||\\พุทธทาสศึกษา : ศึกษาเพื่อสืบสานปณิธานพุทธทาส บทความที่น่าสนใจ
หน้าแรก | ข่าว-กิจกรรม | ชีวิตและผลงาน | >บทความ | แฟ้มภาพ | วาทะพุทธทาส | กลุ่มพุทธทาสศึกษา | จุดเชื่อมต่อ

บันทึกผู้รวบรวม

ที่สวนโมกข์ ในวันที่ผู้คนไม่พลุกพล่าน เมื่อมีโอกาสมีเวลาว่างจากหน้าที่การงาน ข้าพเจ้ามักจะไปเดินเล่นที่โบสถ์บนเขาพุทธทอง ที่นั่นข้าพเจ้าจะได้สัมผัสกับความสงบสุขความโปร่งเบาในใจ, และอีกที่หนึ่งที่ข้าพเจ้ามักจะได้รับความรู้สึกอันพิเศษคือ ที่ลานหินโค้ง ยามเช้าเมื่อแสงสีทองอาบแนวป่า ลานหินโค้งที่ไร้ผู้คน เป็นที่ที่เปี่ยมล้นไปด้วยความงามอันสงบ ซึ่งเป็นความงามที่มักจะตรึงเท้าของข้าพเจ้าให้หยุดยืนชื่นชมอยู่เสมอ.

          สิ่งต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ในสวนโมกข์ เป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นภาพผู้สร้างว่า เป็นผู้เข้าใจอย่างลึกซึ้งในสุนทรียภาพเพียงใด, นี่เป็นสาเหตุประการหนึ่ง ที่ทำให้ข้าพเจ้ารวบรวมข้อเขียนคำบรรยายเกี่ยวกับศิลปะ ของท่านอาจารย์พุทธทาสชุดนี้ สาเหตุประการที่สองที่ข้าพเจ้าสนใจทำเรื่องนี้คือ เมื่อข้าพเจ้าอยู่ที่สวนโมกข์และเมื่อย้ายออกมาแล้วก็ตาม ข้าพเจ้าต้องอ่านและต้องค้นเรื่องต่าง ๆ จากธรรมโฆษณ์อยู่บ่อยครั้ง และมักจะพบข้อความที่ท่านอาจารย์พูดถึงเรื่องศิลปะอยู่เสมอ และเมื่อได้ค้นอย่างจริงจังก็พบว่าสิ่งที่ท่านพูดไว้มีมากพอที่จะทำเป็นหนังสือสักเล่ม.

          เมื่อข้าพเจ้าหันมาสนใจศึกษาศิลปะมากขึ้น ข้าพเจ้าก็พบว่าแนวคิดในการทำงานศิลปะโดยส่วนใหญ่อิงแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ จิตวิทยา หรือปรัชญาตะวันตกเสียเป็นส่วนใหญ่ มีน้อยมากที่อิงแนวคิดแบบพุทธ และที่อ้างอิงก็มีไม่น้อยที่ไปจับเอาส่วนที่ไม่สลักสำคัญของพุทธศาสนา สิ่งที่เกิดขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นสถานการณ์ที่แท้จริงของพุทธศาสนาในเมืองไทยได้อย่างดี เพราะศิลปะในทุก ๆ แขนงนั้น จะสะท้อนสิ่งที่สังคมคิดและเชื่อได้ดีกว่าอย่างอื่น และอาจจะดีกว่าประวัติศาสตร์ที่เขียนขึ้นเสียอีก.

          เมื่อหันกลับไปดูอดีตเช่นในยุคสุโขทัย เราก็จะพบกับศิลปะที่สะท้อนให้เห็นคุณธรรม ความเชื่อ ความศรัทธา และความสุขของสังคมในยุคนั้น ข้าพเจ้ามิได้หมายความว่า ให้เราหันกลับไปลอกเลียน หรือหันกลับไปสร้างงาน ตามแบบของศิลปะในอดีต เราจำเป็นต้องมีศิลปะที่เหมาะสมกับยุคของเรา เพียงแต่ว่าศิลปะในยุคเรา ควรจะสะท้อนคุณธรรมหรืออุดมคติ ดังที่บรรพบุรุษเคยได้กระทำมา คำถามก็มีอยู่ว่า การที่ศิลปะในยุคเราไม่สามารถสะท้อนสิ่งเหล่านั้นออกมา เป็นเพราะว่าเราไม่มีคนที่มีคุณธรรมเทียมเท่ากับคนในยุคนั้นแล้ว หรือว่าเราไม่มีปัญญาเท่ากับคนในยุคนั้น หรือสิ่งที่คนยุคนั้นเข้าใจ สิ่งที่คนยุคนั้นรู้ ได้สูญสิ้นไปจากสังคมเราแล้ว หากมี เหตุไฉนศิลปะร่วมสมัยจึงไม่สามารถสะท้อนมันออกมาได้ หรือว่าเรากำลังสับสนในรากเหง้าของตัวเอง ความเป็นพุทธที่ฝังอยู่ในสายเลือดได้สูญสิ้นไปแล้ว เจือจางไปแล้ว เพราะเราไปรับเอาแนวคิดจากตะวันตกมากเกินไป.

          หากเราจะมองไปที่แนวคิดในการสร้างงานศิลปะ เราจะพบว่าศิลปะตะวันออกกับตะวันตก มีความแตกต่างกันมาก แม้ว่าทั้งสองจะได้รับอิทธิพลจากกันและกัน เช่นการที่ศิลปะญี่ปุ่นเข้าไปมีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลง ของวงการศิลปะ ในยุคอิมเพรสชันนิสต์เป็นต้น แต่โดยส่วนใหญ่แนวคิดสำคัญ ๆ ก็ยังมีความแตกต่างกัน เช่นการที่ศิลปินตะวันตก หรือผู้สมาทานศิลปะแบบตะวันตก สร้างงานสนองอัตตาของตัวเอง เขาต้องยิ่งใหญ่กว่าศิลปินที่เคยทำมาแล้ว เขาจะพยายามโต้แย้งและหักล้างสิ่งที่คนรุ่นก่อนได้กระทำเอาไว้ ซึ่งแนวคิดเช่นนี้ก็ยังคงเป็นอยู่จนกระทั่งปัจจุบัน พวกเขาคิดค้นจนกระทั่งว่า คนทั่วไปไม่สามารถเข้าใจในศิลปะที่พวกเขาทำขึ้นได้ แนวคิดและวิธีการเช่นนี้มีอยู่ทั่วไปในวงการต่าง ๆ ของตะวันตก เช่นวงการวิทยาศาสตร์หรือปรัชญาเป็นต้น ส่วนศิลปะตะวันออกซึ่งปรากฏเหลืออยู่น้อยเต็มทีแล้ว ศิลปินกลับทำงานเพื่อละอัตตา ศิลปะคือการงานอันละเอียดอ่อนอันนำไปสู่การขัดเกลาตนเอง ลดความยึดมั่นถือมัน, เมื่อแนวคิดมีความแตกต่างกันเช่นนี้ รูปแบบของศิลปะและวิธีการทำงานศิลปะย่อมจะมีความแตกต่างกัน เหมือนกับพุทธรูปปางลีลาของเรากับรูปปั้นเดวิดของไมเคิลแองจิโล หรือภาพวาดโมนาลิซากับภาพวาดแบบฉับพลันของญี่ปุ่น.

          หากเราต้องการที่จะเติบโต บนรากฐานของความคิดและความเชื่อของเราเอง เราต้องหันกลับไปดูสิ่งที่เป็นจุดกำเนิดของวัฒนธรรมของเรา ซึ่งก็คือศาสนา เราจะต้องจับหลักการสำคัญที่เป็นแก่นแท้ของศาสนาให้ได้ หากเราไปจับส่วนที่เป็นรูปแบบหรือเปลือก เราก็จะได้แค่เปลือกไม่ได้ผลที่แท้จริงอันควรได้จากศาสนา ยังผลให้งานของเราสะท้อนได้แค่เปลือกของศาสนา ไม่มีหัวใจ แม้ว่างานนั้น ๆ จะสร้างโดยใช้สัญลักษณ์ทางศาสนาก็ตาม ดังนั้นเราจึงต้องเริ่มต้นที่การศึกษาพุทธศาสนาอย่างจริงจัง เพื่อให้หัวใจของเราเป็นพุทธ เหมือนกับที่บรรพบุรุษของเราเป็น.

          ท่านอาจารย์พุทธทาสเป็นผู้หนึ่งที่ริเริ่มในการเผยแผ่ศาสนธรรม โดยอาศัยศิลปะเป็นเครื่องช่วยให้ผู้คนได้สัมผัสและเรียนรู้หลักธรรม, สวนโมกข์ถูกสร้างขึ้นโดยแนวคิดที่ท่านเรียกว่า มหรสพทางวิญญาณ ดังนั้นสิ่งต่าง ๆ ที่ท่านได้จัดได้สร้างขึ้นภายในสวนโมกข์ ไม่ว่าจะเป็นโรงมหรสพทางวิญญาณที่เผยแผ่ธรรมะด้วยภาพ หรือลานหินโค้งที่จัดอย่างเรียบง่ายสอดคล้องกับธรรมชาติ และที่นั่นเราจะไม่พบโบสถ์หรือวิหารที่หรูหราอลังการเหมือนกับโบสถ์ของหลาย ๆ วัดที่สร้างขึ้นด้วยเงินหลายสิบล้าน มีแต่โบสถ์ธรรมชาติ พื้นปูด้วยทราย ผนังเป็นต้นไม้ หลังคาเป็นท้องฟ้า แต่คุณค่าทางจิตใจและในทางสุนทรียภาพดูจะมากกว่าโบสถ์ราคาหลายสิบล้านของหลาย ๆ ที่ได้อย่างสบาย นี่สะท้อนว่าที่นั่นเป็นพุทธกันที่หัวใจไม่ใช่ที่เปลือก.

          แนวคิดเกี่ยวกับศิลปะของท่านอาจารย์พุทธทาส เท่าที่ข้าพเจ้าค้นดูจากหนังสือธรรมโฆษณ์ไม่น้อยกว่า ๕๐ เล่ม พบว่ามีเนื้อหาที่เกี่ยวกับศิลปะอยู่ ๓๗ เล่ม ข้าพเจ้ามิได้นำมารวบรวมไว้ในที่นี้ทั้งหมด เพราะเห็นว่าเกินจำเป็น เนื่องจากมีความที่ซ้ำซ้อนกันเกินไป และเท่าที่รวบรวมไว้ก็พอที่จะทำให้เราเห็นแนวคิดเกี่ยวกับศิลปะของท่านฯ และพอที่จะเป็นแนวทางในการเชื่อมโยงศาสนากับศิลปะให้กับเราได้.

          หลังจากที่เข้าพเจ้าตัดสินใจค้นเรื่องนี้ โดยใช้เวลาไม่น้อยกว่า ๓ เดือน จึงได้เนื้อหาทั้งหมดที่ต้องการ เมื่อดูเนื้อหาโดยภาพรวมแล้ว ก็พบว่าสิ่งที่ท่านพูดพอจะแบ่งออกเป็นสามภาคได้ คือแง่ดี หรือประโยชน์ของศิลปะ แง่ร้ายโทษ พิษภัยของศิลปะ และทางออกจากส่วนที่เป็นโทษของศิลปะ ในแต่ละภาคหลังจากที่ดูแล้วก็เห็นว่ายังพอที่จะจัดวางเป็นหัวข้อย่อย ๆ ได้อีก เพื่อให้เนื้อหาที่ออกมามีความเป็นระเบียบ จึงจัดแบ่งโดยใช้หลักอริยสัจได้ คือ สิ่งนั้นคืออะไร? (ทุกข์) เกิดมาจากอะไร (สมุทัย) เพื่ออะไร (นิโรธ) และโดยวิธีใด (มรรค) ทั้งนี้ก็เป็นการจัดวางเพียงคร่าว ๆ เท่านั้น.

          เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ สำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับเแนวคิดของท่านอาจารย์พุทธทาส หรือแนวคิดแบบพุทธแล้ว เมื่อท่านผู้บรรยายพูดถึงหลักธรรมต่าง ๆ เช่นเรื่องจิตว่าง เรื่องอตัมมยตาเป็นต้น อาจเกิดความไม่เข้าใจ ซึ่งเป็นหน้าที่ของท่านเองที่จะต้องไปศึกษาเรื่องนั้น ๆ ให้กระจ่างก่อนจึงจะเข้าใจสิ่งที่ท่านผู้บรรยายต้องการจะสื่อได้ การศึกษาแนวคิดสำคัญของท่านอาจารย์พุทธทาส เราสามารถกระทำได้โดยอ่านจากหนังสือชุดธรรมโฆษณ์ ซึ่งถือว่าเป็นตัวแทนของท่าน หรือจะค้นคว้าเพิ่มจากรายชื่อหนังสือที่ได้อ้างอิงไว้แล้วที่เชิงอรรถท้ายเล่ม ซึ่งจะช่วยให้ท่านเข้าใจบริบทของเนื้อความที่ข้าพเจ้ารวบรวมไว้ได้ชัดมากขึ้น

          ข้าพเจ้าเพียงหวังว่า ศิลปะกับศาสนา จะกลับมาเคียงคู่กันอีกครั้ง เพื่อสร้างสันติสุขให้แก่โลก แรงงานของข้าพเจ้าครั้งนี้ อาจเป็นเพียงการโยนหินถามทาง จะมีเสียงตอบกลับมาหรือไม่ อนาคตเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์.

กวีวงศ์
กลุ่มพุทธทาสศึกษา

 

บทความที่น่าสนใจ > พุทธทาสภิกขุ–สวนโมกขพลาราม
>
สรรนิพนธ์พุทธทาสภิกขุว่าด้วย ศิลปะและสุนทรียภาพทางจิตวิญญาณ > บันทึกผู้รวบรวม

 


หน้าแรก | ข่าว-กิจกรรม | ชีวิตและผลงาน | >บทความ | แฟ้มภาพ | วาทะพุทธทาส | กลุ่มพุทธทาสศึกษา | จุดเชื่อมต่อ
Search WWW Search พุทธทาสศึกษา

สมุดเยี่ยม | แนะนำหน้านี้ให้เพื่อน | Site Map

Buddhadasa.org
กลุ่มพุทธทาสศึกษา ตู้ ปณ.๓๘ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๑๐
e-mail : info@buddhadasa.org
.