !  ธรรมนี่  น่าหัว-     เราะให้ระรัว
    ฟังดู  สองศัพท์  กลับกัน :

    สาธุชน  ยามสวม  เสื้อธรรม์     ทุกคนสุขสันติ์
    โลกไม่  ถูกหลอก  ชอกช้ำ.

    ทุรชน  ผิสวม  เสื้อธรรม     โลกก็ระส่ำ
    ระสาย  เพราะหนอน  บ่อนใน ฯ

    ก็จิต  นี้มี  กลไก     กลอกกลับได้ไว
    ดุจมี  อโตมติค  ในตน.

    เราท่าน  ควรบัง  คับกล     คุมให้จิตยนต์
    หมุนมา  แต่ข้าง  ทางดี.

    เพราะเมื่อ  หมุนทาง  ข้างกลี     ธรรมที่เคยมี
    จักหนี  จักหน่าย  หายสูญ.

    อธรรมะ  เข้างำ  มากมูล     ความระยำสัมบูรณ์
    ก็คิด  ปลิ้นปลอก  ปอกชน.

    เฉกเช่น  นักบวช  บางคน     แรกบวชอวดตน
    ว่าหวัง  นิพพาน  ฐานสูง.

    บวชหน่อย  ลาภสัก  การจูง     ลืมความหวังสูง
    มีจิต  แน่วแน่  แส่กาม

    ผ้าเหลือง  เป็นเครื่อง  มืออร่าม     หากินอย่างงาม :
    เขาถวาย  แล้วไหว้  อีกที !

    ได้มาก  ความอยาก  ยิ่งทวี     อยากได้ ดี ๆ
    งาม ๆ  แปลก ๆ  แผกอื่น.

    อยากได้  ดั่งไฟ  อยากฟืน     ได้อีก กี่หมื่น
    กี่แสน  ก็อยาก  อย่างเดิม.

    ยิ่งได้  น้ำใจ  ยิ่งเหิม     ดุจไฟ ฟืนเติม
    ยิ่งลุก  ยิ่งฮือ;  มือกาง —

    ใคร่ได้  ทุกทิศ  ทุกทาง     จึ่งได้ คิดวาง
    อุบาย  เพื่อได้  ทุกวิธี.

    เรื่องราว  กล่าวใน  คัมภีร์     อาจารย์ท่านชี้
    อรรถให้  เห็นด้วย  นิทาน :—

        ยังมี   ยักษีสัตว์     สารพัด  จะชำนาญ
        เลบงหา  ซึ่งอาหาร     ได้ทุกท่า  น่าพรั่นใจ.

        เพราะมันมี  วิกัติกาย     ที่ยักย้าย  ได้ฉับไว
        ซีกขวา  เป็นแพะใหญ่     ณ ซีกซ้าย  เป็นสุกร.

        เสียงร้อง  เหมือนลูกแกะ     ที่ยังและ  เล็มหญ้าอ่อน
        เขาโง้ง  มีปลายงอน     เหมือนโคเฒ่า  จุ่งเข้าใจ.ฯ

        ยามเห็น  ฝูงสุกร     ก็ค่อยจร  เอาซ้ายไป
        จวบเข้า  ระยะใกล้     บ่หนีทัน  ก็กินเสีย.

        เห็นแพะ  และเล็มหญ้า     มันหันขวา  เข้าคลอเคลีย
        ได้ท่า  มันฆ่าเสีย     อย่างง่าย ๆ  สบายเหลือ.

        เห็นแกะ  แวะเข้าซุ่ม     ณ สุมทุม  ลับตาเหยื่อ
        ส่งเสียง  อยู่เป็นเบือ     ให้ลูกแกะ  แวะมาหา.

        จนใกล้  ไม่หนีทัน     ก็เสร็จมัน  ทุกครั้งครา
        เห็นโค  ที่ริมป่า     ก็หมอบอยู่  แต่ชูเขา.

        ฝูงโค  ไม่เพ่งพิศ     สำคัญคิด  ว่าเพื่อนเรา
        เข้าใกล้  หมายคลอเคล้า     ถูกจับเอา  เป็นอาหาร. ฯ

        ครองทั่ว  "โจรตัวเหลือง"     พินิจเรื่อง  ก็ปูนปาน
        จับเหยื่อ  กินหวานหวาน     สำเร็จได้  ทุกรายไป :

        พ่อแก่  แม่เฒ่านั้น     เมาสวรรค์  หลงกันใหญ่
        ขรัวเทศน์  โอ้โลมไป     เรื่องบันได  สู่สวรรค์.

        "ให้ทาน,  ทำบุญเข้า     เรือกสวนเอ้า,  ขายตะบัน
        ทำบุญ  กับพวกฉัน     ไม่มีตก  นรกเว้ย !

        ดับจิต  มีรถรับ     จุติวับ  สวรรค์เลย
        พ่อคุณ  แม่คุณเอ๋ย     พระคัมภีร์  นี้รับรอง.

        วิมานเงิน  วิมานแก้ว     สุกใสแจ๋ว  ที่นอนทอง
        ของทิพย์  เป็นกอง ๆ ฯลฯ     นึกอย่างไหน  ได้ทันที.

        นางฟ้า  น่าโอบอุ้ม      เทพบุตรหนุ่ม  โสดสวยดี
        เอาสัก  กี่คนมี     ให้จนพอ  ขอประกัน.

        เทพบุตร  ให้เรือนร้อย     ส่วนนางฟ้า  ให้เรือนพัน
        หนุ่ม ๆ, สาว, ทั้งนั้น      ไม่มีแก่  จงแน่ใจ."

        โง่เง่า  ชาวบ้านนอก     ฟังขรัวบอก  กระเลียใจ
        ขายนา  มาไว ๆ     สร้างกุฏิใหญ่  มโหฬาร.

        ของใช้  แลของกิน     จัดให้สิ้น  ดูตระการ
        ขรัวนั่ง  ฉันหวาน ๆ     ส่วนชาวบ้าน  กลืนฝืดคอ.

        "ชาตินี้  ทนอดเปรี้ยว     ชาติหน้าเชียวหวานให้พอ!"
        แม้อยาก น้ำลายสอ     สู้อดไว้ ถวายขรัว.

        สุกรที่กล่าวไว้     ก็เปรียบได้  กับผู้มัว--
        เมาสวรรค์  จนลืมตัว     จะล่อนจ้อน  ก็ห่อนเห็น

        แพะเล่า  เปรียบเหมือน     คนหนวดยาวจน  จะตายเย็น
        ตายพรุ่ง  ก็แค่นเข็น     ให้เขาคิด  พิธีกัน.

        ขรัวเห็น  ว่าโง่งม     รับสมสอด  ขึ้นทันควัน
        "ทำบุญต่อ  อายุ, ท่าน !     อยู่อย่างน้อย  ก็ร้อยปี."

        คนทุกข์  เพราะกลัวตาย     ย่อมเชื่อง่าย  กระไรนี่
        หลอกกัน  อย่างนั้นนี้     เพราะหลงเชื่อ  เป็นเหยื่อโจร.

        ทำปริตต์  ป้องกันภัย     น้ำมนต์สาด  อุบาทว์โผน
        คนขลาด  เขาปลอบโยน     ว่าไม่ตาย  ก็คลายใจ.

        ยกให้  ไม่เสียดาย     ยิ่งกลัวตาย  ยิ่งให้ใหญ่
        หลายวิธี  ที่ขรัวได้     ทั้งไพร่นาย  และมีจน. ฯ

        แกะเปรียบ  คนชอบคบ     พระประจบ  ประแจงตน
        ยิ่งยอ  และง้องน     ก็ยิ่งเพลิน  เจริญใจ.

        ขรัวพี่  มีลิ้นหวาน     ก็เทศน์หว่าน  ล้อมเข้าไป
        ติดกัณฑ์  เสียยกใหญ่     ขรัวยิ่งยอ  ให้พอแรง.

        ติดตลก  ไปในตัว     เรื่องรักโศก  ก็มีแสดง
        เล่นลิ้น  ได้แผลง ๆ     ฉลาดหา  มาล่อโยม.

        ครั้งพ่อ  หรือแม่ตาย     นิมนต์ขรัว  มายอโฉม๑๐
        คนตาย  จะโสมม     หรือโง่เง่า  ไม่เข้าใจ.

        ขรัวยอ  เสียเลิศลบ     คุณธรรมครบ  ทุกข้อไป
        ไม่มี  ธรรมข้อไหน     ที่ขรัวไม่  หว่านล้อมมา–

        บรรจุ  ในผู้ตาย     จนสมหมาย  ไปทุกท่า
        เจ้าภาพ  หน้าบานร่า–     เริงใจโข;  โชว์คนตาย !

        แขกเหรื่อ  ก็พอใจ     นิยมใหญ่  พิธีกลาย
        เป็นเมื่อ  ใครล้มตาย     ต้องตามขรัว  มาโอดครวญ.

        ดูรา  เพื่อนข้าเอ๋ย     สุกรยักษ์  มันเข้ากวน
        กินได้  แนบเนียนถ้วน     ทุกทั่วหน้า  ประชากร,

        วัวอ้วน  ควรจะหมาย     ถึงคุณนาย  มีเงินนอน
        ไร่นา  แลอาภรณ์     ทั้งทีท่า  สง่างาม.

        เป็นหม้าย  หรือไม่หม้าย     ถ้าใจใหญ่  ก็ต้องตาม
        ลักษณะ  ของเนื้อความ     บ่งถึงวัว  ตัวอ้วนมัน.

        แม่หม้าย  ยิ่งง่ายมาก     ไม่มีขวาก  หรือรั้วกัน
        ไม่หม้าย  ถ้างงงัน     ก็เหมือนหม้าย : ยอมหน่ายผัว.

        ขรัวพี  มีความรู้     เป็นเจ้าชู้  จนอยู่ตัว
        หน้าด้าน  เหมือนหนังวัว     ชำนาญขับ  ให้จับจิต.

        ป้อยอ  ให้เมาบุญ     พอเคยคุ้น  ก็สมคิด
        เชิญชวน  สหายมิตร     มารู้จัก  เป็นพรรคผอง.

        คุณนาย  หลงจ่ายทรัพย์     ขรัวพีรับ  มารวมกอง
        เหมาะท่า  ถ้าเข้าครอง     ได้ทั้งสิ้น  ก็ "กิน" พลัน.

        ร่วมรัก  ทั้งเพศเหลือง     ไม่คิดเปลื้อง  เสียดายมัน !
        เป็นเครื่อง  มือสำคัญ     เคยใช้ "ฟลุ๊ก" ได้ทุกเพลง.

        จับเหยื่อ  กินมามาก     จนออกปาก  ชมตัวเอง
        เปลื้องเสีย  ก็สิ้นเก่ง     สุกรยักษ์  จักอดตาย !

    ดูรา  เพื่อนข้า  หญิงชาย     จงแคลงแหนงหน่าย
    หลบหน้า  สัตว์นี้  หนีหัน.

    มิฉะนั้น  เชิญช่วย  ปราบมัน     โดยบอกเล่ากัน
    ให้รู้จักเล่ห์  โกงกล.

    ที่มัน  เคยใช้  ปอกชน     หลงสัทธาขวน-
    ขวายทำ  เพราะเขลา  เมาบุญ.๑๑

    หากใคร  หลงเอื้อ  เจือจุน     ก็เท่ากับหมุน
    กำลัง  สัตรู  ผู้ผลาญ-

    สาสนา  ล่มแตก  แหลกลาญ     เร็ว ๆ เถิดท่าน
    ช่วยกัน  กำราบ  ปราบหนอน-

    บ่อนไส้  สูบเลือด  เดือดร้อน,     สงบแล้วจักนอน
    สุขได้  ด้วยบุญ๑๒  หนุนเอย.

สวัสดี !

      * ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์พุทธสาสนา ปีที่ ๔ เล่ม ๑ พฤษภาคม ๒๔๗๙
    ** เป็นนามปากกาหนึ่งที่ใช้ในการประพันธ์ ของ พุทธทาสภิกขุ
    ๑ มีคุณธรรมประดับตัวเอง.
    ๒ เอาธรรมบังหน้าลวงโลก
    ๓ เครื่องกลไกที่กลอกได้ในตัวเองเสร็จทุกท่า.
    ๔ เลวทรามระยำ.
    ๕ เมื่อจะบวชกล่าวว่า บวชเพื่อพ้นทุกข์.
    ๖ ของชอบใจ
    ๗ วิกัติ - แปลก ๆ, หลาก ๆ.
    ๘ หมายเฉพาะนักบวชลวงโลกโดยใช้ผ้าเหลืองเป็นเครื่องมือ.
    ๙ เอาความว่า แก่.
    ๑๐ เทศน์ความดี ของคนตาย.
    ๑๑ บุญปลอม
    ๑๒ บุญแท้จริง

    ขอขอบคุณ "สมาคมคนน่ารัก" สำหรับข้อมูลในการจัด

ขึ้นด้านบน

 

บทความที่น่าสนใจ > คณะสงฆ์ > สุกรยักษ์คำกลอน


หน้าแรก | ข่าว-กิจกรรม | ชีวิตและผลงาน | >บทความ | แฟ้มภาพ | วาทะพุทธทาส | กลุ่มพุทธทาสศึกษา | จุดเชื่อมต่อ
Search WWW Search พุทธทาสศึกษา

สมุดเยี่ยม | แนะนำหน้านี้ให้เพื่อน | Site Map

Buddhadasa.org
กลุ่มพุทธทาสศึกษา ตู้ ปณ.๓๘ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๑๐
e-mail : info@buddhadasa.org
.